Blog

  • PetroSync Training: Transform into ASME Expert Fast

    PetroSync Training: Transform into ASME Expert Fast

    Transform your team into ASME experts fast with PetroSync Training. Master PCC-2, Section I, B31.3, and Section VIII standards to boost productivity, operational efficiency, and stay ahead of competitors.

    Don’t Let Your Team Fall Behind Industry Standards

    In the fast-paced oil & gas industry, companies that delay upskilling their teams often fall behind—losing productivity, efficiency, and business opportunities. With ASME PCC-2 training, your team can master pressure equipment repair quickly and accurately, boosting productivity by up to 25% compared to industry standards. Don’t let competitors lead simply because they’re better prepared.

    Master ASME PCC-2 Before Costs Spiral Out of Control

    Technical mistakes or inadequate procedures can lead to significant cost overruns. This training not only enhances technical expertise but also helps companies save operational expenses. A well-trained team minimizes downtime, reduces errors, and allocates resources efficiently—protecting your bottom line.

    Unlock Operational Efficiency with ASME Section I & B31.3

    Boilers and process piping are the backbone of operational efficiency. Through ASME Section I training and ASME B31.3 training, your team will optimize operations, cut energy waste, and ensure smooth processes. Studies show companies that train their teams in ASME standards see operational efficiency improvements of up to 30%.

    Future-Proof Your Workforce with ASME Section VIII Expertise

    Technology and regulations evolve continuously. Without the right expertise, your team risks falling behind. With ASME Section VIII training, your workforce will be prepared for the latest industry demands, reducing operational risks and ensuring safety in every project. Imagine your competitors moving faster simply because their teams are more prepared—this is a risk you can avoid.

    About PetroSync Global Internasional

    PetroSync was established in Singapore in 2010 and began its expansion into Indonesia in 2013. To this day, PetroSync has become a leading oil and gas training provider, with a participant passing rate as high as 90%.

    This Press Release has also been published on VRITIMES

  • นโยบาย ระบบนิเวศ และการปฏิบัติ: เสริมพลังความร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพและองค์กรใหญ่ในประเทศไทย

    นโยบาย ระบบนิเวศ และการปฏิบัติ: เสริมพลังความร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพและองค์กรใหญ่ในประเทศไทย

    การเติบโตของสตาร์ทอัพเทคโนโลยีในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากแต่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับกรอบนโยบาย การพัฒนาระบบนิเวศ และยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนไปของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มองว่านวัตกรรมดิจิทัลคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จระยะยาว ความร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพกับบริษัทขนาดใหญ่จึงกลายเป็นหนึ่งในคันโยกที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลของประเทศไทยให้เป็นจริง

    ในด้านนโยบาย หน่วยงานรัฐของไทยได้เปิดตัวมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนา (R&D) การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และโปรแกรมที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน แม้จะมีความท้าทายในด้านการนำไปปฏิบัติ แต่มาตรการเหล่านี้ส่งสัญญาณให้ผู้ประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่เห็นอย่างชัดเจนว่า “นวัตกรรม” เป็นวาระแห่งชาติ ในบางกรณี การจัดตั้ง regulatory sandbox ยังเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการด้านการเงินและดิจิทัลสามารถทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม ช่วยลดความเสี่ยงในขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้การทดลองเกิดขึ้นได้จริง

    ภายใต้บริบทเช่นนี้ บริษัทในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร โทรคมนาคม การผลิต หรือค้าปลีก ต่างก็สร้างโครงสร้างภายในเพื่อเชื่อมต่อกับสตาร์ทอัพ พวกเขาอาจตั้งแล็บนวัตกรรม สำนักงานทรานส์ฟอร์เมชันดิจิทัล หรือกองทุนร่วมลงทุนขององค์กร (Corporate Venture Capital) หน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่สำรวจหาและคัดเลือกสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตร และผสานนวัตกรรมจากภายนอกเข้ากับกระบวนการธุรกิจหลัก ภารกิจของพวกเขาไม่ได้จำกัดแค่การได้มาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้มีความยึดโยงกับลูกค้ามากขึ้นและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้นด้วย

    จากมุมมองของสตาร์ทอัพไทย แรงดึงดูดหลักของการร่วมมือกับบริษัทขนาดใหญ่คือทรัพยากรและช่องทางสู่ตลาดที่บริษัทเหล่านี้ถือครองอยู่ สำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีโลจิสติกส์ การจับมือกับเชนค้าปลีกระดับประเทศหรือผู้ให้บริการขนส่งสามารถเปิดประตูไปยังร้านค้าและคลังสินค้าหลายพันแห่งได้ สตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ก็สามารถเชื่อมต่อโซลูชันของตนเข้ากับสายการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ แสดงผลลัพธ์ในระดับอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน ความร่วมมือเช่นนี้ช่วยเร่งการเติบโตและสร้างกรณีศึกษาเชิงประจักษ์ที่ทรงคุณค่าเมื่อถึงเวลาเจรจากับนักลงทุน

    อย่างไรก็ตาม อุปสรรคเชิงระบบยังมีอยู่มาก กรอบกฎหมายและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมักถูกออกแบบมาสำหรับผู้ขายขนาดใหญ่ที่มั่นคง มากกว่าบริษัทเกิดใหม่ที่ต้องการขยับตัวอย่างรวดเร็ว สัญญาต่าง ๆ อาจมีความแข็งตัว เงื่อนไขการชำระเงินยาวนาน และการแบ่งภาระความเสี่ยงที่ซับซ้อน ประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ก็อาจกลายเป็นโจทย์สำคัญเมื่อทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมในการพัฒนาโซลูชันใหม่ร่วมกัน สตาร์ทอัพซึ่งมีเงินทุนและบุคลากรจำกัดอาจพบว่าตนเองต้องแบกรับการเจรจายืดเยื้อหรือการทำงานด้านการผสานระบบที่กินเวลาหลายเดือน โดยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องรายได้ตอบแทน

    เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศของไทยจึงเริ่มทดลองแนวทางใหม่ บางบริษัทได้ออกนโยบายจัดซื้อที่ “เป็นมิตรกับสตาร์ทอัพ” เช่น สัญญาทดลองขนาดเล็กที่ชัดเจนขึ้น วงเงินเริ่มต้นที่จำกัดแต่ขยายได้ และรอบการชำระเงินที่เร็วขึ้น บริษัทอื่น ๆ พัฒนากรอบความร่วมมือมาตรฐานที่ระบุอย่างโปร่งใสตั้งแต่แรกว่ามีเงื่อนไขอย่างไรในด้านการแบ่งปันข้อมูล สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และตัวชี้วัดความสำเร็จ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนของทั้งสองฝ่าย

