Author: Kritsada

  • Fusic Selected for Digital Transformation Project by Singapore Takada Industries : Strengthening Global Business Expansion in the ASEAN Region

    Fusic Selected for Digital Transformation Project by Singapore Takada Industries : Strengthening Global Business Expansion in the ASEAN Region

    Fusic Co., Ltd. announced that it has been selected for a digital transformation project by Singapore Takada Industries Pte. Ltd. (“STK”), a Singapore-based engineering company and a member of the TAKADA CORPORATION Group.

    Through this project, Fusic will support STK in modernizing its internal operations by leveraging digital technologies such as cloud computing and generative AI.

    About STK

    Founded in 1971 in Singapore, STK provides engineering design, construction, and maintenance services for a wide range of industrial facilities, including oil and gas facilities, petrochemical and chemical plants, pharmaceutical facilities, power plants, and semiconductor manufacturing plants.

    Over more than 50 years of operations, the company has delivered numerous projects across Singapore and Asia, establishing a strong reputation for quality, safety, and reliable project execution.

    STK is part of the TAKADA CORPORATION Group, which is listed on the Tokyo Stock Exchange Standard Market. Under its Fifth Mid-Term Management Plan (FY2022–FY2026), the group has positioned productivity improvement and competitiveness enhancement through ICT utilization as a key strategic priority, actively promoting digital transformation and the adoption of advanced technologies.

    Project Overview

    Under the project, Fusic will support STK in advancing its internal digital transformation initiatives to improve operational efficiency and strengthen organizational competitiveness.

    The initiative will leverage cloud-based systems and generative AI technologies to modernize business processes and enable more data-driven operations. The project will be implemented in multiple phases, with gradual deployment across STK’s internal workflows.

    In addition, the project will explore the potential integration of AI-driven capabilities as part of STK’s longer-term digital strategy.

    Comment from the Head of Global Business

    “We are honored to support STK in advancing its digital transformation initiative. As highlighted in the TAKADA CORPORATION Group’s mid-term management plan, digital transformation has become a critical driver of corporate competitiveness.

    By combining our expertise in cloud architecture and generative AI technologies with a deep understanding of operational environments, we aim to contribute as a trusted technology partner supporting STK’s long-term growth and innovation.”

    Strategic Significance

    This collaboration represents an important milestone in Fusic’s Global business expansion, particularly in the ASEAN region.

    By leveraging the experience and local partnerships developed through this project, Fusic aims to further expand its presence in overseas markets and strengthen its medium- to long-term revenue base. The company will continue to support enterprises globally through digital transformation initiatives, new business development, and R&D enablement, leveraging advanced technologies including generative AI and cloud computing.

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • สัมผัสประสบการณ์บุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก พร้อมเพื่อนคู่ซี้สี่ขา โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    สัมผัสประสบการณ์บุฟเฟต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ ซันเดย์บรันช์ แอนด์ บาร์ก พร้อมเพื่อนคู่ซี้สี่ขา โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    ค้นพบประสบการณ์บุฟเฟต์รูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใครกับ ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ประสบการณ์การรับประทานอาหารสไตล์ไลฟ์สไตล์ ชวนคนรักบุฟเฟต์และเพื่อนสี่ขาคู่ใจมาร่วมใช้เวลาวันอาทิตย์อันแสนพิเศษร่วมกัน อิ่มอร่อยกับบุฟเฟต์นานาชาติ เครื่องดื่มซอฟดริ้งแบบไม่อั้น และบรรยากาศแสนอบอุ่น

    ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก ประสบการณ์บรันช์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานอาหารเลิศรส ช่วงเวลาแห่งความสุข เพลิดเพลินกับบุฟเฟต์บรันช์นานาชาติที่คัดสรรเมนูหลากหลาย พร้อมสเตชั่นปรุงอาหารสดที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน ไฮไลต์ ได้แก่ คาร์วิงสเตชัน ที่นำเสนอเนื้อวัวส่วน rump จากออสเตรเลียเคลือบโรสแมรีและกระเทียมหอมกรุ่น หมู porchetta สไตล์ไทยหนังกรอบ และปลากะพงอบทั้งตัว เสิร์ฟพร้อมซอสหลากหลายชนิด

    ลิ้มลอง เมนูอะลาคาร์ต สุดพิเศษที่มีเฉพาะในบรันช์นี้เท่านั้น ปรุงสดใหม่และเสิร์ฟแบบไม่จำกัด ไฮไลต์ ได้แก่ Thai Banana Brioche French Toast, Shakshuka, และ Fried Chicken & Golden Waffle เป็นต้น

    บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังมีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ (Pet-Friendly Station) ที่จัดเตรียมขนมโฮมเมดเพื่อสุขภาพสำหรับน้องๆชาวสี่ขา เพื่อให้สามารถร่วมสนุกกับมื้อบรันช์ไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ Pinsky ภูมิใจนำเสนอ Pet-Friendly Station ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันร่วมกับ Repupblic แบรนด์ที่ยึดมั่นในแนวคิด “Whole food for whole dog” และ 4 Paws & A Pair แบรนด์ไอศกรีมสุนัขไลฟ์สไตล์รายแรกของไทย ผู้ก่อตั้งบนความเชื่อว่า “Cherish every moment spent together.”

    สเตชันนี้นำเสนอเมนูพิเศษที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ทั้งมีตบอลโฮมเมด ไส้กรอกรสเลิศ และไอศกรีมกูร์เมต์
    ทุกจานถูกจัดเสิร์ฟอย่างประณีตโดยเชฟ มอบความเอาใจใส่ รายละเอียด และประสบการณ์แบบเดียวกับที่เรามอบให้แขกคนสำคัญ เพื่อน้องๆชาวสี่ขาผู้มีขนฟูของเรา
    เมนูทั้งหมดทำจากวัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารปกติ กำหนดมาตรฐานใหม่ของคุณภาพและความใส่ใจในโลกของการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง

    ผ่านความร่วมมือครั้งนี้ แขกและเพื่อนสี่ขาของพวกเขาจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษ เมนูของขวัญเฉพาะทาง และประสบการณ์ที่คัดสรรมาเพื่อเติมเต็มบรรยากาศบรันช์ พร้อมสร้างช่วงเวลาแสนประทับใจให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง

    นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว บรันช์ แอนด์ บาร์ก ยังถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง แขกสามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกับสัตว์เลี้ยง พบปะผู้ที่มีความสนใจเดียวกัน ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง

    ซันเดย์ บรันช์ แอนด์ บาร์ก คือจุดหมายปลายทางสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ของครอบครัว เพื่อน และคนรักสัตว์ ที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับอาหารรสเลิศ 

    เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้พิเศษยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ ทางโรงแรมร่วมมือกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พันธมิตรชั้นนำด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักสัตว์ โดยมอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงและผู้เข้าร่วมงาน พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่หลากหลาย ซึ่งมีเฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น

    สำหรับผู้ที่สำรองที่นั่งบรันช์วันอาทิตย์ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับสิทธิพิเศษรับของว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ รวมถึงบริการดูแลพื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยงภายในงาน อาทิ ตัดเล็บ ทำความสะอาดหู และทำความสะอาดดวงตา

    ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยเติมเต็มประสบการณ์บรันช์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษ ของรางวัล และประสบการณ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าประทับใจ

    พิเศษสุดคุ้ม

    ราคา 1,299++ บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์แบบเติมไม่อั้น

    เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี รับประทานอาหารฟรี เมื่อมาพร้อมผู้ใหญ่ที่ชำระเงินแล้ว (จำกัดสูงสุด 2 ท่านต่อโต๊ะ) และเด็กอายุระหว่าง 7 – 12 ปี ส่วนลด 50% จากราคาปกติ

    วันที่: วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา: 12.00 – 15.00 น.

