คดีปั่นหุ้นที่สะท้อนต้นทุนของการฉ้อโกง
การที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 22 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TPL และบริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META เป็นคดีที่แสดงให้เห็นว่าการปั่นหุ้นไม่ได้เป็นเพียง “เกมของคนในตลาด” แต่เป็นความผิดที่สร้างความเสียหายต่อผู้ลงทุนรายย่อยและต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุนทั้งระบบ
ก.ล.ต. เรียกให้ผู้กระทำผิดทั้ง 22 รายชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 192.86 ล้านบาท พร้อมกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร โดยในจำนวนนี้เป็นกรณีหุ้น TPL 4 ราย เรียกชำระรวม 20.29 ล้านบาท และกรณีหุ้น META 18 ราย เรียกชำระรวม 172.57 ล้านบาท ตัวเลขค่าปรับและระยะเวลาแบนที่แตกต่างกันตามบทบาทและระดับความเสียหายสะท้อนว่าก.ล.ต. ได้ประเมินความรับผิดเป็นรายบุคคล ไม่ได้เหมารวมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในระดับเดียวกัน
กลไกสร้างราคาที่ ก.ล.ต. ตรวจพบ
ในกรณี TPL ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่าผู้กระทำผิดทั้ง 4 รายมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันทั้งด้านส่วนบุคคลและธุรกิจ และร่วมกันแบ่งหน้าที่สร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น TPL เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ซึ่งเป็นวันแรกที่หุ้น TPL เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ใบสั่งซื้อราคาสูงก่อนเปิดตลาด
พฤติกรรมหนึ่งที่ตรวจพบคือการส่งคำสั่งเสนอซื้อหุ้น TPL ในราคาสูงและปริมาณมากในช่วงก่อนเปิดตลาด เพื่อทำให้ราคาหุ้นเปิดสูงกว่าราคาเสนอขายครั้งแรก (IPO) การกระทำเช่นนี้สร้างภาพลวงว่ามีความต้องการซื้อสูงและกระตุ้นให้นักลงทุนรายอื่นเข้าซื้อตาม โดยผู้ลงทุนเหล่านี้อาจไม่ได้รู้ว่าความต้องการซื้อส่วนหนึ่งเป็นคำสั่งที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันราคา
การจับคู่ซื้อขายระหว่างกันและครองคำเสนอซื้อ
กลไกอีกชั้นคือการส่งคำสั่งเคาะซื้อเพื่อผลักดันราคาและการจับคู่ซื้อขายระหว่างกันในช่วงระหว่างวัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ลงทุนรายอื่นซื้อขายตาม รวมถึงการครองคำเสนอซื้อหลายระดับราคาเพื่อไม่ให้ราคาปรับลดลงและขัดขวางผู้ลงทุนรายอื่นจนต้องส่งคำสั่งซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ราคาหุ้นไม่สะท้อนอุปสงค์อุปทานที่แท้จริง และผู้ลงทุนรายย่อยที่เข้าซื้อตามอาจขาดทุนเมื่อราคาปรับกลับเข้าสู่ระดับที่ควรเป็น
ผลสะเทือนต่อผู้ลงทุนรายย่อยและมาตรฐานตลาด
คดี TPL-META ไม่ได้จบที่การปรับเงิน แต่มีผลสะเทือนต่อมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย เพราะแสดงให้เห็นว่าก.ล.ต. สามารถไล่ตามความเชื่อมโยงระหว่างบุคคล ธุรกรรม และพฤติกรรมราคาได้แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 การกำหนดโทษทั้งค่าปรับ การแบนซื้อขาย และการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นการเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจและต้นทุน reputational ให้กับผู้ที่คิดจะใช้ตลาดทุนเป็นเครื่องมือทำกำไรจากการสร้างราคาเทียม
สำหรับนักลงทุนรายย่อย คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดปกติโดยไม่มีคำอธิบายเชิงพื้นฐาน ควรระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายให้รอบด้าน รายละเอียดคำสั่งลงโทษและรายชื่อผู้กระทำผิดเผยแพร่ในรายงานข่าว Money & Banking เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ลิงก์ https://moneyandbanking.co.th/2026/267050/