    อินคิวเบเตอร์และฮับนวัตกรรมก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน พวกเขาให้การอบรมผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพเกี่ยวกับการเดินเกมขายให้กับองค์กรใหญ่ วิธีเจรจาสัญญา และมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตามในระดับองค์กร เช่น ความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขายังช่วยให้ทีมงานด้านนวัตกรรมขององค์กรเรียนรู้วิธีประเมินศักยภาพบริษัทระยะเริ่มต้น เข้าใจข้อจำกัดของสตาร์ทอัพ และออกแบบโครงสร้างความร่วมมือที่ให้ประโยชน์ร่วมกัน อินคิวเบเตอร์เหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็น “ล่าม” ระหว่างสองโลกธุรกิจที่มักใช้ “ภาษา” แตกต่างกันมาก

    เมื่อมองไปข้างหน้า ระดับความสมบูรณ์ของความร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพกับองค์กรไทยจะขึ้นอยู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องในเรื่องทักษะและความไว้วางใจ เมื่อเรื่องราวความสำเร็จเกิดขึ้นมากขึ้น ไม่ว่าจะในฟินเทค เฮลท์เทค อะกริเทค หรือโซลูชันเมืองอัจฉริยะ กรณีตัวอย่างเหล่านี้จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเดินตาม นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นในโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาความร่วมมือกับองค์กร ขณะที่ผู้บริหารองค์กรก็เห็นหลักฐานเชิงรูปธรรมว่างานร่วมกับสตาร์ทอัพสามารถสร้างคุณค่าที่วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่โครงการทดลองโดด ๆ

    ในภูมิทัศน์ที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องนี้ ประเทศไทยมีโอกาสวางตำแหน่งตนเองไม่ใช่เพียง “ตลาดนำเข้าเทคโนโลยี” แต่เป็นผู้สร้างโซลูชันดิจิทัลต้นแบบที่สะท้อนความต้องการและมุมมองเฉพาะของท้องถิ่น การสร้างความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างสตาร์ทอัพกับบริษัทยักษ์ใหญ่ คือหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นั้นให้เป็นจริง ทำให้ “นวัตกรรม” กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง

  • นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และความต้องการของตลาดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย

    นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และความต้องการของตลาดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย

    อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยมีการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การใส่ใจในเรื่องสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนานวัตกรรมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และมีรสชาติที่โดดเด่น ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้ประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในบทความนี้จะพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการของตลาดในประเทศไทยและกลยุทธ์ที่บริษัทต่างๆ ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

    แนวโน้มในตลาดอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย

    อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ผู้บริโภคเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี และปราศจากสารเคมีหรือสารเติมแต่งต่างๆ ซึ่งทำให้ความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูปและอาหารออร์แกนิกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

    ในขณะเดียวกัน ความสะดวกในการบริโภคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ผู้บริโภคในเมืองใหญ่ต้องการอาหารและเครื่องดื่มที่สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาเตรียมมาก ซึ่งทำให้ตลาดอาหารพร้อมรับประทาน ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มที่พร้อมดื่มเติบโตอย่างรวดเร็ว

    รสชาติยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการดึงดูดผู้บริโภค ไทยยังคงเป็นที่รู้จักในเรื่องรสชาติอาหารที่หลากหลายและเข้มข้น โดยเฉพาะรสเผ็ด หวาน เปรี้ยว และเค็ม ซึ่งยังคงได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด และผู้ผลิตต่างๆ กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ผสมผสานรสชาติไทยดั้งเดิมกับเทรนด์อาหารใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศ

    นวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์

    ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคมีความต้องการอาหารที่มีประโยชน์และสะดวกสบาย บริษัทต่างๆ ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับความต้องการนี้ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เสริมวิตามินและโพรไบโอติกส์ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพ เช่น น้ำผลไม้คั้นสดและน้ำชาไร้น้ำตาล

    นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชหรือมังสวิรัติก็ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในอาหารที่เดิมทีใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ เช่น แกงเผ็ดและก๋วยเตี๋ยว ซึ่งทำให้บริษัทสามารถเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกจากพืชได้มากขึ้น

    ความท้าทายและโอกาสในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

    อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน การแข่งขันที่สูงจากแบรนด์ต่างประเทศ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ก็เป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมและเติบโต โดยบริษัทที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในด้านความสะดวกสบาย สุขภาพ และความยั่งยืนจะมีโอกาสที่จะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้

    อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และผู้ผลิตที่สามารถปรับตัวและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ จะสามารถครองตลาดในอนาคตได้

  • จากเวิร์กช็อปแบบดั้งเดิมสู่การผลิตที่รับผิดชอบ: เส้นทางการเติบโตของ SMEs ไทย

    จากเวิร์กช็อปแบบดั้งเดิมสู่การผลิตที่รับผิดชอบ: เส้นทางการเติบโตของ SMEs ไทย

    ทั่วประเทศไทย เวิร์กช็อปขนาดเล็กและกิจการครอบครัวนับพันแห่งได้พัฒนาจนกลายเป็น SMEs อย่างเป็นทางการ หลายแห่งเริ่มต้นด้วยเครื่องมือพื้นฐาน ทุนจำกัด และกลุ่มลูกค้าในท้องถิ่น ปัจจุบันพวกเขาเผชิญกับความเป็นจริงที่แตกต่างออกไป ได้แก่ ตลาดดิจิทัล การแข่งขันระดับนานาชาติ และการตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาความสำคัญของตนเอง กิจการเหล่านี้กำลังพยายามยกระดับทั้งคุณภาพสินค้าและความยั่งยืนของกระบวนการผลิต

    หนึ่งในก้าวแรกของการเปลี่ยนผ่านนี้คือการเข้าใจความคาดหวังของลูกค้า ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญไม่เพียงแต่รสชาติที่ดี ความทนทาน หรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมองถึงความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับได้ และแนวปฏิบัติที่มีจริยธรรม SMEs ไทยตอบสนองด้วยการจัดทำเอกสารกระบวนการผลิตของตน การติดฉลากสินค้าอย่างโปร่งใสมากขึ้น และการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอาหารหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ การดำเนินการเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าที่พวกเขาซื้อนั้นถูกผลิตขึ้นอย่างมีความรับผิดชอบ