    สถานที่: ห้องอาหาร Crave ชั้น 8 โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    สำรองที่นั่ง: https://megatix.in.th/aloftbangkok

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์บรันช์สุดพิเศษในบรรยากาศสดใส เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ใจกลางย่านสุขุมวิท

    สามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.marriott.com/en-us/hotels/bkkal-aloft-bangkok-sukhumvit-11/overview/

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 02-207-7000 หรืออีเมล Fb.Aloftbkk@alofthotels.com

    ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/

    อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/aloftbangkok/

    ไลน์: https://lin.ee/sHUk8r8

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Experience the Ultimate Pet-Friendly Dining with Sunday Brunch & Bark at Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Experience the Ultimate Pet-Friendly Dining with Sunday Brunch & Bark at Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Discover a new style of Sunday brunch like never before with the Sunday Brunch & Bark, a vibrant pet-friendly dining experience at Aloft Bangkok Sukhumvit 11. This lifestyle brunch concept invites food lovers and their beloved four-legged companions to enjoy an unforgettable Sunday together, combining international cuisine, free-flow beverages, and a welcoming social atmosphere designed for both humans and pets.

    Bangkok, Thailand – Aloft Bangkok Sukhumvit 11 proudly presents a vibrant pet-friendly activity with animals are fun (arf) at Sunday Brunch & Bark. This exciting new brunch experience celebrates great food, joyful moments, and the special bond between guests and their beloved four-legged friends.

    Guests can indulge in a vibrant international brunch buffet featuring an impressive selection of our signature live stations and premium highlights. At the Carving Station, diners can enjoy slow-roasted Australian beef rump with rosemary garlic crust, crispy Thai-style porchetta, and whole baked barramundi served with a variety of flavorful sauces.

    In addition to the buffet selections, guests can savor exclusive dishes available only for this brunch, freshly prepared and served unlimited. Signature highlights include the indulgent Thai Banana Brioche French Toast with caramelized banana and coconut chantilly cream, the flavorful Shakshuka with baked eggs in Mediterranean tomato ragout, and the crowd-favorite Fried Chicken & Golden Waffle, among many other delightful creations. Adding a unique touch to the experience, Sunday Brunch & Bark also features a dedicated Pet-Friendly Station, offering healthy homemade treats specially prepared for furry companions, ensuring that pets can enjoy the brunch just as much as their humans. 

    Beyond the delicious food, Brunch & Bark is designed as a lively social gathering for pet lovers. Guests can relax with their pets, meet fellow pet enthusiasts, and enjoy a fun-filled Sunday afternoon together in a welcoming and vibrant atmosphere.

    Sunday Brunch & Bark is the perfect weekend destination for families, friends, and pet lovers looking to enjoy great food, a relaxed atmosphere, and quality time with their furry companions.

    To make the experience even more special, Sunday Brunch & Bark is proudly presented in collaboration with Thonglor Pet Hospital the leading pet-friendly partners who share a passion for pets and lifestyle experiences with exclusive benefits for pet owners and animal lovers, featuring introductions to a range of pet health products and services and special privileges available only to attendees.

    Exclusive for pet lovers who book the Sunday Brunch, guests can enjoy special complimentary treats from Thonglor Pet Hospital, including grooming services such as nail trimming, ear cleaning, and eye cleaning for pets attending the event.

    Pets are not an afterthought, but part of the experience. Pinsky proudly presents the Pet-Friendly Station, thoughtfully curated in
    collaboration with Repupblic, known for its commitment to “Whole food for whole
    dog,”
    and 4 Paws & A Pair, Thailand’s original lifestyle dog ice cream
    brand—founded on the belief to “Cherish every moment spent together.”

    The station features a specially designed menu of artisan meatballs,
    sausages, and gourmet ice creams. Each
    dish is freshly plated by chefs, bringing the same level of care, presentation,
    and dining experience to our furry guests. Made with human-grade ingredients, the menu sets a new standard
    of quality and inclusivity in pet-friendly dining.

    Through this partnership, guests and their furry companions can enjoy exclusive activities, special treats, and curated experiences designed to elevate the brunch atmosphere and create memorable moments for both pets and their owners.

    Exclusive Price

    THB 1,299++ per person, inclusive of unlimited free-flow soft drinks.

    Children under 6 years old dine free when accompanied by a paying adult (maximum 2 children per table). Children aged 7 – 12 years enjoy 50% off. 

    Date: Sunday, 29 March 2026

    Time: 12:00 PM – 3:00 PM

    Venue: Crave Restaurant, 8th Floor, Aloft Bangkok Sukhumvit 11

    Book now: https://megatix.in.th/aloftbangkok

    Experience an unforgettable brunch feast in a vibrant, pet-friendly setting in the heart of Sukhumvit.

    For more information,
    please contact Tel: +66 2 207 7000 or Email: Fb.Aloftbkk@alofthotels.com 

    Follow us for updates
    and promotions:

    Facebook:
    https://www.facebook.com/aloftbangkoksukhumvit11/

    Instagram: https://www.instagram.com/aloftbangkok/

    Line:
    https://lin.ee/sHUk8r8 

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) 2026 ปิดฉากความสำเร็จ ตอกย้ำเวทีธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ของเอเชีย

    วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) 2026 ปิดฉากความสำเร็จ ตอกย้ำเวทีธุรกิจอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ของเอเชีย

    สามวันแห่งการค้นพบ การสร้างเครือข่าย และโอกาสทางธุรกิจในงานแสดงสินค้าเฉพาะทางด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์ที่สำคัญที่สุดของเอเชีย จัดร่วมกับ VICTAM Asia, GRAPAS Asia และ Horti & Agri Asia

    กรุงเทพฯ – งานแสดงสินค้าและการประชุมระดับนานาชาติ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย
    (Health & Nutrition Asia) 2026 ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ หลังจัดขึ้นระหว่างวันที่
    10–12 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยตลอดระยะเวลา
    3 วัน งานได้รวบรวมผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์จากทั่วโลก
    พร้อมสร้างเวทีสำคัญสำหรับการเจรจาธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัตว์

    การจัดงานในปีนี้จัดขึ้นพร้อมกับ VICTAM Asia, GRAPAS Asia และ Horti & Agri Asia ซึ่งทั้งสี่งานร่วมกันต้อนรับผู้เข้าชมรวม 10,639 ราย จาก 73 ประเทศ
    ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Agrifood Value Chain) เพิ่มขึ้น 23% จากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา

    ภายในงานมีผู้แสดงสินค้ากว่า 300 บริษัทจากทั่วโลก
    ร่วมจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีบนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 17,000 ตารางเมตร ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและธุรกิจสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    นอกจากนี้ วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย ยังดึงดูดผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 125 ราย เข้าร่วมงาน สะท้อนถึงบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มระดับนานาชาติสำหรับผู้กำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมโภชนาการและสุขภาพสัตว์

    สี่งาน หนึ่งวิสัยทัศน์: พลังของการจัดงานร่วมกัน

    ความสำเร็จของการจัดงานในปี 2569 มาจากการผสานพลังของการจัดงานร่วมกันทั้งสี่งาน
    ซึ่งแต่ละงานมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition Asia) ทำหน้าที่เป็นเวทีเฉพาะทางสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพสัตว์
    ไม่ว่าจะเป็นนักโภชนาการอาหารสัตว์ สัตวแพทย์ ผู้ผลิต และผู้ซื้อในอุตสาหกรรมปศุสัตว์
    ครอบคลุมสัตว์เศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สัตว์ปีก สุกร สัตว์น้ำ โคเนื้อ และโคนม

    ขณะที่ VICTAM Asia นำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกด้านการผลิตอาหารสัตว์
    การอัดเม็ด และการแปรรูปธัญพืช เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์เทคโนโลยีได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายความร่วมมือทางธุรกิจ

    ด้าน GRAPAS Asia มุ่งเน้นเทคโนโลยีการแปรรูปธัญพืชและระบบหลังการเก็บเกี่ยว
    ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของห่วงโซ่อุปทานธัญพืชในภูมิภาค

    ส่วน Horti & Agri Asia เติมเต็มภาพรวมของอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีด้านพืชสวนและเกษตรสมัยใหม่
    เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการผลิตพืชและการผลิตสัตว์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต

    การจัดงานร่วมกันทั้งสี่งานทำให้ผู้เข้าชมสามารถเดินชมพื้นที่จัดแสดงที่เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสะดวก
    พร้อมเข้าถึงโซลูชัน เทคโนโลยี และเครือข่ายธุรกิจจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรม

    เวทีระดับโลกที่หยั่งรากในเอเชีย

    หนึ่งในจุดเด่นของงานในปีนี้คือการมีส่วนร่วมจากนานาประเทศ โดยเฉพาะ พาวิลเลียนจากประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี
    ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติที่มีต่อเวทีธุรกิจด้านอาหารสัตว์และสุขภาพสัตว์ในภูมิภาคเอเชีย

    นาตาชา ฮอลล์ (Natasha Hall) รองประธาน VIV Worldwide กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มและพลังของอุตสาหกรรมโดยรวม
    การเข้าร่วมของพาวิลเลียนจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นสองตลาดที่มีนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างรวดเร็วในเอเชีย
    แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติที่มีต่อเวทีนี้ และย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือข้ามพรมแดนในการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม”

    นอกจากนี้ สถาบันวิจัยและองค์กรชั้นนำระดับโลกยังเข้าร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ภายในงาน
    อาทิ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (World
    Organisation for Animal Health), BIOTEC, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Asian Federation of Biotechnology โดยนำเสนอประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม
    ตั้งแต่นวัตกรรมการป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) โปรตีนทางเลือก ระบบฟาร์มดิจิทัล ไปจนถึงกลยุทธ์รับมือกับปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ

    เวทีสัมมนาเข้มข้น ตอบโจทย์อุตสาหกรรม

    โปรแกรมสัมมนาภายในงานถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ โดยครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจหลัก
    ได้แก่ สัตว์ปีก สัตว์น้ำ โค และสุกร ภายใต้ธีม “Shaping the Future of Animal Feed and Health through
    Sustainability & Innovation” งานสัมมนาได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 73 คน จาก 34 หัวข้อการบรรยาย
    ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การจัดการการดื้อยาปฏิชีวนะ โภชนาการแม่นยำ ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
    และนวัตกรรมสารเสริมอาหารสัตว์ยุคใหม่

    หลายหัวข้อได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงาน โดยสะท้อนทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศไทย
    ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการสำหรับโรงงานอาหารสัตว์และเกษตรกร
    (ThaiSAN) แนวทางการผลิตกุ้งอย่างยั่งยืนตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
    (BIOTEC) การผสานโภชนาการและความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มสัตว์น้ำ
    (TAVA) รวมถึงการบรรยายจาก กรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับแนวทางลดการใช้ยาปฏิชีวนะในอุตสาหกรรมปศุสัตว์
    และการเปิดตัวนวัตกรรม Lignofeed จาก Innovabiotics เนื้อหาที่เข้มข้นและหลากหลายของโปรแกรมสัมมนา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ
    วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย ในการนำเสนอองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัตว์ของเอเชีย

    แพลตฟอร์มสำคัญของอุตสาหกรรมในทุกสองปี

    การจัดงานในปี 2569 ยังตอกย้ำบทบาทของ วิฟ เฮลท์ แอนด์
    นูทริชัน เอเชีย (Health & Nutrition
    Asia) ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจที่จัดขึ้นทุกสองปี
    ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่ออุตสาหกรรมในช่วงระหว่างรอบการจัดงาน VIV Asia

    ยารูน วาน ฮูฟ (Jeroen van
    Hooff) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานบริษัท
    Royal Dutch Jaarbeurs และ VNU Group กล่าวว่า “ตลอดสามวันที่ผ่านมา
    ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้เพียงแค่เข้าร่วมงานแสดงสินค้า แต่ยังได้เดินสำรวจพื้นที่จัดแสดง
    พบปะคู่ค้าทางธุรกิจ และค้นหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตน การตัดสินใจของผู้เข้าร่วมงาน
    ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ การจัดซื้อวัตถุดิบ หรือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
    ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมโปรตีนจากสัตว์”

    งาน วิฟ เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย 2028 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 มีนาคม 2571 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.healthandnutrition.viv.net

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Intertraffic ขยายเครือข่ายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “Intertraffic Asia” ที่กรุงเทพฯ

    Intertraffic ขยายเครือข่ายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว “Intertraffic Asia” ที่กรุงเทพฯ

    กรุงเทพฯ – เวทีนวัตกรรมด้านการคมนาคมและเทคโนโลยีจราจรระดับโลก Intertraffic ประกาศขยายการจัดงานสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก ด้วยการเปิดตัว Intertraffic Asia ที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 28–30 เมษายน 2027 ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและ Smart Mobility ของอาเซียน พร้อมเชื่อมโยงภาครัฐ ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของการคมนาคมที่ อัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืน

    งาน Intertraffic
    Asia จะเข้าร่วมเครือข่ายงานระดับโลกของ
    Intertraffic ซึ่งจัดขึ้นใน Amsterdam,
    China และ Mexico และถูกวางตำแหน่งให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
    โดยการเปิดตัวงานอย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นภายในงาน Intertraffic Amsterdam เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026

    การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง
    RAI Amsterdam ผู้จัดงาน Intertraffic ระดับโลก และ VNU Asia Pacific ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีด้าน
    การบริหารจัดการจราจร ระบบขนส่งอัจฉริยะ ความปลอดภัยทางถนน โครงสร้างพื้นฐาน และ Smart Mobility เข้ากับโอกาสทางการลงทุนและการพัฒนาเมืองในอาเซียน                                                          

    ฯพณฯ Remco van Wijngaarden เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัวงานครั้งนี้ว่า

    “ในนามของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำกรุงเทพฯ
    ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเปิดตัว Intertraffic
    Asia ประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศไทยมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาระบบการคมนาคมที่ ปลอดภัย อัจฉริยะ และยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ในขณะที่เมืองต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มอย่าง
    Intertraffic Asia จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยง ภาครัฐ ผู้นำอุตสาหกรรม
    และผู้พัฒนานวัตกรรม
    เพื่อร่วมกันเร่งพัฒนาโซลูชันด้านการบริหารจัดการจราจร
    ความปลอดภัยทางถนน และระบบขนส่งอัจฉริยะ ผมเชื่อมั่นว่าความริเริ่มนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภูมิภาค
    เปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการคมนาคมของเนเธอร์แลนด์
    และมีส่วนช่วยสร้างเมืองที่ปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นทั่วเอเชีย”

    ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ RAI Amsterdam และ VNU Asia Pacific

    การขยายการจัดงานสู่เอเชียครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง
    RAI Amsterdam และ VNU Asia Pacific ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยความร่วมมือนี้ผสาน
    ความเชี่ยวชาญในตลาดภูมิภาค เข้ากับ เครือข่ายและองค์ความรู้ระดับนานาชาติของ Intertraffic เพื่อสร้างงานคุณภาพระดับโลกที่ตอบโจทย์ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

    คุณ Nynke Lipsius Group Director Mobility, RAI Amsterdam กล่าวว่า “การขยายงาน Intertraffic มายังกรุงเทพฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบโจทย์ความท้าทายด้านการคมนาคมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    การพัฒนาอย่างรวดเร็วของภูมิภาคทำให้เกิดความต้องการโซลูชันที่มี นวัตกรรมและความยั่งยืน
    มากยิ่งขึ้น

    รัฐบาลในหลายประเทศกำลังลงทุนระยะยาวในด้าน การบริหารจัดการจราจรและเหตุการณ์ฉุกเฉิน
    ระบบขนส่งอัจฉริยะ การพัฒนาขนส่งสาธารณะ โลจิสติกส์ในเมือง และโซลูชันการเดินทางอย่างยั่งยืน
    ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมากให้กับผู้ให้บริการเทคโนโลยีทั้งระดับนานาชาติและระดับภูมิภาค

    การจัดงานที่กรุงเทพฯ จะเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือ
    เพื่อเร่งพัฒนาการคมนาคม ที่อัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน”

    คุณปนัดดา ก๋งม้า รองประธาน สายงานธุรกิจ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า

    “ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคม
    ทำให้กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเปิดตัว Intertraffic Asia ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน ระบบขนส่งอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานด้านถนน และโซลูชันเมืองอัจฉริยะ
    ประเทศไทยจึงเปิดโอกาสสำคัญให้กับผู้พัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค

    ในฐานะองค์กรระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และสำนักงานกรุงเทพฯ
    ที่ขับเคลื่อนตลาดเอเชียมากว่าทศวรรษ VNU Asia
    Pacific ผสานความเชี่ยวชาญระดับสากลเข้ากับความเข้าใจเชิงลึกของภูมิภาค

    เรามั่นใจว่า ร่วมกับ RAI Amsterdam จะสามารถพัฒนา Intertraffic
    Asia ในกรุงเทพฯ ให้เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ครอบคลุมเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการจราจรและ C-ITS, เทคโนโลยีความปลอดภัยทางถนนและการบังคับใช้กฎหมาย,
    ระบบบริหารจัดการที่จอดรถ, โครงสร้างพื้นฐานทางถนนและ โซลูชัน Smart Mobility เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมระดับโลกเข้ากับโอกาสและความท้าทายของระบบคมนาคมในภูมิภาค”

    กรุงเทพฯ ถือเป็น ประตูสู่ตลาดการคมนาคมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    และเป็นศูนย์กลางสำคัญของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งใจกลางอาเซียน
    ทำให้สามารถดึงดูดผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำด้านการคมนาคมในเมือง และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากประเทศต่าง
    ๆ เช่น ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค

    Intertraffic
    Asia จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของระบบการเดินทางในภูมิภาค
    ด้วยการเปิดตัว Intertraffic Asia ครั้งนี้
    Intertraffic
    ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อน
    ความร่วมมือ นวัตกรรม และการพัฒนาการคมนาคมอย่างยั่งยืนในระดับโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Extend your stay and unlock up to 15% savings, plus extra dining benefits and more.

    Extend your stay and unlock up to 15% savings, plus extra dining benefits and more.

    Recently refreshed, the hotel features newly renovated guest rooms and revitalized public spaces, offering a fresh, modern atmosphere that reflects Aloft’s signature vibrant style. Whether traveling for business, remote work, or an extended city getaway, guests can relax in thoughtfully redesigned spaces that blend comfort with contemporary design.

    Bangkok, Thailand – Experience more value with every night at Aloft Bangkok Sukhumvit 11 with the Stay Longer, Save More Offer, designed for travelers planning an extended stay in the heart of Bangkok.

    Guests who stay a minimum of five consecutive nights can enjoy savings of up to 15% on room rates, making it the perfect opportunity to settle in and explore the vibrant Sukhumvit neighborhood while enjoying exceptional comfort and convenience.

    Marriott Bonvoy Members can unlock even greater value by earning Marriott Bonvoy points and elite night credits, along with exclusive member benefits throughout their stay. 

    To elevate the stay even further, guests will also receive an additional 20% discount on food & beverages and laundry services, making longer stays even more rewarding.

    Located in the lively Sukhumvit district, the hotel offers easy access to Bangkok’s dining, nightlife, and shopping destinations, while providing a vibrant social hub for guests to relax, connect, and recharge.

    With stylish new spaces, rewarding perks, and exclusive savings, Stay Longer, Save More at Aloft Bangkok Sukhumvit 11 is the ideal choice for travelers looking to experience more of Bangkok while enjoying greater value.