    การปรับปรุงกระบวนการเป็นหัวใจของการบริหารคุณภาพ SMEs จำนวนมากเริ่มต้นจากการทำแผนผังกระบวนการผลิตลงบนกระดาษ ระบุคอขวดและจุดที่มักก่อให้เกิดข้อผิดพลาด พวกเขาอาจจัดเรียงเครื่องจักรใหม่เพื่อลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น นำเครื่องมือวัดแบบง่ายมาใช้ หรือกำหนดสูตรและสัดส่วนให้เป็นมาตรฐาน เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งนี้ช่วยลดความแปรปรวนของสินค้าและทำให้การฝึกอบรมพนักงานใหม่ทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่กระทบต่อคุณภาพ

    การผลิตอย่างยั่งยืนช่วยเติมมิติใหม่ให้กับการปรับปรุงกระบวนการ เมื่อ SMEs วิเคราะห์ว่าใช้พลังงาน น้ำ และวัตถุดิบเท่าไหร่ต่อหน่วยผลิต พวกเขามักค้นพบ “ของเสียที่ซ่อนอยู่” ด้วยการซ่อมแซมจุดรั่ว ปรับระบบทำความร้อนและความเย็นให้เหมาะสม หรือเปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พวกเขาสามารถลดต้นทุนพร้อมกับลดรอยเท้าด้านสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงเหล่านี้มักให้ผลตอบแทนคืนกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจแม้สำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องระมัดระวังเรื่องงบประมาณ

    ด้านบรรจุภัณฑ์และโลจิสติกส์ก็เป็นพื้นที่ที่พร้อมสำหรับนวัตกรรม SMEs ไทยสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้ใช้วัสดุบางลง หลีกเลี่ยงชั้นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น หรือหันมาใช้ทางเลือกที่นำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้ การวางแผนเส้นทางการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ การรวมการจัดส่ง และความร่วมมือกับกิจการใกล้เคียงด้านการขนส่ง สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างดีและสื่อสารถึงความพยายามด้านความยั่งยืนยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อีกด้วย

    ระบบนิเวศสนับสนุนธุรกิจกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ศูนย์พัฒนาธุรกิจ หอการค้า และสมาคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย ให้การเป็นพี่เลี้ยง การฝึกอบรมแบบกลุ่ม และบริการร่วมสำหรับการทดสอบและการรับรองผลิตภัณฑ์ ด้วยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ SMEs จึงไม่จำเป็นต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเทคนิคตามลำพัง การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบกับแนวคิดใหม่ ๆ และความคิดเห็นจากตลาด ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม ทัศนคติยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้ประกอบการบางรายลังเลที่จะเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ตนใช้มานานหลายสิบปี พวกเขาอาจมองว่าการพัฒนาด้านคุณภาพและความยั่งยืนเป็นภาระหรือไม่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ การเปลี่ยนทัศนคตินี้มักต้องอาศัย “เรื่องราวความสำเร็จ” จากเพื่อนผู้ประกอบการ ตัวอย่างจากกิจการขนาดเล็กที่ลงทุนอย่างระมัดระวังในกระบวนการที่ดีกว่า แล้วสามารถดึงดูดผู้ซื้อรายใหญ่ขึ้น ได้ราคาที่สูงขึ้น หรือเปิดตลาดส่งออกใหม่ ๆ

    เมื่อ SMEs ไทยก้าวหน้าไปบนเส้นทางจากเวิร์กช็อปแบบดั้งเดิมสู่การเป็นผู้ผลิตที่รับผิดชอบ พวกเขาช่วยปรับโฉมภูมิทัศน์อุตสาหกรรมในวงกว้าง ความพยายามของพวกเขาแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานสูงและการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะของบรรษัทขนาดใหญ่ ตรงกันข้าม หลักการเหล่านี้สามารถบูรณาการทีละขั้น ผ่านการลงทุนอย่างสมเหตุสมผลและนวัตกรรมที่ปฏิบัติได้จริง ทำให้กิจการขนาดเล็กมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

  • Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA): เชื่อมโยงผู้นำ นวัตกรรม และโอกาสด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก

    Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA): เชื่อมโยงผู้นำ นวัตกรรม และโอกาสด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย (26 พฤศจิกายน 2568) – เปิดลงทะเบียนเข้าชมงานแล้ว สำหรับงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA) โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์, ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นักนวัตกรรม และผู้ให้บริการโซลูชันที่กำลังเติบโต และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วโลก ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสในการสำรวจเทคโนโลยี อัปเดทเทรนด์ และกลยุทธ์ล่าสุดที่จะกำหนดอนาคตของความมั่นคงปลอดภัยทางด้านไซเบอร์

    ภายในงานปีนี้มีผู้แสดงสินค้า 140 รายจาก 15 ประเทศ แบ่งเป็นสัดส่วนจากต่างประเทศ 40% และในประเทศ 60% บนพื้นที่จัดแสดง 1,800 ตารางเมตร และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 4,000 คน โดยผู้เข้าร่วมงานจะได้รับข้อมูลเชิงลึกจากแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ เช่น ACER Cyber ​​Security, CompTIA หรือ Nextwave และแบรนด์ระดับโลกอย่าง Zoho Corporation, Palo Alto Networks และ Google Cloud Security และเครือข่ายพันธมิตรหลัก ได้แก่ EC-Council, CREST และ NECTEC

    กิจกรรมที่สำคัญภายในงาน 

    Cybersec Asia 2026 เป็นหนึ่งในงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่สำคัญในระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก พันธมิตรภาครัฐ และผู้ค้นนวัตกรรม บนแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการแบ่งปันความรู้ การสร้างเครือข่าย และการทำงานร่วมกัน โดยจะมีหัวข้อสัมมนา 90 หัวข้อ วิทยากร 120 คนจาก 12 ประเทศ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญๆ เช่น กลยุทธ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ไฟร์วอลล์มนุษย์, การปกป้องคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน, การปกป้องข้อมูลและความเป็นส่วนตัว, การจัดการข้อมูลประจำตัวและการเข้าถึง, ความยืดหยุ่นและการกู้คืน, การกำกับดูแลและนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และเทคโนโลยีใหม่ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 

    และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญสำหรับปีนี้ งาน AI Asia 2026 จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นร่วมกับงาน Cybersec Asia งานนี้จะเน้นย้ำถึงความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI, คลาวด์, ข้อมูล และโซลูชัน AI ประยุกต์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กรในทุกอุตสาหกรรม Cybersec Asia และ AI Asia ร่วมกันเชื่อมโยงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ AI และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลขององค์กรแห่งอนาคต มอบมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังกำหนดอนาคต

    Image

    ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับประโยชน์จากการสาธิตเชิงปฏิบัติ เวิร์กช็อป การแข่งขัน CTF แฮ็กกาธอน และการประชุมเชิงเทคนิคแบบอินเทอร์แอคทีฟ พร้อมโอกาสในการพบปะกับผู้ซื้อชั้นนำ และผู้นำในอุตสาหกรรม ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) โดยมองว่ากรุงเทพฯ จะสามารถเป็นสะพานเชื่อมเชิงกลยุทธ์ระหว่างตะวันออกและตะวันตก งานนี้เป็นเวทีที่สำคัญสำหรับการแบ่งปันความรู้ สร้างเครือข่าย และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยระดับภูมิภาค

    “Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA) คือเวทีที่เทคโนโลยีผสานกลยุทธ์ และนวัตกรรมผสานโอกาส งานนี้ยินดีต้อนรับองค์กรชั้นนำและนวัตกรในอุตสาหกรรม อาทิ Google Cloud Security, Zoho Corporation, Forcepoint, Acer Cyber Security, SANS Institute และ heylogin พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญจากระบบนิเวศความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลก งานนี้ไม่ใช่เพียงงานประชุม แต่ยังเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับการแบ่งปันความรู้ และธุรกิจใหม่ เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและบริษัทต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก และสร้างความร่วมมือที่มีความหมาย เราภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดพาวิลเลียนนานาชาติ อาทิ อินเดีย จีน อิสราเอล และไต้หวัน” คุณอเล็กซานเดอร์ ฟาร์คัส ผู้จัดการโครงการอาวุโสของ Cybersec Asia (VNU Asia Pacific) กล่าว 

    Image

    เข้าร่วมชุมชนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก  

    อย่าพลาดโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของ Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (สนับสนุนโดย NCSA) ที่ซึ่งผู้นำ นักนวัตกรรม และผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกจะมารวมตัวกันเพื่อแบ่งปันความรู้ สำรวจเทคโนโลยีใหม่ๆ และสร้างเครือข่ายธุรกิจ ลงทะเบียนวันนี้เพื่อจองที่นั่ง และสัมผัสประสบการณ์ล่าสุดด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และนวัตกรรม AI ด้วยตนเอง 

    ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมงานฟรี ที่นี่: https://eventpassinsight.co/el/to/cybersec2606 

    CYBERSEC ASIA x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA)

    วันที่: 4-5 February 2026 
    สถานที่: Plenary Halls, QSNCC, Bangkok, Thailand 
    เวลา: 09:30-17:00 hrs. 
    รับข้อมูลเพิ่มเติมhttps://cybersec-asia.net   

  • ILM วางรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ใช้ SAP Cloud + AI  สู่ผู้นำ “Ecosystem of Living Solution” ตอกย้ำเบอร์ 1 ธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์

    ILM วางรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ใช้ SAP Cloud + AI สู่ผู้นำ “Ecosystem of Living Solution” ตอกย้ำเบอร์ 1 ธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์

    ILM วางรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ ใช้ SAP Cloud + AI สู่ผู้นำ “Ecosystem of Living Solution” ตอกย้ำเบอร์ 1 ธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์

    Image

    นยุคที่การแข่งขันบนสนามธุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนจากการสู้กันด้วยราคาและทำเล  สู่สมรภูมิแห่งดิจิทัล, ข้อมูล และเทรนด์ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์  ของใช้ภายในบ้าน และของแต่งบ้านครบวงจร ที่ครองอันดับ 1 ด้านสินค้าไลฟ์สไตล์เรื่องบ้านมาอย่างยาวนาน ได้ประสบความสำเร็จสู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจยุคใหม่ด้วยการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ Digital-Driven Future ผ่านการใช้ RISE with SAP S/4HANA Cloud for Retail ด้วยการสนับสนุนของ 4 ผู้นำด้านเทคชั้นนำอย่าง SAP, NEXUS, SNP Group และ AWS เพื่อสร้างรากฐานดิจิทัลอัจฉริยะ และขับเคลื่อนด้วย SAP Cloud,  AI และ Data Intelligence ที่เชื่อมโยงทุกมิติของธุรกิจ

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) มุ่งมั่นเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกบริการ ตอกย้ำการเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยมี RISE with SAP เป็นเทคโนโลยีรากฐานที่มั่นคง และ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

    AI: พลังแห่งอนาคตของ Index Living Mall

    ในงานสัมมนา Winning Transformation ที่ผ่านมา ในช่วงหนึ่ง คุณเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารโครงการ The Walk , LITTLE WALK ได้แชร์ถึงการนำกลยุทธ์ AI ต่อผู้ร่วมงานจากบริษัทชั้นนำมากมาย

    ตัวอย่างโครงการ AI นำร่อง เช่น

    AI Advisor: ระบบที่ปรึกษาอัจฉริยะช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างแม่นยำPredictive Insights: วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์เทรนด์การแต่งบ้านยอดขายและความเสี่ยงในซัพพลายเชนPrescriptive Analytics: แนะนำแนวทางกลยุทธ์อัตโนมัติเช่นการจัดโปรโมชั่นที่เพิ่มยอดขายได้สูงสุดPersonalized Marketing: วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อเสนอสินค้าที่ตรงใจแต่ละรายAI Chatbot: เสริมประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการอัตโนมัติที่ตอบสนองได้รวดเร็ว

    และในอีก 3–5 ปีข้างหน้า ILM ตั้งเป้าที่จะเป็นธุรกิจค้าปลีกต้นแบบที่เชื่อมโยงทุกมิติของการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “Ecosystem of Living Solution” — ที่ไม่เพียงเป็นร้านค้าที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ และของแต่งบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มแห่งการใช้ชีวิตภายในบ้าน ตั้งแต่สินค้า บริการครบวงจร  ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์ไลต์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครบครันและสมบูรณ์แบบ

    Image

  • การศึกษาผลกระทบของปัญหาทางเศรษฐกิจโลกต่อตลาดหุ้นไทย

    การศึกษาผลกระทบของปัญหาทางเศรษฐกิจโลกต่อตลาดหุ้นไทย

    ภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในระดับโลกสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดการเงินทั่วโลก ตลาดหุ้นไทยซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ก็ได้รับผลกระทบจากความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลกอย่างชัดเจน บทความนี้จะวิเคราะห์ผลกระทบที่ปัญหาทางเศรษฐกิจโลกมีต่อตลาดหุ้นไทยในแง่มุมต่าง ๆ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจไทย

    ความผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก

    เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกมักจะมีความผันผวนสูง นักลงทุนมักจะวิตกกังวลและรีบขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ตลาดหุ้นไทยจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการลดลงของราคาหุ้น การลดลงในราคาหุ้นไทยมักเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศพยายามลดการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกมักจะรุนแรง และการลดลงของราคาหุ้นจะยาวนานเป็นเดือน นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการคาดการณ์พฤติกรรมของตลาด ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงไป

    ผลกระทบตามภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย: ธนาคาร การท่องเที่ยว และการส่งออก

    ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก ภาคธนาคารในประเทศไทยมักได้รับผลกระทบจากความไม่มั่นคงทางการเงินในระดับโลก การขาดแคลนสภาพคล่องและความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ทำให้ราคาหุ้นของธนาคารและสถาบันการเงินในไทยลดลง ธนาคารอาจเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงด้านเครดิตและการลดลงของผลกำไร ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง

    ภาคการท่องเที่ยวก็เป็นหนึ่งในภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศประสบปัญหาการลดลงของนักท่องเที่ยวในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สายการบิน และบริษัททัวร์ประสบปัญหารายได้ลดลง ราคาหุ้นของบริษัทเหล่านี้ลดลงตามมา

    ในทำนองเดียวกัน ภาคการส่งออกของไทยก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก การลดลงของความต้องการสินค้าจากตลาดโลกทำให้บริษัทผู้ส่งออกในไทยประสบปัญหารายได้ลดลง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเกษตรกรรม ซึ่งต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในการทำรายได้

    การอ่อนค่าของเงินบาทและผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติ

    ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทมักจะอ่อนค่าลง นักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมักจะย้ายทุนไปยังสกุลเงินที่มีความปลอดภัยสูงกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือเยนญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย การอ่อนค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะนักลงทุนต่างชาติที่ถือหุ้นในไทยจะประสบกับการสูญเสียมูลค่าเมื่อแปลงเงินกลับไปยังสกุลเงินของตน

    นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาททำให้สินค้าของไทยในตลาดโลกมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อภายในประเทศ

  • การชำระเงินดิจิทัลและการรวมทางการเงินในประเทศไทย

    การชำระเงินดิจิทัลและการรวมทางการเงินในประเทศไทย

    การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของประเทศไทยไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินและการสร้างเศรษฐกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น การผลักดันไปสู่สังคมที่ใช้เงินสดน้อย (cash-light society) เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความพยายามในการดึงประชาชนจำนวนมากขึ้นและผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าสู่ระบบการเงินอย่างเป็นทางการ

    วาระเชิงนโยบายที่หน่วยงานรัฐของไทยกำหนดขึ้นได้ตระหนักตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าการพึ่งพาเงินสดมากเกินไปสามารถจำกัดการมีส่วนร่วมได้ ผู้คนในพื้นที่ชนบทหรือชุมชนรายได้น้อยอาจอยู่ห่างจากสาขาธนาคาร ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน National e-Payment Master Plan จึงมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเชื่อมช่องว่างเหล่านี้ ทำให้สามารถทำธุรกรรมต้นทุนต่ำแม้ในมูลค่าไม่สูง และลดความจำเป็นในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ

    PromptPay เป็นเครื่องมือสำคัญส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ ด้วยการเชื่อมบัญชีธนาคารเข้ากับหมายเลขบัตรประชาชนหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ระบบช่วยให้การใช้บัญชีเป็นเรื่องง่ายขึ้นและลดแรงเสียดทานสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ หน่วยงานภาครัฐใช้ PromptPay ในการโอนเงินสวัสดิการและเงินอุดหนุนโดยตรงเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิ์ ทำให้ลดการรั่วไหลและตัดตัวกลางออกไป สำหรับผู้รับเงิน สิ่งนี้มักหมายถึงการเข้าถึงเงินได้เร็วขึ้นและเชื่อถือได้มากขึ้น

    มาตรฐาน Thai QR Payment เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ค้ารายย่อยระดับจิ๋ว แต่เดิมผู้ขายขนาดเล็กจำนวนมากดำเนินการด้วยเงินสดทั้งหมดโดยไม่มีประวัติธุรกรรมที่เป็นทางการ การชำระเงินผ่าน QR ทำให้พวกเขาสามารถรับโอนเงินดิจิทัลได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ราคาแพงหรือกระบวนการสมัครใช้งานที่ซับซ้อน เมื่อเวลาผ่านไป ประวัติธุรกรรมดิจิทัลเหล่านี้สามารถใช้เป็นหลักฐานรายได้ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ยื่นขอสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น

    การยอมรับสมาร์ตโฟนมีบทบาทสนับสนุนสำคัญ แม้ในครัวเรือนรายได้ต่ำจำนวนมาก สมาร์ตโฟนที่ใช้ร่วมกันหรือมีราคาจับต้องได้ก็ทำหน้าที่เป็นประตูสู่การธนาคารผ่านมือถือและ e-wallet ธนาคารและบริษัทฟินเทคตอบสนองด้วยการออกแบบแอปที่มีอินเทอร์เฟซใช้งานง่าย รองรับภาษาในท้องถิ่น และมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ธุรกรรมมูลค่าเล็ก เช่น การเติมเงินโทรศัพท์มือถือ หรือการจ่ายค่าสาธารณูปโภคจำนวนไม่มาก

    แม้จะมีความก้าวหน้าเหล่านี้ การสร้างความครอบคลุมทางการเงินไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ บางกลุ่มยังเผชิญอุปสรรคจากทักษะดิจิทัลที่จำกัด ความบกพร่องทางร่างกาย หรือความไม่ไว้วางใจต่อสถาบันทางการ เงิน ผู้สูงอายุอาจรู้สึกสับสนกับเทคโนโลยีใหม่ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอาจประสบปัญหาสัญญาณหรือโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร กลยุทธ์ของประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการศึกษาและสร้างความตระหนักด้านการเงินควบคู่กันไป มักดำเนินการผ่านโครงการระดับชุมชนและความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น