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • บอนฉะ (BONCHA) ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งชาญี่ปุ่นผ่านพิธีชงชาดั้งเดิม มอบประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับโรงแรมชั้นนำและอีเวนต์ระดับพรีเมียม

    บอนฉะ (BONCHA) ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งชาญี่ปุ่นผ่านพิธีชงชาดั้งเดิม มอบประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับโรงแรมชั้นนำและอีเวนต์ระดับพรีเมียม

    บอนฉะ (BONCHA) ปักหมุดสุขุมวิท 22 เปิดตัวพื้นที่วัฒนธรรมชาญี่ปุ่นต้นตำรับ พร้อมรุกตลาดลักชัวรีด้วยบริการจัดพิธีชานอกสถานที่แบบเบ็ดเสร็จ (Off-site Experience) มุ่งยกระดับการต้อนรับของโรงแรมระดับ 5 ดาวและแบรนด์หรู ผ่านศิลปะการชงชาด้วยมือและคอลเลกชันถ้วยชาสะสมสุดประณีต เปลี่ยนพื้นที่กะทัดรัด 3×3 เมตร ให้เป็น ‘พื้นที่แห่งจิตวิญญาณ’ ที่สร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าแก่แขกวีไอพี ดำเนินงานโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญหลากภาษา พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 4 เมษายน 2569 นี้

    “บอนฉะ” (BONCHA) รังสรรค์สุนทรียภาพแห่งพิธีชาญี่ปุ่นต้นตำรับ ยกระดับการรับรองแขกวีไอพีสู่มาตรฐานโรงแรมหรูระดับสากล รุกตลาดบีทูบี ชูบริการนอกสถานที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างมิติใหม่แห่งการบริการเชิงประสบการณ์สำหรับโรงแรมหรูและอีเวนต์วีไอพี

    กรุงเทพมหานคร (มีนาคม 2569) — ในยุคที่อุตสาหกรรมการบริการและธุรกิจการจัดงานอีเวนต์ระดับไฮเอนด์ต่างแข่งขันกันสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ บอนฉะ (BONCHA) ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 เมษายน 2569 ณ ใจกลางสุขุมวิท นำเสนอศิลปะ “ชาโนะยุ” หรือพิธีชงชาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยาก พร้อมเปิดตัวโซลูชันบริการจัดพิธีชานอกสถานที่ เพื่อเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการสร้างความประทับใจให้แก่แขกคนสำคัญของโรงแรมระดับ 5 ดาว และงานอีเวนต์ระดับพรีเมียมทั่วประเทศ

    ” />

    สุนทรียศาสตร์แห่งความสงบ: เมื่อศิลปะร่วมสมัยผสานวิถีชาดั้งเดิม บอนฉะ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 22 โดยการออกแบบพื้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานระหว่างความร่วมสมัยของงานศิลปะและจิตวิญญาณแห่งเซน แขกผู้มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกถ้วยมัทฉะจากคอลเลกชันเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นที่คัดสรรมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติตีมัทฉะด้วยมือภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้าง “ช่วงเวลาแห่งความสงบ” ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง

    ยกระดับการรับรองแขกคนสำคัญ ด้วยบริการจัดพิธีชานอกสถานที่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือบริการจัดพิธีชานอกสถานที่ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้จัดงานอีเวนต์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นงานสัมมนาผู้บริหาร, การต้อนรับแขกวีไอพี หรือการจัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ให้กับแบรนด์สินค้าหรู

    “เราไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รสชาติของมัทฉะเกรดพรีเมียม แต่เรานำเสนอจุดสัมผัสที่โดดเด่นและเปี่ยมด้วยความหมาย” คุณยูมะ โฮริโคชิ ผู้ก่อตั้ง บอนฉะ กล่าว “ภายใต้พื้นที่กะทัดรัด 3 คูณ 3 เมตร เรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนผ่านพื้นที่ให้เป็นพื้นที่แห่งจิตวิญญาณระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม ผ่านพิธีชาที่ประณีตงดงาม เพื่อสร้างจุดสัมผัสที่ลึกซึ้งและทรงคุณค่า ซึ่งจะกลายเป็นภาพจำอันสง่างามที่แขกผู้มาเยือนร่วมแบ่งปันด้วยความภาคภูมิใจ”

    มาตรฐานมืออาชีพที่พร้อมรองรับทุกโจทย์การบริการ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นที่สุด บอนฉะจึงเตรียมความพร้อมในรูปแบบบริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว:

    ・การดูแลครบวงจรระดับมืออาชีพ: เราบริหารจัดการทุกองค์ประกอบให้พร้อมสำหรับการต้อนรับแขกวีไอพี ตั้งแต่การจัดเตรียมอุปกรณ์ไปจนถึงการดำเนินพิธีอย่างประณีต โดยต้องการเพียงพื้นที่กะทัดรัดและทรัพยากรพื้นฐาน (ไฟฟ้าและน้ำ) เท่านั้น

    ・เชื่อมโยงทุกวัฒนธรรมผ่านพิธีชา: บริการสื่อสารหลากภาษาที่จะช่วยทลายกำแพงทางภาษา เพื่อให้แขกวีไอพีและชาวต่างชาติได้สัมผัสแก่นแท้ของจิตวิญญาณชาญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งและน่าประทับใจ

    ・การรังสรรค์ที่ตอบโจทย์เฉพาะงาน: บอนฉะยินดีออกแบบลำดับโปรแกรมและคัดสรรอุปกรณ์เครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดหลักของงานและสะท้อนเอกลักษณ์อันสง่างามของแบรนด์พันธมิตรได้อย่างลงตัว

    บอนฉะ (BONCHA) มีความมุ่งมั่นและพร้อมอย่างเต็มที่ในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำและผู้นำด้านการจัดงานอีเวนต์ระดับประเทศ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย เพื่อร่วมกันรังสรรค์มิติใหม่แห่งการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ พร้อมผลักดันและยกระดับมาตรฐานการบริการเชิงประสบการณ์ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น สู่การสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนและทรงคุณค่าให้แก่แขกผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • [ มหัศจรรย์หิมะและซากุระ ] สัมผัสโลกอีกใบที่ระดับความสูง 1,900 เมตร ณ หมู่บ้านโอตาริ จังหวัดนากาโนะ ดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของ “กำแพงหิมะ” และสนุกกับ “กิจกรรมหิมะในฤดูใบไม้ผลิ” แบบเป็นส่วนตัว เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ และเตรียมพบกับอุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะที่จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนเป็นต้นไป

    [ มหัศจรรย์หิมะและซากุระ ] สัมผัสโลกอีกใบที่ระดับความสูง 1,900 เมตร ณ หมู่บ้านโอตาริ จังหวัดนากาโนะ ดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของ “กำแพงหิมะ” และสนุกกับ “กิจกรรมหิมะในฤดูใบไม้ผลิ” แบบเป็นส่วนตัว เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ และเตรียมพบกับอุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะที่จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนเป็นต้นไป

    “ฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่น” ไม่ได้มีดีแค่ซากุระเท่านั้น… ขอเชิญคุณออกเดินทางสู่ดินแดนลับ ที่หิมะและดอกไม้ผลิบานเคียงคู่กันอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ไร้ความวุ่นวาย

    “Hakuba Tsugaike Mountain Resort” ในหมู่บ้านโอตาริ จังหวัดนากาโนะ เปิดให้บริการกระเช้าล่วงหน้าในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 (วันพุธ / วันหยุดนักขัตฤกษ์) สัมผัสความยิ่งใหญ่ของ “Tsugaike Snow Wall” (เปิดให้ชมถึงต้นเดือนเมษายน) กำแพงหิมะสูงตระหง่านบนระดับความสูงประมาณ 1,500 เมตร พร้อมสนุกไปกับ “SNOW WOW!” สวนกิจกรรมบนหิมะที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้กับทุกคน แม้จะไม่ได้เล่นสกี ก็สามารถเพลิดเพลินกับหิมะในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเต็มที่