    กลไกการคุ้มครองผู้ใช้งานมีความสำคัญไม่แพ้กันต่อการสร้างความครอบคลุม ผู้มีรายได้ต่ำอาจได้รับผลกระทบเกินสัดส่วนจากการฉ้อโกงหรือการหยุดให้บริการของระบบ กฎระเบียบกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการระงับข้อพิพาท การแก้ไขข้อผิดพลาด และการบริการลูกค้า การคุ้มครองยอดคงเหลือจำนวนเล็ก การกำหนดค่าธรรมเนียมอย่างโปร่งใส และการจัดให้มีช่องทางช่วยเหลือที่เข้าถึงได้ ล้วนเป็นส่วนสำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นต่อการชำระเงินดิจิทัล

    การเปลี่ยนผ่านไปสู่การชำระเงินดิจิทัลมีนัยยะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ลึกซึ้งเกินกว่าระดับปัจเจกบุคคล สำหรับภาครัฐ การมองเห็นข้อมูลธุรกรรมที่ชัดเจนขึ้นช่วยให้สามารถออกแบบนโยบายแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น เพราะข้อมูลสามารถบ่งชี้รูปแบบการใช้จ่ายและพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนมากที่สุด สำหรับภาคเอกชน การยอมรับดิจิทัลในวงกว้างสนับสนุนการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และบริการอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้

    เมื่อต้องมองไปข้างหน้า ความท้าทายของประเทศไทยคือการทำให้แน่ใจว่านวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การชำระเงินผ่าน QR ข้ามพรมแดน โซลูชันด้านอัตลักษณ์ดิจิทัล และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถูกออกแบบโดยคำนึงถึง “ความครอบคลุม” เป็นหลัก สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการตัดสินใจด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนโยบายที่รอบคอบเกี่ยวกับการเข้าถึงได้ ความสามารถในการจ่าย และสิทธิของผู้ใช้ หากองค์ประกอบเหล่านี้ได้รับการถ่วงดุลอย่างเหมาะสม การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลจะสามารถช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้มีความครอบคลุมและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

  • เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคสตาร์ทอัพของประเทศไทย

    เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคสตาร์ทอัพของประเทศไทย

    ภาคสตาร์ทอัพของประเทศไทยได้รับการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับแรงผลักดันจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและความต้องการบริการออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น สำหรับสตาร์ทอัพที่มักจะมีทรัพยากรจำกัดในการลงทุนในระบบความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญและรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น

    การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับสตาร์ทอัพที่ต้องการขยายธุรกิจ โดยไม่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่มีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตาร์ทอัพที่มีทรัพยากรจำกัด แพลตฟอร์มคลาวด์ไม่เพียงแต่มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ แต่ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ครบถ้วน เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และการตรวจสอบผู้ใช้หลายขั้นตอน (MFA) ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญจากการโจมตีทางไซเบอร์

    นอกจากนี้ แพลตฟอร์มคลาวด์มักจะมีทีมงานด้านความปลอดภัยที่คอยดูแลโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับสตาร์ทอัพที่อาจไม่มีทรัพยากรในการดูแลทีมงานความปลอดภัยของตนเอง ด้วยการใช้บริการคลาวด์เหล่านี้ สตาร์ทอัพสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลจะได้รับการคุ้มครองโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรในการจัดการเอง

    ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับสตาร์ทอัพในประเทศไทย โดย AI ที่ขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลและตรวจจับภัยคุกคามได้แบบเรียลไทม์ ระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเพื่อระบุภัยคุกคามใหม่ ๆ ที่อาจไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้การตรวจจับภัยคุกคามและการตอบสนองต่อเหตุการณ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ก็ได้เริ่มมีบทบาทในการเสริมสร้างความปลอดภัยสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากบล็อกเชนเป็นโครงสร้างที่กระจายศูนย์และมีความสามารถในการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล ทำให้ข้อมูลไม่สามารถถูกแก้ไขหรือลบได้ การใช้บล็อกเชนจะช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายได้ดีขึ้น โดยการบันทึกข้อมูลทางธุรกรรมที่โปร่งใสและปลอดภัย

    การใช้การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (Multi-factor Authentication: MFA) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบของสตาร์ทอัพ MFA ช่วยเพิ่มความยากในการเข้าถึงข้อมูลหรือระบบจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยการตรวจสอบตัวตนผ่านหลายช่องทาง เช่น รหัสผ่าน ลายนิ้วมือ หรือรหัสผ่านชั่วคราวที่ส่งไปยังมือถือ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์และการแฮ็กข้อมูล

    รัฐบาลของประเทศไทยก็ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และมีนโยบายที่ส่งเสริมให้ธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะสตาร์ทอัพมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการเสริมสร้างความปลอดภัย ซึ่งช่วยให้สตาร์ทอัพในประเทศไทยสามารถปกป้องข้อมูลของตนได้ดีขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

    การผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ในการเสริมสร้างความปลอดภัยทำให้สตาร์ทอัพในประเทศไทยสามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์และปกป้องข้อมูลสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้บริการคลาวด์ที่ปลอดภัย, AI ในการตรวจจับภัยคุกคาม, บล็อกเชนในการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล, และ MFA ในการตรวจสอบตัวตน สตาร์ทอัพสามารถสร้างฐานที่มั่นคงและปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล

  • pixiv เปิดให้บริการเวอร์ชันภาษาไทยแล้ว 〜 พร้อมกิจกรรมประกวดภาพวาดและแคมเปญสำหรับครีเอเตอร์ชาวไทย เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 〜

    pixiv เปิดให้บริการเวอร์ชันภาษาไทยแล้ว 〜 พร้อมกิจกรรมประกวดภาพวาดและแคมเปญสำหรับครีเอเตอร์ชาวไทย เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 〜

    Image

    pixiv Inc. (สำนักงานใหญ่: Shibuya, Tokyo โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารคือ: Yasuhiro Niwa ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “pixiv”) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับเผยแพร่ผลงานภาพวาดประกอบ มังงะ และนวนิยาย “pixiv” ได้เปิดให้บริการส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI) เวอร์ชันภาษาไทย ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรมประกวดภาพวาดประกอบสำหรับครีเอเตอร์ชาวไทย และแคมเปญสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทยอีกด้วย

    ■ ความเป็นมาในการให้บริการ UI เวอร์ชันภาษาไทย

    ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายบริการของ pixiv ด้วยวัฒนธรรมอนิเมะ มังงะ และโดจินที่หยั่งรากลึก รวมถึงการมีครีเอเตอร์จำนวนมากที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานชาวไทยให้การสนับสนุน pixiv อย่างกว้างขวางมาโดยตลอด และผลงานที่ครีเอเตอร์ชาวไทยอัปโหลดมีจำนวนสะสมมากกว่า 800,000 ชิ้น

    pixiv ให้ความสนใจในความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพผลงานอันโดดเด่นของครีเอเตอร์ชาวไทยมาโดยตลอด การรองรับด้วยภาษาไทยในครั้งนี้จะช่วยขจัดอุปสรรคด้านภาษา สร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเพลิดเพลินกับการสร้างสรรค์ผลงานและค้นพบงานที่ชื่นชอบได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งมีส่วนช่วยผลักดันให้วงการครีเอทีฟของไทยเติบโตยิ่งขึ้น

    ■ความมุ่งมั่นของ pixiv ในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

    pixiv ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนครีเอเตอร์ในประเทศไทยมาโดยตลอด โดยในเดือนมีนาคม 2565 pixiv ได้เข้าร่วมงานการ์ตูนโดจินที่ใหญ่ที่สุดของไทยอย่าง “COMIC SQUARE5” ในฐานะผู้สนับสนุนเป็นครั้งแรก และในปีเดียวกันนั้น pixiv ยังได้จัดประกวดวาดภาพ “pixiv Illustration Awards Thailand 2022” สำหรับครีเอเตอร์ชาวไทย ร่วมกับบริษัท Dream Express [DEX] โดยมีครีเอเตอร์เข้าร่วมกว่า 500 คน

    นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม 2568 pixiv ยังได้เข้าร่วมงาน “COMIC SQUARE8” ในฐานะผู้สนับสนุนอีกครั้ง พร้อมกับการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพ อีกทั้งในเดือนมิถุนายน 2568 pixiv ยังได้ให้การสนับสนุนนิทรรศการ “RED” Special Exhibition ของครีเอเตอร์ชาวไทย CHINRO อีกด้วย

    ■pixiv Illustration Awards Thailand 2025

    Image

    ด้วยการเชิญครีเอเตอร์ชั้นนำจากไทยและญี่ปุ่นมาเป็นคณะกรรมการ พร้อมทั้งความร่วมมือจากหลากหลายบริษัท เราจะจัดประกวดภาพวาดเพื่อสนับสนุนความหลงใหลของครีเอเตอร์ชาวไทยและค้นหาศักยภาพใหม่ ๆ ในวงการครีเอทีฟของไทย การประกวดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นวงการครีเอทีฟไทยผ่านผลงานอันยอดเยี่ยมของครีเอเตอร์ไทย โดยภาพคีย์วิชวลได้รับการวาดขึ้นใหม่โดยครีเอเตอร์ชาวไทย ASUKA111 ในธีมเดียวกับธีมการแข่งขันคือ “การเริ่มต้น” 

    การประกาศผลรางวัลและพิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นในงาน “ANIMONIUM” ซึ่งจัดโดย DEX ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และในงาน “ComicSquare9” ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 จะมีการจัดแสดงผลงานที่ได้รับรางวัลเป็นพิเศษด้วย

    【รายละเอียดการประกวด】
    https://www.pixiv.net/contest/iat2025

    【เกี่ยวกับธีมการประกวด “การเริ่มต้น (Start)”】

    ในครั้งนี้ที่ pixiv ได้รองรับการใช้งานภาษาไทยอย่างเป็นทางการ นี่คือช่วงเวลาแห่ง “การเริ่มต้น” สำหรับครีเอเตอร์ชาวไทยในการเชื่อมต่อกับ pixiv และครีเอเตอร์จากทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองจุดเริ่มต้นพิเศษนี้ เราจึงกำหนดธีมการประกวดครั้งนี้ว่า “การเริ่มต้น (Start)” ก้าวแรกของความท้าทายใหม่ ๆ การพบเจอที่เปลี่ยนชีวิตกับสิ่งที่ทำให้คุณหลงใหล จุดเริ่มต้นของการผจญภัย การเริ่มต้นของวันใหม่ หรือจุดเริ่มต้นของความรัก

    โปรดถ่ายทอดช่วงเวลา “การเริ่มต้น” ในแบบที่คุณนึกถึง ผ่านภาพวาดประกอบ ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังของคนที่กำลังก้าวไปสู่สิ่งใหม่ หรือท่าทางเปี่ยมพลังของคนที่กำลังทุ่มเทอย่างสุดใจ

    ทีมงานรอคอยที่จะได้พบกับเรื่องราว “การเริ่มต้น” อันยอดเยี่ยมของครีเอเตอร์ชาวไทยทุกท่านด้วยความยินดีและตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

    【รายละเอียดการสมัคร】
    ระยะเวลาการรับผลงาน: 20 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23:59 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
    คุณสมบัติผู้สมัคร: ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือเกิดในประเทศไทย

    【รางวัลและของรางวัล】
     ・รางวัลชนะเลิศ (1 ท่าน): เงินรางวัล 65,000 บาท (มูลค่าประมาณ 300,000 เยน) พร้อมโอกาสรับงานออกแบบ KV สำหรับการประกวดครั้งถัดไป
     ・รางวัลขวัญใจคณะกรรมการ (4 ท่าน): เงินรางวัล 21,500 บาท (มูลค่าประมาณ 100,000 เยน)
     ・รางวัลขวัญใจผู้สนับสนุน: ของรางวัลจากบริษัทผู้สนับสนุนแต่ละราย

    【คณะกรรมการ】
    ・ASUKA111
    ・NALU
    ・藤ちょこ (fuzichoco)
    ・出水ぽすか (DemizuPosuka)

    【ผู้จัดงาน】
    pixiv Inc.

    【ผู้สนับสนุนหลัก】
    ・DEX
    ・Anitime
    ・CA Squad
    ・Wacom(株式会社ワコム)
    ・CLIP STUDIO PAINT(株式会社セルシス)
    ・COPIC(株式会社トゥーマーカープロダクツ)

    【ผู้ให้ความร่วมมือ】
    ・animate Bangkok

    ■แคมเปญสัมผัสประสบการณ์สุดสนุกด้วยการล็อกอินผ่าน pixiv

    Image

    โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ร่วมท้าทายด้วยการตอบคำถามที่ซ่อนอยู่ในภาพวาดต้นฉบับโดย mami ครีเอเตอร์ชาวไทย ซึ่งคำตอบของแบบทดสอบจะถูกซ่อนอยู่ในภาพวาดประกอบที่สามารถดูได้เมื่อเข้าสู่ระบบ pixiv สำหรับผู้ที่ตอบถูกต้องทุกคนจะได้รับของขวัญ และสำหรับผู้ที่เขียน “ความประทับใจหรือคอมเมนต์น่ารัก ๆ ต่อผลงานชิ้นนี้” จะได้รับโค้ดของขวัญสำหรับใช้งานบน Grab เพิ่มเติมอีกด้วย

    【รายละเอียดแคมเปญ】
    https://www.pixiv.net/artworks/137644040
    * การเข้าร่วมกิจกรรมจำเป็นต้องล็อกอินเข้าใช้งาน pixiv

    【ของรางวัล】
    ・องขวัญสำหรับผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบทุกคน
    ○วอลเปเปอร์ดิจิทัลแบบออริจินัล สำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น
    ○โค้ดใช้งาน pixiv Premium ระยะเวลา 3 เดือน
    ・ในบรรดาผู้ที่ตอบถูก เราจะคัดเลือกจาก “ความเห็นหรือคอมเมนต์ต่อภาพประกอบนี้” เพื่อมอบของรางวัลต่อไป
    ○างวัลที่ 1 (1 ท่าน): 1,000 บาท
    ○รางวัลที่ 2 (5 ท่าน): 300 บาท
    ○รางวัลที่ 3 (25 ท่าน): 100 บาท

    【เงื่อนไขการเข้าร่วม】
    1. ลงชื่อเข้าใช้ pixiv (หรือลงทะเบียนบัญชีใหม่)
    2. เข้าชมภาพวาดประกอบที่โพสต์บนบัญชี pixiv Thailand เพื่อค้นหาคำตอบของแบบทดสอบ
    3. กรอกคำตอบของแบบทดสอบ “พร้อมความเห็น/คอมเมนต์ต่อภาพประกอบนี้” และข้อมูลที่จำเป็นในแบบฟอร์มสมัคร จากนั้นส่งแบบฟอร์ม

    【ระยะเวลาการจัดกิจกรรม】
    พฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 – พฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 23:59 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

    ■ เริ่มแจก “pixiv Art Collection” แบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ Animate Bangkok ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนเป็นต้นไป

    Image

    “pixiv Art Collection” ถือเป็นคอลเลกชันของขวัญสุดพิเศษที่ไม่มีการจัดจำหน่าย ซึ่งจะร่วมกับครีเอเตอร์หลากหลายท่าน โดยมีกำหนดแจกในงานอีเวนต์และแคมเปญต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในโอกาสพิเศษนี้ เราจึงขอเชิญทุกท่านมารับการ์ดสุดพิเศษชุดแรกอันน่าจดจำนี้ไว้

    ระยะเวลาในการแจก: 20 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป *จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย

    สถานที่แจก: Animate Bangkok

    MBK Center ชั้น 7 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

    เงื่อนไขการรับแจก: สำหรับมอบให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ Animate Bangkok ณ บริเวณเคาน์เตอร์ชำระเงิน

    ■“pixiv Thailand: Monthly Illustrations Ranking”
    อัปเดตทุกเดือน! จัดอันดับผลงานโดยครีเอเตอร์ชาวไทย 

    Image

    ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมา pixiv ได้เผยแพร่การจัดอันดับผลงานประจำเดือนของครีเอเตอร์ชาวไทย โดยอ้างอิงจากข้อมูลภายในของเรา ซึ่งการจัดอันดับผลงานจะถูกประกาศทุกเดือนผ่านทางบัญชี Facebook ทางการของ pixiv ประเทศไทย โดยมุ่งหวังมอบโอกาสให้แฟน ๆ ได้ค้นพบพรสวรรค์ใหม่ ๆ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับครีเอเตอร์ชาวไทย

    pixiv Thailand: Monthly Illustrations Ranking
    การจัดอันดับผลงานครีเอเตอร์ไทยประจำเดือนตุลาคม 2568
    https://www.pixiv.net/artworks/137457877

    ■โครงการ “แอมบาสเดอร์” เพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์ชาวไทย

    ปัจจุบัน pixiv Inc. กำลังดำเนินการจัดโครงการ “pixiv Official Ambassador” ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ชาวไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเราได้เชิญครีเอเตอร์ชาวไทยที่รัก pixiv และเข้าใจความสนุกของการสร้างสรรค์ผลงาน มาเป็น “pixiv Official Ambassador” เพื่อร่วมขับเคลื่อนคอมมูนิตี้ไปด้วยกันผ่านโครงการนี้

    เหล่าแอมบาสเดอร์จะใช้โซเชียลมีเดียและคอมมูนิตี้ออนไลน์ของตนเองในการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงเทคนิคและเคล็ดลับในแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย เช่น อีเวนต์ส่งผลงานตามธีม การรีวิวผลงานผ่าน YouTube รวมถึงกิจกรรมไลฟ์และการพบปะแบบออนไลน์ ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ครีเอเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องด้วย

    【แอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทย】
    ・ASUKA111
    https://www.pixiv.net/users/253913 
    ・KAZ
    https://www.pixiv.net/users/1380480 
    ・HIRUNA
    https://www.pixiv.net/users/77075190 

    【ระยะเวลาดำเนินการ】
    ศุกร์ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    ■บัญชีอย่างเป็นทางการของ pixiv สำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย
    Facebook: https://www.facebook.com/p/Pixiv-Thailand-61578777578113/ 
    pixiv Thailand: https://www.pixiv.net/users/120857198 

    ■■เกี่ยวกับ pixiv https://www.pixiv.net
    pixiv คือโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับครีเอเตอร์ที่มุ่งเน้น “การสื่อสารผ่านผลงานสร้างสรรค์” โดยยึดหลักแนวคิด “ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานเป็นเรื่องสนุกยิ่งขึ้น” ซึ่งให้บริการมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 ในฐานะแพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนผลงาน (ภาพวาดประกอบ มังงะ และนิยาย) โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานลงทะเบียนมากกว่า 100 ล้านคน