    นอกจากนี้ ในวันที่ 6 มิถุนายน (วันเสาร์) อุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะ หนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำบนภูเขาสูงที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ที่นี่คุณจะได้พบกับภาพความงามอันหาชมได้ยาก เมื่อหิมะที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ดอกมิซึบาโชและซากุระผลิบานพร้อมกัน เกิดเป็นความงดงามของ “ความแตกต่างที่ลงตัวระหว่างสีขาวบริสุทธิ์และสีชมพูอ่อน” มอบประสบการณ์ฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

    สนุกกับหิมะได้ยาวถึงฤดูใบไม้ผลิ ! ณ Hakuba Tsugaike Mountain Resort

    ที่นี่เปิดให้บริการกระเช้าล่วงหน้าจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม โดยบริเวณยอดเขายังคงมีปริมาณและคุณภาพของหิมะที่ยอดเยี่ยม ราวกับอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แม้จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรม Backcountry หรือเดินสำรวจหิมะด้วย Snowshoes ได้ ณ จุดสูงสุดของที่ราบสูงซึไกเกะ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้เล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ก็สามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมทิวทัศน์หิมะที่ระดับความสูง 1,900 เมตร และสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือได้อย่างสะดวกสบาย

    【 ปฏิทินการเดินรถกระเช้าลอยฟ้า 】

    ◆ 7 มีนาคม – 31 มีนาคม 2026 : เปิดให้บริการทุกวัน
    ◆ 3 เมษายน – 26 เมษายน 2026 : เปิดให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์
    ◆ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2026 : เปิดให้บริการทุกวัน

    【เวลาเดินรถกระเช้าลอยฟ้า】
    ◆ 7 – 31 มีนาคม : 8:30 – 15:00 น. (เที่ยวสุดท้ายขาลง 15:00 น.)
    ◆ 3 – 26 เมษายน : 8:30 – 15:30 น. (เที่ยวสุดท้ายขาลง 15:30 น.)
    ◆ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม : 8:30 – 15:30 น. (เที่ยวสุดท้ายขาลง 15:30 น.) *โปรดขึ้นกระเช้าลอยฟ้า “Eve” สำหรับเที่ยวขาขึ้นก่อนเวลา 15:00 น.

    【ค่าธรรมเนียมการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า】
    ◆ ผู้ใหญ่ : ไป-กลับ 1,480 เยน / เที่ยวเดียว 850 เยน
    ◆ เด็ก : ไป-กลับ 780 เยน / เที่ยวเดียว 460 เยน*ไม่สามารถใช้ตั๋วลิฟต์สกีร่วมกันได้ กรุณาซื้อตั๋วแยกต่างหาก*ผู้ที่ต้องการซื้อตั๋วสำหรับการเดินป่า จำเป็นต้องยื่น “แบบฟอร์มการปีนเขา” ก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถซื้อตั๋วได้

    เว็บไซต์ทางการ : https://www.tsugaike.gr.jp/

    “SNOW WOW!” สวนกิจกรรมหิมะสุดมันส์ สำหรับทุกคน (แม้ไม่เล่นสกี!)

    ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเขาของ Hakuba Tsugaike Mountain Resort ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักหิมะที่ไม่ได้เล่นสกี คุณสามารถก้าวเข้าสู่โลกสีขาวได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์มาเอง พร้อมสัมผัสความสนุกของหิมะผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ออกแบบมาให้ทุกคนเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่

    【ตัวอย่างกิจกรรม】

    Buggy Cruising: รถบัคกี้ 4 ล้อ แบบ 5 ที่นั่ง พาคุณตะลุยฝ่าทุ่งหิมะ มอบความสนุกตื่นเต้นที่สามารถแบ่งปันร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

    Snow Racer: เลื่อนหิมะที่มาพร้อมพวงมาลัยและเบรก ควบคุมความเร็วได้ง่าย ให้ความรู้สึกเร้าใจขณะพุ่งทะยานไปบนลานหิมะ

    Classic Sled: เลื่อนหิมะแบบคลาสสิกสุดยอดความนิยมสำหรับเด็กๆ มอบรอยยิ้มและความสนุกแบบเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความประทับใจ

    เว็บไซต์ SNOW WOW!: https://www.tsugaike.gr.jp/snow/snow_wow

    ตระการตากับ “Tsugaike Snow Wall” กำแพงหิมะยักษ์สูงกว่า 3 เมตร

    “Tsugaike Snow Wall” คือกำแพงหิมะขนาดยักษ์ที่เกิดจากหิมะซึ่งทับถมกันตลอดฤดูหนาว ด้วยรูปลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่และทรงพลัง โดยมีความสูงมากกว่า 3 เมตรในบางจุด ทิวทัศน์อันตระการตานี้สร้างความประทับใจและความตื่นตะลึงให้กับผู้มาเยือนทุกคน

    กำแพงหิมะแห่งนี้เกิดจากการขุดเจาะแนวภูเขาหิมะในพื้นที่ที่มีความสูงประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล จนกลายเป็นจุดชมวิวสุด Unseen ที่สามารถพบได้เฉพาะที่ “Hakuba Tsugaike Mountain Resort” เท่านั้น ซึ่งพื้นที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องปริมาณหิมะที่ตกสะสมอย่างหนาแน่น

    หนึ่งในเสน่ห์สำคัญของที่นี่คือเส้นทางเดินชมวิวที่ได้รับการจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถเดินเล่นท่ามกลางกำแพงหิมะได้อย่างปลอดภัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถเดินทางขึ้นมาได้อย่างสะดวกด้วยกระเช้ากอนโดล่า ให้ความรู้สึกตื่นเต้นราวกับการนั่งเครื่องเล่นในสวนสนุก จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแม้ในหมู่นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เล่นสกี

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นี่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะจุดถ่ายรูปยอดฮิต นักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพความสวยงามของทิวทัศน์ พร้อมฉากหลังเป็นกำแพงหิมะสีขาวโพลนที่ดูโดดเด่นและสวยงามในแบบ Photogenic ได้อย่างน่าประทับใจ

    การกลับมาของ “อุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะ ” (Tsugaike Nature Park) ในวันที่ 6 มิถุนายน

    สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ณ อุทยานธรรมชาติที่ตั้งอยู่สูงถึง 1,900 เมตร ในหมู่บ้านโอตาริ ซึ่งจะเปิดฤดูกาลในวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ ภายในอุทยานคุณจะได้พบกับหิมะที่ยังคงหลงเหลือสะท้อนแสงอาทิตย์ต้นฤดูร้อน ดอกมิซึบาโชที่ผลิบานท่ามกลางหิมะที่กำลังละลายและซากุระภูเขาหายากที่เบ่งบานพร้อมกัน เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงาม มีชีวิตชีวาและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    อุทยานธรรมชาติสึกาอิเกะคืออะไร ?

    อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Chubu Sangaku และเป็นหนึ่งในพื้นที่ชุ่มน้ำบนภูเขาสูงที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมธรรมชาติบนสะพานไม้ที่จัดเตรียมไว้อย่างดี พร้อมเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขา Hakuba ทั้งสาม (Hakuba Sanzan) ได้อย่างชัดเจนในวันที่อากาศแจ่มใส เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง อุณหภูมิที่นี่จึงเย็นกว่าพื้นราบประมาณ 5–6 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างสบายตลอดการเดินทาง

    เว็บไซต์ทางการ: https://sizenen.otarimura.com/

    ติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวหมู่บ้านโอตาริได้ที่ YouTube!

    ช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของสมาคมการท่องเที่ยวหมู่บ้านโอตาริ พร้อมนำเสนอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน ให้คุณติดตามแรงบันดาลใจในการเดินทางได้ทุกที่ ทุกเวลา

    YouTube Channel:
    https://www.youtube.com/channel/UCK8QWdgiS4h603CbgPiGHmg

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Prolight + Sound Bangkok จับมือ AVLIAS สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค เสริมบทบาทกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแสง สี เสียง และอีเวนต์ของอาเซียน

    Prolight + Sound Bangkok จับมือ AVLIAS สร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค เสริมบทบาทกรุงเทพฯ สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแสง สี เสียง และอีเวนต์ของอาเซียน

    กรุงเทพฯ – Prolight + Sound Bangkok (โปรไลท์ แอนด์ ซาวน์ แบงกอก หรือ PLSB) งานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีด้านระบบแสง สี เสียง ระบบภาพและเสียงระดับมืออาชีพ (Pro AV) รวมถึงเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมความบันเทิง ดนตรี และอีเวนต์ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สมาคมเทคโนโลยีระบบภาพ เสียง และแสงสว่างระดับมืออาชีพแห่งสิงคโปร์ (Pro Audiovisual Lighting Integration Association of Singapore – AVLIAS) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค ก่อนการจัดงานครั้งแรกระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ

    ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของงาน PLSB ในการเป็นเวทีสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ที่ช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้จัดงานอีเวนต์
    ผู้ให้บริการด้านระบบภาพและเสียง และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบันเทิงจากทั่วโลก
    ให้สามารถเข้าถึงตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    การประกาศความร่วมมือครั้งนี้มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ภายในงานพบปะสมาชิกของ AVLIAS ก่อนเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศสิงคโปร์
    ซึ่งมีสมาชิกสมาคมและสื่ออุตสาหกรรมเข้าร่วม เพื่อหารือถึงทิศทางตลาด
    มาตรฐานเทคโนโลยีใหม่ ๆ และโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้

    คุณ Judy Cheung รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท Messe Frankfurt (HK) Ltd กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ AVLIAS ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ Prolight + Sound Bangkok ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาให้กรุงเทพฯ
    เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม Pro AV และเทคโนโลยีด้านความบันเทิงในอาเซียน
    เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการระดับนานาชาติสามารถเข้าถึงตลาดในภูมิภาคและขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจ”

    ด้าน คุณ George Lin ประธานสมาคม AVLIAS กล่าวว่า “AVLIAS ตระหนักถึงชื่อเสียงระดับโลกของแบรนด์
    Prolight + Sound รวมถึงความเชี่ยวชาญของ Messe Frankfurt และ VNU Exhibitions Asia Pacific ในการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ
    ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการจับมือเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับสมาชิกของเรา
    และเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของอุตสาหกรรมสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

    เสริมศักยภาพตลาดอีเวนต์และเทคโนโลยีความบันเทิงในประเทศไทย

    ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยเองแสดงความเชื่อมั่นต่อการจัดงาน PLSB โดยมองว่างานดังกล่าวจะช่วยนำเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาสู่ตลาดไทย
    และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศได้เข้าถึงนวัตกรรมล่าสุด

    คุณเกรียงไกร กาญจนภูมิ (Mek) ผู้ก่อตั้งและ Group CEO บริษัท Index Creative Village จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผมเคยมีโอกาสไปเยี่ยมชมงาน Prolight + Sound หลายครั้งในประเทศจีน
    และเห็นได้ว่านี่คืองานขนาดใหญ่ที่มีผู้แสดงสินค้าจำนวนมาก การจัดงาน Prolight + Sound Bangkok จะช่วยกระตุ้นตลาดในประเทศไทยอย่างมาก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย
    โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่อาจไม่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ
    ได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยตนเอง”

    ในขณะเดียวกัน ดร.สุภาวรรณ ธีรรัตน์ ประธานสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า “ประเทศไทยมีการจัดอีเวนต์มากกว่า 3,000 งานต่อปี ที่ต้องใช้เทคโนโลยีแสง สี เสียงระดับมืออาชีพ
    ขณะที่กำลังการผลิตภายในประเทศยังมีจำกัด
    ทำให้ผู้จัดงานจำนวนมากต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ การจัดงาน Prolight + Sound Bangkok จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตและซัพพลายเออร์จากทั่วโลกในการเข้ามาสร้างเครือข่ายธุรกิจและขยายตลาดในประเทศไทย
    รวมถึงตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโต”

    เครือข่ายพันธมิตรอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ
    หนุนการเติบโตของงาน

    นอกเหนือจากความร่วมมือกับ AVLIAS แล้ว งาน PLSB ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์กรและสมาคมชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ การจับคู่ธุรกิจ
    และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในอุตสาหกรรม องค์กรพันธมิตรสำคัญ ได้แก่

    สมาคมธุรกิจและการพาณิชย์ยุโรป (European Association for Business and Commerce)สมาคมธุรกิจการจัดงานอีเวนต์ (Event Management Association)สถาบันวิศวกรรมดนตรีและวิทยาการเสียง
    สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหอการค้าเนเธอร์แลนด์–ไทย (Netherlands-Thai Chamber of Commerce)สมาคมเทคโนโลยีระบบภาพ เสียง
    และแสงสว่างระดับมืออาชีพแห่งสิงคโปร์ (AVLIAS)สมาคมการแสดงสินค้า (ไทย)สมาคมอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งไทย (Thai IoT Association)หอการค้าไทย–อิตาเลียน (Thai-Italian Chamber of Commerce)สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
    (องค์การมหาชน) (TCEB)สมาคมผู้ประกอบการระบบแสง เสียง
    และภาพมืออาชีพแห่งประเทศไทย

     ด้วยการสนับสนุนจากเครือข่ายอุตสาหกรรมทั้งในระดับสากลและระดับภูมิภาค
    งาน PLSB จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้แสดงสินค้า
    นักลงทุน ผู้ซื้อ และเจ้าของโครงการจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    เพื่อเร่งการเติบโตทางธุรกิจ การพัฒนาเทคโนโลยี
    และการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้านระบบภาพ เสียง
    และแสงสว่างสำหรับสถานที่จัดงานและอีเวนต์ระดับโลก

    เกี่ยวกับงาน Prolight + Sound Bangkok

    Prolight + Sound Bangkok (โปรไลท์ แอนด์ ซาวน์ แบงกอก) เป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีระดับนานาชาติด้านระบบแสง
    สี เสียง ระบบภาพและเสียงระดับมืออาชีพ เทคโนโลยีเวที
    และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมความบันเทิงและอีเวนต์ จัดโดย Messe Frankfurt (HK) Ltd ร่วมกับ VNU Exhibitions Asia Pacific

    งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
    กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายในการสร้างแพลตฟอร์มธุรกิจระดับนานาชาติ
    ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตเทคโนโลยี ผู้ให้บริการ
    และผู้ประกอบการจากทั่วโลกกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    งาน Prolight + Sound Bangkok จัดโดย Messe
    Frankfurt (HK) Ltd ร่วมกับ VNU Exhibitions Asia Pacific ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานได้ที่ www.prolightsound-bangkok.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางอีเมล plsb@hongkong.messefrankfurt.com และ plsb@vnuasiapacific.com

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีด้านอีเวนต์และความบันเทิงในเครือ
    Prolight + Sound ทั่วโลก สามารถดูได้ที่ www.prolight-sound.com/worldwide

    ข่าวประชาสัมพันธ์และภาพประกอบข่าว
    https://prolight-sound-bangkok.hk.messefrankfurt.com/bangkok/en/press/press-releases.html

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Social Media
    Facebook: Prolight + Sound Bangkok
    LinkedIn: Prolight + Sound Bangkok
    WeChat: @prolight-sound

     

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • รอยัล ดัชซ์ ยาเบอร์ แต่งตั้ง “นาตาชา ฮอลล์” ดำรงตำแหน่ง Vice President VIV Worldwide เสริมทัพผู้นำแพลตฟอร์มธุรกิจปศุสัตว์ระดับโลก

    รอยัล ดัชซ์ ยาเบอร์ แต่งตั้ง “นาตาชา ฮอลล์” ดำรงตำแหน่ง Vice President VIV Worldwide เสริมทัพผู้นำแพลตฟอร์มธุรกิจปศุสัตว์ระดับโลก

    อูเทรคต์, 5 มีนาคม 2569 – รอยัล ดัชซ์ ยาเบอร์ (Royal Dutch Jaarbeurs) | VNU Group ประกาศแต่งตั้ง นาตาชา ฮอลล์ (Natasha Hall) ดำรงตำแหน่ง Vice President VIV Worldwide อย่างเป็นทางการ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเติบโตของเครือข่ายงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ VIV ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มธุรกิจชั้นนำของโลกในอุตสาหกรรมปศุสัตว์และโปรตีนจากสัตว์

    การแต่งตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ VIV ก่อนการจัดงาน VIV Europe 2026 ระหว่างวันที่ 2–4 มิถุนายน 2569 ณ Koninklijke Jaarbeurs เมืองอูเทรคต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์
    ซึ่งในปีนี้ถือเป็นการจัดงาน ครบรอบ 25 ปี
    ของงานแสดงสินค้าระดับโลกด้านปศุสัตว์
    พร้อมทั้งเป็นช่วงเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัว VIV Select India ครั้งแรก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 เมษายน 2569 ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

    ยารูณ วาน ฮูฟ (Jeroen van Hooff) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ
    รอยัล ดัชซ์ ยาเบอร์ กล่าวว่า
    การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ขององค์กรในการขยายบทบาทของ VIV ในฐานะแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลกสำหรับอุตสาหกรรมปศุสัตว์

     

    “นับตั้งแต่เข้าร่วมงานกับ Jaarbeurs ในปี 2568 นาตาชาได้แสดงบทบาทสำคัญในการพัฒนา VIV Asia ด้วยประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโต
    การวางตำแหน่งตลาด และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาค บทบาทใหม่ของเธอจะมีส่วนสำคัญในการต่อยอด
    VIV ให้ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์ม B2B ระดับโลกที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมสัตว์ปีกและปศุสัตว์เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร”

     

    ในตำแหน่ง Vice President VIV Worldwide นาตาชา ฮอลล์ จะรับผิดชอบการบริหารพอร์ตโฟลิโอ VIV ในระดับโลก ครอบคลุมภูมิภาค เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และตะวันออกกลางและแอฟริกา (MEA) ขอบเขตการดำเนินงานประกอบด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แบรนด์ VIV, แพลตฟอร์มดิจิทัล VIV Connect และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมอย่าง
    VIV Trade Forums โดยมีเป้าหมายในการขยายเครือข่ายผู้แสดงสินค้า
    ผู้เข้าชมงาน และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั่วโลก
    พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ VIV ในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม
    Feed to Food ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

     

    นาตาชา ฮอลล์
    มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าและอีเวนต์ระดับนานาชาติมากกว่า 10 ปี
    โดยเคยทำงานในเมืองดูไบและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจในตลาดเกิดใหม่หลายภูมิภาค เธอกล่าวว่า

    “VIV เป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีจุดแข็งในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมตั้งแต่
    Feed to Food หรือห่วงโซ่อาหารโปรตีนสัตว์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
    ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ทำให้ VIV มีความโดดเด่นในอุตสาหกรรม ในบทบาทใหม่นี้
    ดิฉันตั้งใจทำงานร่วมกับทีมงานและพันธมิตรทั่วโลก เพื่อพัฒนาเครือข่าย VIV ให้มีความแข็งแกร่ง เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ
    ให้กับอุตสาหกรรมในระดับสากล”

     

    ปี 2569 ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ VIV เนื่องจาก VIV Europe 2026 จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 25 และยังมีการประกาศว่า ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไป งาน VIV Europe จะปรับรูปแบบการจัดเป็นทุกสองปี (Biennial) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่ต้องการความต่อเนื่องในการวางแผนธุรกิจและการเชื่อมโยงตลาดในระดับนานาชาติ วาน ฮูฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า “VIV Europe ได้พัฒนาเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่เชื่อมโยงกลยุทธ์
    เทคโนโลยี และธุรกิจของอุตสาหกรรมปศุสัตว์เข้าด้วยกัน
    การจัดงานครบรอบในปีนี้จะรวบรวมผู้แสดงสินค้าระดับนานาชาติหลายร้อยราย
    และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกหลายพันคนมายังเมืองอูเทรคต์
    ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม Agrifood และการพัฒนาห่วงโซ่อาหารอย่างยั่งยืน”

     

    เครือข่าย VIV Worldwide ยังคงเดินหน้าขยายเวทีธุรกิจระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
    โดยในปีที่ผ่านมาได้จัดงาน VIV MEA ที่กรุงอาบูดาบี
    เพื่อตอบโจทย์ตลาดตะวันออกกลางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในเดือนมีนาคม 2569 จะมีการจัดงาน VIV Health & Nutrition
    Asia 2026 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
    ซึ่งมุ่งเน้นด้านสุขภาพและโภชนาการสัตว์

     

    ต่อเนื่องด้วยการเปิดตัว VIV Select
    India 2026 ในเดือนเมษายน ณ กรุงนิวเดลี
    และการกลับสู่เวทีสำคัญของอุตสาหกรรมปศุสัตว์โลกกับ VIV Europe 2026
    ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นงานเรือธงของเครือข่าย VIV ที่รวบรวมผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลกเพื่อร่วมแบ่งปันองค์ความรู้
    นำเสนอนวัตกรรม และกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมในอนาคต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES