Blog

  • Nestopa เปิดตัวบริการ SEO เพิ่มโอกาสการมองเห็นในตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจอสังหาฯ

    Nestopa เปิดตัวบริการ SEO เพิ่มโอกาสการมองเห็นในตลาดออนไลน์ สำหรับธุรกิจอสังหาฯ

    สำหรับยุคดิจิทัลอย่างปัจจุบัน การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ มีความท้าทายอย่างมากด้วยการแข่งขันที่สูง ทางผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเอเจนซี่ต่างต้องพยายามเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ซื้อและนักลงทุน ส่งผลให้การสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ในตลาดการแข่งขัน ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กลายเป็นสิ่งที่สำคัญ

    สำหรับยุคดิจิทัลอย่างปัจจุบัน การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ มีความท้าทายอย่างมากด้วยการแข่งขันที่สูง ทางผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเอเจนซี่ต่างต้องพยายามเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ซื้อและนักลงทุน ส่งผลให้การสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ในตลาดการแข่งขัน ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย กลายเป็นสิ่งที่สำคัญ 

    เนสโทปา ในฐานะบริษัทเอเจนซี่ SEO ชั้นนำสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ จึงเปิดตัวบริการ SEO ที่จะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯ ของคุณ ได้รับการมองเห็นมากขึ้นบนช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณมีความโดดเด่นและสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    SEO สำหรับธุรกิจอสังหาฯ คืออะไร?

    Image

    SEO (Search Engine Optimization) เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นเว็บไซต์ของคุณในผลการค้นหาบน Search Engine ต่างๆ โดยเทคนิค เช่น การปรับปรุงเว็บไซต์ ทั้งในส่วนของเนื้อหา การเพิ่มคีย์เวิร์ด หรือสร้างลิงก์ที่มีคุณภาพ SEO ซึ่งผ่านการออกแบบสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีเป้าหมายเฉพาะ เช่น การเพิ่มการมองเห็นในหมวดหมู่คำค้นหา (Keywords) อย่าง “บ้านในกรุงเทพ” หรือ “คอนโดใกล้ BTS” เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาบ้านและอสังหาริมทรัพย์โดยเจาะจงพื้นที่

    ความท้าทายและความสำคัญของ SEO ต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

    ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ เป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันที่สูงมาก ทางผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเอเจนซี่ต่างต้องพยายามเพื่อดึงดูดความสนใจผู้ซื้อและนักลงทุน การมีเว็บไซต์ที่แสดงผลการค้นหาในระดับต้นๆ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเพิ่มโอกาสในธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ SEO สำหรับธุรกิจอสังหาฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

    ความสำคัญของ SEO ต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

    ช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าเป้าหมาย: การใช้คีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายมักใช้ในการค้นหาจะช่วยดึงดูดการเข้าชมจากกลุ่มผู้ที่สนใจจริงๆ 

    ช่วยประหยัดต้นทุนกว่าการโฆษณา: การลงทุนใน SEO แบบระยะยาวช่วยเพิ่มผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยไม่ต้องลงทุนกับการโฆษณาที่ต้องใช้งบค่อนข้างสูง

    เพิ่มความน่าเชื่อถือ: การอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของคุณน่าเชื่อถือ

    บริการ SEO สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ของ Nestopa

    Image

    เราให้บริการ SEO ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมดังนี้

    1. การค้นหาและวางกลยุทธ์ในการใช้คีย์เวิร์ด (Keyword Research & Strategy) 

    เราจะช่วยค้นหาคำหลักที่มีเจตนาในการซื้อสูง (High-Intent Keyword) เช่น “คอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยา” หรือ “บ้านพร้อมอยู่ในกรุงเทพ” เพื่อดึงดูดเป้าหมายที่กำลังมองหาอสังหาฯ เพื่อซื้ออย่างจริงจัง พร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายมากยิ่งขึ้น

    2. การวิเคราะห์คู่แข่ง (Competitor Analysis) 

    เราจะศึกษากลยุทธ์ SEO ของคู่แข่ง หาจุดที่เราสามารถใช้ประโยชน์ในการแข่งขันเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อวางแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมและสร้างความได้เปรียบในระยะยาว

    3. การจัดอันดับคีย์เวิร์ดที่ตรงเป้าหมาย (Targeted Keyword Ranking)

    เราจะช่วยปรับปรุงและคัดเลือกคีย์เวิร์ดเป้าหมายตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจของคุณ เพื่อให้ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ของคุณอยู่ในลำดับการค้นหาที่ดียิ่งขึ้น

    4. การปรับแต่งหน้าเว็บไซต์และ SEO ในเว็บไซต์ (On-Page SEO & Property Page Optimization) 

    เราจะช่วยปรับปรุงหน้าเพจเว็บไซต์ของคุณ รวมไปถึงรายการอสังหาริมทรัพย์และหน้าการค้นหา เพื่อดึงดูดการเข้าชมและนำผู้ใช้งานไปสู่หน้าเพจต่างๆ 

    5. การยกระดับ Local SEO & Google My Business (GMB) Optimization

    เราจะยกระดับการมองเห็นของคุณบน Google My Business, Local Citations และ GEO-targeted SEO เพื่อช่วยให้ลูกค้าพบได้ง่ายเมื่อค้นหาตามพื้นที่ 

    6. การทำการตลาดด้วยคอนเทนต์ (SEO Content Marketing) 

    เราจะช่วยเขียนบทความเชิงลึก เช่น รายงานการตลาด การแนะนำอสังหาริมทรัพย์ และบทความอื่นๆ ที่มีเนื้อหาครอบคลุมข้อมูลซึ่งเป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของเป้าหมายในแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าและพัฒนาการจัดอันดับของเว็บไซต์

    7. การสร้าง Backlink (High-Quality Real Estate Backlink Building)

    เราจะช่วยสร้าง Backlink จากเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ และเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มคะแนน SEO ในเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสปรากฏในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหาได้มากยิ่งขึ้น

    8. การสร้างความน่าเชื่อถือ (Citation Building & Local Authority Growth)

    เราจะช่วยลงธุรกิจของคุณในรายการอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อถือได้และรายการธุรกิจในพื้นที่เจาะจงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและการมองเห็นในการค้นหา

    9. การแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคใน SEO (Technical SEO Audit) 

    เราช่วยตรวจสอบปัญหาของเว็บไซต์ เพื่อตรวจหาปัญหา Index Issues ที่ทำให้ Search Engine ไม่เลือกแสดงเว็บไซต์ไว้ในอันดับต้นๆ จากสาเหตุอย่าง ข้อผิดพลาดในการรวบรวมข้อมูล (Crawl Errors) การปรับปรุงโครงสร้างข้อมูล (Schema Markup Improvements) หรือปัจจัยทางเทคนิคอื่นๆ 

    10. การให้คำปรึกษาทางด้าน SEO และ การพัฒนากลยุทธ์ (SEO Consulting & Custom Strategy Development)

    เราจะวางกลยุทธ์ SEO สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ของคุณให้เหมาะสมกับตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มการมองเห็นบนช่องทางออนไลน์ให้สูงที่สุด

    ทำไมต้องใช้บริการ SEO สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ของ  Nestopa?

    Image

    เนสโทปาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในประเทศไทย และสามารถนำเสนอแผนกลยุทธ์ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ พร้อมทั้งมีทีมงานที่มีประสบการณ์รวมถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จัก 

    เริ่มต้นเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจอสังหาฯ ของคุณ

    SEO ไม่เพียงแค่เพิ่มการมองเห็น แต่ยังเพิ่มความน่าเชื่อถือ สร้างลูกค้าใหม่ และยังช่วยให้คุณก้าวเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง ติดต่อ เนสโทปา (ภาษาไทย) และ Nestopa (for English) เพื่อรับคำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • 6 เหตุผลที่นักลงทุนแห่จับจอง Chelsea Residences ในดูไบ

    6 เหตุผลที่นักลงทุนแห่จับจอง Chelsea Residences ในดูไบ

    ลองนึกภาพการตื่นเช้ามาพร้อมวิวทะเลกว้างสุดสายตา เริ่มวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายริมชายฝั่ง และจบวันด้วยมื้อค่ำชมพระอาทิตย์ตกจากระเบียงส่วนตัว—ในบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก นี่แหละคือประสบการณ์ที่ Chelsea Residences by DAMAC กำลังมอบให้
    สนใจดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมที่ Chelsea Residences by DAMAC

    ลองนึกภาพการตื่นเช้ามาพร้อมวิวทะเลกว้างสุดสายตา เริ่มวันใหม่ด้วยการออกกำลังกายริมชายฝั่ง และจบวันด้วยมื้อค่ำชมพระอาทิตย์ตกจากระเบียงส่วนตัว—ในบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก นี่แหละคือประสบการณ์ที่ Chelsea Residences by DAMAC กำลังมอบให้ สนใจดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมที่ Chelsea Residences by DAMAC

    Chelsea Residences ไม่ใช่แค่คอนโดใหม่กลางเมือง แต่คือชุมชนที่ถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ จากความร่วมมือระหว่าง DAMAC Properties และ Chelsea Football Club พร้อมนิยามใหม่ของการ “ใช้ชีวิตแบบแชมป์” ในดูไบ เหมาะทั้งสำหรับนักลงทุน แฟนเชลซี หรือใครก็ตามที่อยากค้นหาบ้านที่มีเอกลักษณ์จริง ๆ

    1. ทำเลเชื่อมโลกเก่า-ใหม่ ใจกลางดูไบ

    Chelsea Residences ตั้งอยู่ในย่าน Dubai Maritime City ทำเลทองที่เชื่อมต่อย่านประวัติศาสตร์อย่าง Deira กับความทันสมัยของ Downtown Dubai จุดเด่นคือวิวพาโนรามาทั้งทะเลอาหรับและเส้นขอบฟ้าของเมือง ซึ่งหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับโครงการใหม่ ๆ ในดูไบ

    เดินทางสะดวกไปยังจุดสำคัญ:

    J1 Beach: 14 นาที

    City Walk: 15 นาที

    Dubai Metro: 18 นาที

    Downtown Dubai: 22 นาที

    สนามบินนานาชาติดูไบ: 23 นาที

    ได้ทั้งความสงบและความสะดวก ตอบโจทย์ทั้งผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มองหาศักยภาพในการเติบโต

    2. แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ผสานจิตวิญญาณสิงห์บลูส์

    Chelsea Residences ประกอบด้วยอาคารสูง 6 หลัง ที่ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจากแนวปะการัง สะท้อนเส้นสายธรรมชาติ ดูมีชีวิตชีวา โอบล้อมด้วยวัสดุคุณภาพสูงและหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวแบบเต็มตา

    แต่ละอาคารเน้น:

    โถงต้อนรับสุดหรู

    ห้องชุด 1-3 ห้องนอน ออกแบบทันสมัย

    วัสดุคุณภาพและดีไซน์ร่วมสมัย

    การเชื่อมต่อพื้นที่ใน-นอกอย่างกลมกลืน

    บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกพรีเมียมแต่ไม่เป็นทางการเกินไป

    3. โครงการเรสซิเดนซ์แบรนด์ Chelsea FC แห่งแรกของโลก

    ที่นี่คือการผสมผสานแบรนด์ฟุตบอลเข้าไว้ในชีวิตประจำวันอย่างกลมกลืน ไม่ใช่แค่ตกแต่งเพื่อแฟนบอลเท่านั้น

    จุดเด่นเฉพาะ:

    Stamford Summit: สนามฟุตบอล 5 คน บนดาดฟ้า จำลองบรรยากาศสนามเหย้า

    Legends Walkway: ทางเดินเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเชลซี

    Chelsea Blue Illumination: อาคารเรืองแสงน้ำเงินทุกวันแข่ง

    Powerhouse Lounge: เลาจน์ชมฟุตบอล

    Stamford Cinema: ห้องดูบอลหรือจัดกิจกรรม

    Chelsea Lion Beach: ชายหาดส่วนตัวธีมเชลซี

    ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ที่สร้างความผูกพันและสังคมของคนรักฟุตบอล

    4. สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพและฟิตเนส ครบจบในที่เดียว

    Chelsea Residences เด่นเรื่องความครบเครื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและฟิตเนส มากกว่า 40 รายการ จะสายฟิตหรือสายชิลก็เลือกได้ตามใจ

    ด้านสุขภาพ:

    Starlit Wellness Centre

    สปาคู่รัก

    ห้องครายโอเธอราพีและฝนบำบัด

    โซนผ่อนคลายแนวป่า

    โยคะกลางแจ้งและห้องเกลือ

    ทางเดินกระตุ้นประสาทสัมผัส

    ฟิตเนส:

    ยิมทั้งในร่มและกลางแจ้ง

    ลู่วิ่ง

    ห้องจำลองฟุตบอล

    ศูนย์ฝึกแบบนักเตะมืออาชีพ

    สระว่ายน้ำไร้ขอบวิวทะเล

    ไม่ว่าชอบออกกำลัง หรือเน้นผ่อนคลาย ก็มีให้เลือกครบ

    5. ออกแบบเพื่อครอบครัว มีชีวิตชีวาและปลอดภัย

    แม้จะเน้นแบรนด์ฟุตบอล แต่ที่นี่คือคอนโดสำหรับทุกคนในครอบครัว มีพื้นที่ให้เด็กเล่น เรียนรู้ และเติบโตอย่างมีคุณภาพ

    สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว:

    ห้องเล่นในร่มสำหรับเด็ก

    สระว่ายน้ำและสวนเด็ก

    โซนเล่นธีมใต้ทะเล

    ชายหาดแนวปะการัง พร้อมดำน้ำ

    ทางเดินกิจกรรมและการเรียนรู้

    มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง บริการคอนเซียจ และพื้นที่ส่วนกลางที่น่าอยู่

    6. ประสบการณ์การกินอยู่เหนือระดับ

    Chelsea Residences ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต การกินที่นี่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังเน้นสุขภาพและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

    Mono Diet Café: คาเฟ่อาหารคลีน เน้นวัตถุดิบเดี่ยว

    Captain’s Table: ดินเนอร์ส่วนตัวกับเชฟ

    Sunset Bar: บาร์ชมวิวพระอาทิตย์ตก

    Healthy Gourmet Restaurant: ร้านอาหารสุขภาพ เมนูหมุนเวียนตามฤดูกาล

    จะชวนเพื่อนมาสังสรรค์หรืออยากรีเฟรชหลังออกกำลัง ก็มีทางเลือกที่หลากหลาย

    จุดเด่นการลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม

    Chelsea Residences คือหนึ่งในโครงการที่หาได้ยาก ทั้งที่ดินติดน้ำ ทำเลทอง และสิทธิการถือครอง 100% เหมาะทั้งซื้ออยู่เองและปล่อยเช่า

    ที่ดินติดน้ำแบบ Freehold: มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของชายฝั่งดูไบที่เป็นโครงการใหม่

    สิทธิ์ถือครอง 100% ไม่มีภาษีรายปี

    เข้าเกณฑ์ Golden Visa: ซื้อยูนิตเกิน 2 ล้าน AED ได้สิทธิ์อยู่ระยะยาว

    โครงการแบรนด์ดัง + วิวติดน้ำ: มูลค่าเพิ่มสูง

    แผนผ่อนชำระยืดหยุ่น: ดาวน์ 20% ที่เหลือจ่ายเดือนละ 1% ระหว่างก่อสร้าง

    ฐานแฟนคลับระดับโลก: Chelsea FC มีผู้ติดตามทั่วโลก ช่วยสร้างอุปสงค์ต่อเนื่อง

    สถิติบอกว่าอสังหาฯ แบรนด์หรูริมทะเลในดูไบ ให้ผลตอบแทนและมูลค่าเพิ่มสูงกว่าคอนโดทั่วไปถึง 48%*

    กำหนดการโครงการและการจอง

    Chelsea Residences พร้อมส่งมอบปลายปี 2029 มีแผนการชำระเงินที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับทุกกลุ่มผู้ซื้อ เปิดจองแล้วในเฟสแรก ยูนิตมีจำนวนจำกัด

    สรุป

    Chelsea Residences by DAMAC ไม่ใช่แค่คอนโดหรูในดูไบ แต่คือการผสมผสานไลฟ์สไตล์กีฬากับความสุขริมทะเลอย่างลงตัว สำหรับแฟนเชลซี นักลงทุน หรือคนที่อยากได้บ้านที่มีเอกลักษณ์และศักยภาพการเติบโต โครงการนี้คือหนึ่งในโอกาสพิเศษที่หายากในดูไบ

    อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม? ดูแบบแปลน เงื่อนไขการลงทุน หรือชมบรรยากาศโครงการที่ Chelsea Residences by DAMAC

  • ประสบการณ์พิเศษเหนือจินตนาการในสถานที่ลับของโตเกียว – เปิดตัวอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและเตาผิงกลางแจ้งใน THEATER 1 พร้อมขยายบริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ประสบการณ์พิเศษเหนือจินตนาการในสถานที่ลับของโตเกียว – เปิดตัวอ่างอาบน้ำกลางแจ้งและเตาผิงกลางแจ้งใน THEATER 1 พร้อมขยายบริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    หมู่บ้านฮิบาระ, โตเกียว — วันที่ x พฤษภาคม 2025 — “THEATER 1” สถานที่ตั้งของแคมป์หรูในหมู่บ้านฮิบาระ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตภูเขาของหมู่บ้านฮิบาระที่เป็นหมู่บ้านแห่งเดียวในโตเกียว ได้เปิดตัวอ่างอาบน้ำกลางแจ้งจากฟินแลนด์และเตาผิงกลางแจ้งที่ออกแบบมาเหมือนงานศิลปะ เพื่อมอบประสบการณ์เหนือจินตนาการให้กับผู้ที่มาเยือน พร้อมทั้งขยายบริการที่มุ่งตอบสนองนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเน้นส่งเสริมประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นแท้ ๆกับธรรมชาติใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาทีจากใจกลางเมืองโตเกียว

    จากสถานีชินจูกุในโตเกียว ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟและรถบัสประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือเดินทางจากสนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะสามารถเดินทางโดยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพียงแค่ออกจากเมืองไปไม่ไกล คุณก็จะได้พบกับโลกแห่งความเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม

    THEATER 1 ตั้งอยู่ที่ความสูง 600 เมตร บนพื้นที่กว้างกว่า 5,000 ตารางเมตร ซึ่งมีเพียงหนึ่งหลังเท่านั้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อันกว้างขวางแห่งนี้ และเป็น “โรงแรมส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ” ที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่หรูหราและสงบเงียบ ปลีกตัวออกจากความวุ่นวาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่แสนพิเศษอย่างแท้จริงไฮไลต์พิเศษของประสบการณ์ใหม่

    ・บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งแบบใช้ฟืน (KIRAMI จากฟินแลนด์)
    ดื่มด่ำกับประสบการณ์ผ่อนคลายสไตล์นอร์ดิก ด้วยบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งที่ใช้ฟืนให้ความร้อนผ่านรังสีอินฟราเรดอ่อนๆ จากธรรมชาติ ผสานกับน้ำแร่ธรรมชาติอันอุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นลึกถึงแก่นภายในพร้อมปลุกความสดชื่นจากภายในอย่างแท้จริง

    Image

    ・ประสบการณ์ก่อกองไฟ
    ผ่อนคลายอย่างเหนือระดับ ท่ามกลางความเงียบสงบ รายล้อมด้วยแสงไฟที่พริ้วไหวและเสียงไม้แตกดังเปรี๊ยะจากกองไฟ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสงบในธรรมชาติ พร้อมเตาผิงดีไซน์สวยงามที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

    Image

    ・เต็นท์ซาวน่า & อ่างแช่น้ำเย็นจากธารน้ำธรรมชาติ
    สัมผัสประสบการณ์ “การปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ” อย่างแท้จริง ด้วยเต็นท์ซาวน่าระดับความร้อนสูงจากแบรนด์ Mörjö ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผสานกับการแช่น้ำเย็นจากธารน้ำธรรมชาติเพื่อความสดชื่นและฟื้นฟูอย่างล้ำลึก

    Image

    ประสบการณ์อาหารท้องถิ่นแบบ Farm-to-Tableตัวอย่างเมนูดินเนอร์คอร์ส:คอร์สบาร์บีคิวเนื้อวัวอะคิงาวะเสิร์ฟพร้อมวาซาบิสดแก้มวัวตุ๋นไวน์แดง & ดินเนอร์บ๊อกซ์กุ้งล็อบสเตอร์สุดพรีเมียม

    Image

    ตัวอย่างเซ็ตอาหารเช้า
    เริ่มวันใหม่อย่างมีสไตล์กับ Morning Box สุดพิเศษ รังสรรค์ร่วมกับร้านกาแฟชื่อดังอย่างร้านDIMLIGHT ESPRESSO จากชิบุยะ 
    เสิร์ฟพร้อมแซนด์วิชโฮมเมด เนื้อโรสต์บีฟคุณภาพเยี่ยม และคีชสูตรพิเศษในกล่องอาหารเช้าสุดหรูแพลนวันครบรอบเพื่อช่วงเวลาสุดพิเศษ

    ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด ขอแต่งงาน หรือวันครบรอบ เราพร้อมเนรมิตช่วงเวลาแสนพิเศษให้คุณ ด้วยเค้กชั้นเลิศ ช่อดอกไม้ และแชมเปญ สร้างความทรงจำที่ประทับใจไม่รู้ลืม

    Image

    “Mountain Theater” โรงภาพยนตร์ท่ามกลางธรรมชาติ ที่เหนือยิ่งกว่าการชมในโรงจริง
    ดื่มด่ำประสบการณ์การรับชมเหนือระดับ ด้วยจอ 100 นิ้วความละเอียด 4K และระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1ch Dolby Atmos รองรับบริการสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix, Prime Video, YouTube และ Disney+ สร้างสรรค์โรงภาพยนตร์ส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

    Image

    ข้อมูลสถานที่ตั้ง
    ที่ตั้ง: หมู่บ้านฮิโนะฮาระ จังหวัดโตเกียว (ที่อยู่โดยละเอียดไม่เปิดเผย)
    การเดินทาง:จากใจกลางโตเกียว: เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 90 นาที
    จากสถานีชินจูกุ โตเกียว: โดยสารรถไฟ JR สาย Chuo และสาย Itsukaichi ลงที่สถานี “Musashi-Itsukaichi” → ต่อรถบัส Nishitokyo Bus ลงที่ป้าย “Hozoji” → มีบริการรับส่งฟรี (รวมเวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง)

    ราคา: เริ่มต้นที่ 52,000 เยน (รวมภาษี) / ต่อคืน / สำหรับ 1–4 ท่าน
    เวลาเช็คอิน: 15:00–20:00
    เวลาเช็คเอาท์: ภายใน 11:00

    เว็บไซต์ทางการ: https://theater1.tokyo
    Instagram: @theateronetokyo
    X (Twitter): @theateronetokyo

    สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำใกล้เคียง
    หมู่บ้านฮิโนะฮาระ…สถานที่พิเศษที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์โอบล้อมทุกสัมผัส ทั้งยังเหมาะกับผู้แสวงหาความสงบและพลังจากธรรมชาติ

    ・หินคะโนะโตะ (Kanoto Iwa)
    หนึ่งใน Power Spot ชื่อดังของโตเกียว ด้วยกำแพงหินขนาดใหญ่และธารน้ำใสไหลผ่าน บรรยากาศเงียบสงบและลึกลับได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติของโตเกียว

    Image

    ・บ้านโบราณตระกูลโคบายาชิ (Kobayashi-ke Jutaku)
    บ้านโบราณบนความสูงกว่า 750 เมตร สะท้อนวัฒนธรรมการทำถ่านตั้งแต่ยุคเอโดะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ พร้อมบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงโลกของอนิเมะ “ดาบพิฆาตอสูร”

    Image

    ・ศาลเจ้าโอตาเกะ (Otake Jinja)
    ศาลเจ้าเก่าแก่บนภูเขาโอตาเกะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของตัวละคร “ฮะชิบิระ อิโนะสึเกะ” จากดาบพิฆาตอสูร เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปีนเขาและธรรมชาติ

    Image

    ข้อมูลบริษัท
    ชื่อบริษัท: บริษัท ฟาวนา จำกัด
    ที่อยู่: ชั้น 8 อาคารโซนิค นิชิอะซาบุ 3-2-12 เขตมินาโตะ โตเกียว
    ผู้แทน: โชโกะ ทามูระ
    ก่อตั้ง: มิถุนายน 2020
    ธุรกิจหลัก: การตลาดด้านการบริการ / ที่ปรึกษาการดำเนินธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก / เจ้าของและผู้บริหารโรงแรม THEATER 1
    เว็บไซต์บริษัท: https://faunaf.com
    ติดต่อเพื่อขอข้อมูลสื่อและการสัมภาษณ์: https://faunaf.com/contact

    เชิญมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของ “โตเกียว” ที่ไม่เหมือนใคร ดื่มด่ำธรรมชาติแห่งฮิโนะฮาระได้ที่ THEATER 1 – แล้วพบกัน

  • Syndacast Strengthens Hospitality Leadership with Active Presence at Key Industry Events in May 2025

    Syndacast Strengthens Hospitality Leadership with Active Presence at Key Industry Events in May 2025

    Syndacast, Asia’s leading digital performance marketing agency for the luxury hospitality sector, reaffirmed its position as a strategic partner and thought leader in hotel marketing this May by participating in two of the most influential industry events in Southeast Asia.

    Syndacast Engages with Industry Leaders at The 4th Hospitality Thailand Conference

    On 14 May 2025, the Syndacast team attended the 4th Hospitality Thailand Conference (HTC) a landmark event bringing together top hotel brands, investors, owners, builders and experts to discuss the evolving future of hospitality in Thailand and the wider region.

    The conference offered deep dives into AI-driven technologies, advanced revenue strategies, guest personalization, and the ongoing importance of human connection in the guest experience. Team members gained valuable perspectives on the intersection of innovation and tradition—a balance Syndacast continues to embrace in its client work.

    “We’re inspired by the energy and collaboration we saw at HTC⁴,” said Tom Nguyen – Managing Director at Syndacast. “It’s clear that the future of hospitality marketing depends not only on advanced technology, but also on authentic human insight and a willingness to adapt.”

    Syndacast Joins IHG EAPAC Commercial Summit 2025 in Bangkok

    From May 19 – 21, 2025, Syndacast was honored to participate in IHG annual regional commercial summit, this time held in Bangkok. This invitation-only gathering brought together commercial leaders from IHG properties across Southeast Asia, Korea, and Australasia. During the event, Syndacast joined a panel discussion and shareed practical insights on campaign optimization, data-driven strategy, and maximizing ROI on direct booking channels.

    “We are proud and honored to have grown alongside one of the world’s most respected hotel groups,” said Tom Nguyen, “We’ve worked closely with IHG hotels across the region to activate high-impact strategies tailored for new and evolving markets – consistently driving direct revenue growth.”

    The panel reinforced Syndacast’s commitment to innovation in the digital space, with a focus on adapting to emerging trends and continuously optimizing performance marketing campaigns for measurable success.

  • Zeroboard ลงนามบันทึกความเข้าใจกับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการลดคาร์บอน

    Zeroboard ลงนามบันทึกความเข้าใจกับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการลดคาร์บอน

    ร่วมสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยผ่านการแสดงภาพก๊าซเรือนกระจกในเขตอุตสาหกรรม

    Zeroboard Inc.(เขตมินาโตะ โตเกียว CEO: มิชิทากะ โทเคชิ ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัทของเรา”) ซึ่งเป็นบริษัทที่สนับสนุนการบริหารจัดการความยั่งยืนขององค์กร ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ บริษัท โรจนะ อินดัสเทรียล ปาร์ก จำกัด (มหาชน) (ต่อไปนี้เรียกว่า “โรจนะ”) ซึ่งเป็น บริษัท อุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการลดคาร์บอน

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ บริษัททั้งสองมีเป้าหมายที่จะร่วมกันพัฒนาและจัดทำโปรแกรมให้แก่บริษัทต่างๆ ที่กำลังดำเนินการเพื่อสร้างภาพและลด ปริมาณ emission ก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งที่ดำเนินการโดยบริษัท Rojana ในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเปิดเผยข้อมูลขอบเขต 1 ถึง 3 และ ปริมาณ emission ก๊าซเรือนกระจกในระดับผลิตภัณฑ์ รวมถึงเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบริหารจัดการแบบปลอดคาร์บอน

    สอดคล้องกับนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนของรัฐบาลไทย เราจะสนับสนุนการตอบสนองเชิงปฏิบัติของบริษัทผู้เช่าด้วยการจัดตั้งระบบการแสดงภาพและลด ปริมาณ emission ในระดับเขตอุตสาหกรรม สำหรับบริษัทผู้เช่า นี่จะเป็นโอกาสในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำต่อมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลระดับสากลและคำขอจากพันธมิตรทางธุรกิจ

    ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

    รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายระดับชาติ “ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2593” และ “ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608” และกำลังดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และให้การเปิดเผยข้อมูล ปริมาณ emission ก๊าซเรือนกระจกเป็นข้อบังคับ โดยคำนึงถึงแนวโน้มนโยบายเหล่านี้ วัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้คือเพื่อแสดงภาพ ปริมาณ emission ในระดับเขตอุตสาหกรรมและกำหนดแผนการลดการปล่อยมลพิษที่มีประสิทธิผลซึ่งนำโดยภาคเอกชน

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการตอบสนองต่อ ปริมาณ emission Scope 3 (การปล่อยก๊าซตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน) ซึ่งคาดว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต โดยใช้ บริการ คลาวด์การแสดงภาพก๊าซเรือนกระจกของเรา เราจะช่วยลดภาระงานของบริษัทผู้เช่าและเร่งดำเนินการลดคาร์บอนในทางปฏิบัติ

    ภาพรวม ของ เนื้อหา

    1. การจัดตั้งโครงการสนับสนุนการจัดการการปล่อยคาร์บอนโดยใช้ บริการ คลาวด์การแสดงภาพก๊าซเรือนกระจกของ Zeroboard และโซลูชันการลดก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม Rojana

    2. รองรับการคำนวณขั้นสูง การจัดการ และการรายงานการ ปริมาณ emission สำหรับขอบเขต 1 ถึง 3 และ ปริมาณ emission ในระดับผลิตภัณฑ์

    3. ร่วมจัดสัมมนาและเวิร์คช็อปสนับสนุนการลดคาร์บอนให้กับบริษัทผู้เช่า

    ในอนาคต ทั้งสองบริษัทจะขยายแผนงานของตนในประเทศไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป และโดยการสนับสนุนการลดคาร์บอนของบริษัทต่างๆ จะช่วยเสริมสร้างการมีส่วนสนับสนุนในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนทั่วทั้งภูมิภาค

  • Zeroboard signs MOU with Rojana Industrial Park, Thailand to promote decarbonization

    Zeroboard signs MOU with Rojana Industrial Park, Thailand to promote decarbonization

    Contributing to Thailand’s carbon neutrality through GHG visualization in industrial parks

    Zeroboard Inc.(Minato-ku, Tokyo, CEO: Michitaka Tokeiji, hereinafter referred to as “our company”), a company that supports corporate sustainability management, has signed a memorandum of understanding (MOU) with ROJANA INDUSTRIAL PARK PUBLIC CO., LTD. (hereinafter referred to as “Rojana”), a major industrial Company in Thailand, to support decarbonization.

    Through this partnership, the two companies aim to jointly develop and provide programs to companies working to visualize and reduce their GHG (greenhouse gas) emission amount in multiple industrial estates operated by Rojana in Thailand, to facilitate disclosure of Scope 1 to 3 and product-level GHG emission amount, as well as to promote the transition to decarbonized management.

    In line with the Thai government’s decarbonization policy, we will support the practical response of tenant companies by establishing a system for visualizing and reducing emission amount at the industrial park level. This will provide an opportunity for tenant companies to respond efficiently and appropriately to international disclosure standards and requests from business partners.

    Background and Objectives

    The Thai government has set national goals of “carbon neutral by 2050” and “net zero by 2065,” and is working to ensure transparency and mandatory disclosure of GHG emission amount. In light of these policy trends, this MOU aims to visualize emission amount at the industrial estate level and to establish an effective emission reduction scheme led by the private sector.

    In particular, in response to Scope 3 emission amount(emissions throughout the entire supply chain), which are expected to become more widespread in the future, by utilizing our GHG visualization cloud Service, we will help reduce the workload of tenant companies and accelerate practical decarbonization actions.

    Overview of Contents

    1. Establishment of a decarbonized management support scheme utilizing Zeroboard’s GHG visualization cloud Service and Rojana Group’s GHG reduction solutions

    2. Support for advanced calculation, management and reporting of emission amount for Scope 1 to 3 and product-level emission amount

    3. Jointly hosting decarbonization support seminars and workshops for tenant companies

    Going forward, the two companies will gradually expand their initiatives within Thailand and, by supporting the decarbonization of companies, strengthen their contribution to achieving carbon neutrality throughout the region.

  • VNU Asia Pacific และ NCSA ขยายความร่วมมือเพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาค

    VNU Asia Pacific และ NCSA ขยายความร่วมมือเพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาค

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 16 พฤษภาคม 2568 – วีเอ็นยู เอเชียแปซิฟิก และสำนักงานความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) มีความภูมิใจที่จะประกาศความร่วมมืออย่างต่อเนื่องสำหรับงาน Cybersec Asia 2026 และ 2027 หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานปี 2568 ซึ่งครั้งนี้จะช่วยยกระดับสถานะของประเทศนานาชาติที่เข้าร่วม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับภูมิภาค

    งาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2025 (สนับสนุนโดย NCSA) ครั้งล่าสุด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 และ 23 มกราคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานดังกล่าวมีผู้แสดงสินค้า 102 รายจาก 12 ประเทศ ผู้เข้าชมงานกว่า 3,100 ราย และมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการรวม 3,390 ตารางเมตร งานนี้มีผู้บรรยายระดับท้องถิ่น 80 คนและระดับนานาชาติ 20 คน รวมถึง pavilionsจาก 5 ประเทศ ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2567 และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเกี่ยวข้องและการเข้าถึงที่เติบโตขึ้นของแพลตฟอร์มนี้

    เมื่อมองไปข้างหน้าถึง Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week 2026 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 4–5 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านความร่วมมือระหว่าง VNU Asia Pacific และ NCSA โดยจะยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ และความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อไป งานดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นที่ Plenary Halls ของ QSNCC และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4,000 คน มีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 140 ราย และกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 100 คน โดยจะมีเวที 3 เวที ได้แก่ เวทีหลัก เวทีเทคโนโลยี และเวทีนวัตกรรม นิทรรศการนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร และมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมมากขึ้นผ่านองค์ประกอบเชิงโต้ตอบ เช่น hackathons การแข่งหาธงที่ซ่อนอยู่ในโจทย์ต่าง ๆ เวิร์กช็อปทางเทคนิค และการจัดแสดงนวัตกรรม 

    นอกจากนี้ Cybersec Asia 2026 ยังจะเน้นย้ำถึงโดเมนเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI การเรียนรู้ของเครื่องจักร โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย ความปลอดภัยของ OT การเข้ารหัสควอนตัม และความปลอดภัยหลังควอนตัม ด้วยความพยายามในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น งานนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญจากอุตสาหกรรมในประเทศ และต่างประเทศ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานกำกับดูแลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และองค์กรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมก่อนงานมากมาย เช่น การพบปะชุมชนและการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วม

    จัสติน พอล ซีอีโอของ VNU Asia Pacific ได้แบ่งปันมุมมองของเขาเกี่ยวกับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องว่า “การเติบโตอย่างต่อเนื่องของ Cybersec Asia สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนและความเกี่ยวข้องที่เพิ่มมากขึ้นของความปลอดภัยทางไซเบอร์ในทุกภาคส่วน ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว งานนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลกอย่างสมบูรณ์แบบ โดยนำเสนอแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับการสนทนา นวัตกรรม และความร่วมมือ เราภูมิใจที่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ NCSA ต่อไปเพื่อขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัย และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ต่อไป” 

    เช่นเดียวกับงาน Thailand International Cyber ​​Week (TICW) ที่ผ่านมา ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักของงาน โดยVNU Asia Pacific รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้บูรณาการ TICW เข้ากับงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีความริเริ่มร่วมกันในด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ การดำเนินงาน และการจัดทำเนื้อหา ความร่วมมือนี้จะมอบประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับผู้เข้าร่วมทุกคนผ่านพื้นที่จัดแสดงร่วมกัน โปรแกรมเนื้อหาที่คัดเลือกร่วมกัน โอกาสในการสร้างเครือข่ายร่วมกัน และกลยุทธ์การมีส่วนร่วมของผู้เข้าชมที่สอดคล้องกัน

    Image

    พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ประเทศไทย กล่าวว่า “Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการผลักดันวาระความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับชาติของประเทศไทยและส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องของเรากับ VNU Asia Pacific จะนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ ผู้นำในอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและระดับโลก มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินการร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความรู้ และนวัตกรรมที่เสริมสร้างอนาคตดิจิทัลของเรา” 

    งานดังกล่าวจะยังคงใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Cybersec Asia x Thailand International Cyber ​​Week (powered by NCSA) 2026 ทั้งสองฝ่ายจะยังคงดำเนินแคมเปญการตลาดร่วมกันและพยายามปรับแบรนด์ให้สอดคล้องกัน เพื่อให้มีการมองเห็นที่ชัดเจนในสื่อต่างๆ ของงาน เว็บไซต์ และแพลตฟอร์มดิจิทัล ความร่วมมือที่กำลังดำเนินอยู่นี้ยังรวมถึงการร่วมจัดโปรแกรมการประชุมคุณภาพสูงและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับผู้อิทธิพลในอุตสาหกรรมหลัก วิทยากรชั้นนำ และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อให้แน่ใจว่างานจะยังคงมีความเกี่ยวข้อง สร้างแรงกระเพื่อม และมุ่งเน้นที่อนาคต

    สามารถเข้าชมเวบไซต์เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม https://cybersec-asia.net

  • เปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงาน Travel & Tech Asia 2025 กับการมุ่งปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

    เปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงาน Travel & Tech Asia 2025 กับการมุ่งปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

    Travel & Tech Asia 2025 งานนิทรรศการและการประชุมระดับภูมิภาคด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ได้ประกาศเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ โดยงานดังกล่าวได้ถูกจัดโดย VNU Asia Pacific ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 15 พฤษภาคม 2568 – งาน Travel & Tech Asia 2025 งานนิทรรศการและการประชุมระดับภูมิภาคด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ได้ประกาศเปิดลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ  โดยงานดังกล่าวได้ถูกจัดโดย VNU Asia Pacific ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คนตลอดระยะเวลา 2 วัน รวมถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพจากภาครัฐ สมาคม หอการค้า ผู้นำด้านการท่องเที่ยว และเครือโรงแรมในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การโรงแรม และการบริการ ผ่านมุมมองของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

    งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเผยแพร่โครงการริเริ่มและกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น จุดหมายปลายทางอัจฉริยะ (Smart Tourism Destination) แห่งภูมิภาค

    นอกจากนี้งาน Travel & Tech Asia 2025  ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายองค์กรพันธมิตรชั้นนำที่มุ่งส่งเสริมนวัตกรรมและการเชื่อมโยงชุมชนยุคใหม่ ได้แก่สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (PATA) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ(ไทย) (TICA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute) สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) สภาหอการค้าเนเธอร์แลนด์-ไทย (NTCC)  และหอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC)

    ผู้เข้าร่วมงานจะมีโอกาสรับชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเเบรนด์ชั้นนำ ซึ่งได้แก่ SiteMinder ผู้นำระดับโลกด้านการจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย Exely ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ด้านการบริการที่มุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายโดยตรงให้เเก่โรงเเรม Hoteliers.Guru ผู้ให้บริการโซลูชันการจัดการโรงแรม PMS Boxes ระบบบริหารจัดการที่พักแบบครบวงจร, Carmen Software ซอฟต์แวร์จัดการการเงินของโรงแรม และ Dowhat ผู้ให้บริการโซลูชันโรงแรมอัจฉริยะ

    โดยมีการนำเสนอโซลูชั่นการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพซึ่งออกแบบมาสำหรับภาคการท่องเที่ยวจาก BridgerPay Sunrate และ Lianlian Pay รวมทั้ง Xendit ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้เข้าชมสามารถมาค้นพบในงาน

    นอกเหนือจากการแสดงนิทรรศการ งาน Travel & Tech Asia 2025 ยังมีมีการสัมมนาที่นำเสนอข้อมูลวิชาการเชิงลึกจากองค์กรที่มีชื่อเสียงและบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรม เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (PATA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) รวมทั้งเเบรนด์ชั้นนำ อาทิ Booking.com, Agoda, Cloudbeds,  AMEX Global Business Travel, Accenture Song และอื่นๆ อีกมากมาย

    <img style="width: 100%;" src="https://imagedelivery.net/H6_s_Eb_ylTWnSEV3HlmYQ/8766f1fa-3000-4e99-1311-28c352a7e500/public" alt="
    ” />

    คุณปนัดดา ก๋งม้า รองประธานฝ่ายธุรกิจ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “Travel & Tech Asia 2025 จะเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้และยกระดับภูมิทัศน์การแข่งขันในภาคการท่องเที่ยวและการบริการของภูมิภาคเอเชีย เราจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาลงทะเบียนและสำรวจการเปลี่ยนผ่านอนาคตของการท่องเที่ยวไปด้วยกัน”

    คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย SiteMinder กล่าวว่า “ในฐานะที่เป็นแพลตฟอร์มการให้บริการและบริหารรายได้ของโรงแรมชั้นนำของโลก เราตระหนักถึงคุณค่าของการสนับสนุนงานแสดงเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวแบบ B2B ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็วและเปิดกว้างต่อนวัตกรรมดิจิทัล เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้พบปะกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมในงานนี้ และที่สำคัญคือ ผู้ร่วมงานจะสามารถเรียนรู้ว่าโซลูชันอันล้ำสมัยของเราช่วยให้โรงแรมและที่พักในท้องถิ่นสามารถเติบโตได้อย่างไร ในขณะที่แนวโน้มการเดินทางเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน”ขอเชิญชวนผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Travel & Tech Asia 2025 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าวที่สำคัญการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 

    สามารถลงทะเบียนเพื่อรับบัตรเข้างานฟรีได้ที่: https://evcnx.co/tta2503 รับข่าวสาร และข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเวบไซต์: https://travelandtechasia.com 

  • ASEAN Sparks พร้อมเร่งผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ASEAN Sparks พร้อมเร่งผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    โครงการ ASEAN Sparks ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว! ขับเคลื่อนโดยศูนย์พลังงานอาเซียน (ASEAN Centre for Energy) ด้วยการสนับสนุนจากกองทุน Japan-ASEAN Integrated Fund และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) โปรแกรมนี้มีระยะเวลา 3 เฟส เพื่อเสริมศักยภาพให้กับสตาร์ทอัพด้านพลังงานสะอาดทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการขยายธุรกิจ สร้างเครือข่าย และขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวก สมัครเข้าร่วม ASEAN Sparks: Ignite ได้ถึงวันที่ 27 พฤษภาคมนี้!

    จาการ์ตา, 6 พฤษภาคม 2025 — ศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) ได้รับเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านกองทุน Japan-ASEAN Integrated Fund (JAIF) ได้เปิดตัวโครงการขับเคลื่อนสำหรับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพและนักนวัตกรรมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ ASEAN Sparks

    ASEAN Sparks เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแรงกดดันของการใช้พลังงานและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเร่งการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ (climate tech) โปรแกรมนี้มุ่งเสริมศักยภาพให้กับสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้น ด้วยเครื่องมือ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายที่จำเป็นในการขยายธุรกิจ พร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่มีความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานสะอาด ให้เกิดผลกระทบอย่างแท้จริงในภูมิภาค

    ด้วยความร่วมมือกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ทำให้ ASEAN Sparks ถูกออกแบบให้เป็นแนวทางในพัฒนาที่มีโครงสร้างชัดเจนและสามารถวัดผลได้ ประกอบด้วย 3 เฟส ได้แก่ Ignite, Catalyse และ Elevate

    JMT Senior Programme Officer and the Energy and Mineral Division of the ASEAN Secretariat provide briefing to the ACE.

    จุดประกายอนาคตของพลังงานในภูมิภาค

    โปรแกรมจะเริ่มต้นด้วยเฟส Ignite ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะแนวคิดในระยะเริ่มต้น และเสริมสร้างทักษะสำคัญให้กับผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพ ในการต่อยอดธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้าร่วมที่มีศักยภาพสูงจะได้ก้าวสู่เฟส Catalyse ซึ่งจะได้รับคำเนะนำเฉพาะด้าน การฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาด และการสนับสนุนพัฒนาเชิงกลยุทธ์

    เฟสสุดท้าย Elevate คือช่วงที่สตาร์ทอัพที่มีผลงานโดดเด่นจะได้นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาของตนในงาน Grand Pitching Day ที่จะจัดขึ้นในงาน ASEAN Energy Business Forum ครั้งที่ 25 (AEBF-25) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสเชื่อมโยงกับนักลงทุน พันธมิตรภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเปิดโอกาสในการระดมทุน หาพันธมิตรในธุรกิจ และการขยายธุรกิจข้ามพรมแดน

    การเร่งรัดขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อรับมือความท้าทายของสภาพอากาศในภูมิภาค

    ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน โปรแกรมนี้จะมุ่งเน้นใน 6 ด้านหลักของพลังงาน ได้แก่ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานหมุนเวียน สมาร์ทกริด ระบบกักเก็บพลังงาน การคมนาคมสะอาด และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและภูมิสภาพอากาศ

    “โปรแกรมนี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการพลังงานอาเซียน (APAEC) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนและสถาบันการเงิน” ดร. Zulfikar Yurnaid รักษาการผู้จัดการฝ่ายการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์พลังงานของ ACE กล่าว “ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมและผู้ประกอบการในพลังงานสะอาด ASEAN Sparks ให้สนับสนุนโดยตรงในการพัฒนาและการนำโซลูชันที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพนำไปใช้งานจริงในภูมิภาค”

    Internet Vibes: A Brief Guide to Renewable Energy Advantages (2021)

    สร้างความร่วมมือกันและระบบนิเวศครอบคลุมทุกภาคส่วน

    นอกเหนือจากการสร้างขีดความสามารถ ASEAN Sparks ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างระบบนิเวศระดับภูมิภาค ด้วยการเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษา สตาร์ทอัพ ไปจนถึงผู้กำหนดนโยบาย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม

    เพื่อให้แนวทางดำเนินงานมีความสอดคล้องกันทั่วทั้งโปรแกรม ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านที่เข้าร่วมจะได้รับใบรับรองตามกรอบแนวทางของ ASEAN Sparks โดยมีการทำความเข้าใจร่วมกันในขอบเขตวิธีการศึกษา การใช้เครื่องมือ และเป้าหมายเชิงผลกระทบ เพื่อส่งมอบคำแนะนำที่มีประสิทธิภาพในทุกเฟสของโปรแกรม

    การคัดเลือกสตาร์ทอัพจะอิงจากระดับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ โดยพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของทีม ความมุ่งมั่น การส่งผลกระทบของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนศักยภาพทางการตลาดและความสามารถในการขยายตัว

    ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

    ASEAN Sparks คือแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างเเละมีความหลากหลายสำหรับนักนวัตกรรมด้านพลังงาน เพื่อประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของโลก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ข้อ 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ SDG ข้อ 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    ตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนจากที่ปรึกษาและผู้ให้คำเนะนำในการพัฒนาโซลูชันหลายด้าน ทั้งทางเทคโนโลยี ธุรกิจ และผลกระทบทางสังคม

    โปรแกรม ASEAN Sparks เริ่มต้นตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึง ตุลาคม 2025 ขอเชิญชวนนักวิจัย ผู้ประกอบการ และนักนวัตกรรมที่สนใจสมัครเข้าร่วม ASEAN Sparks: Ignite ภายในวันที่ 27 พฤษภาคม 2025

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่: go.aseanenergy.org/ApplySPARKS

  • วีอาร์ไทม์ส จับมือ โนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของโนวา

    วีอาร์ไทม์ส จับมือ โนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์ เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ของโนวา

    กรุงเทพฯ 20 พฤษภาคม 2568 – วีอาร์ไทม์ส (VRITIMES) แพลตฟอร์มกระจายข่าวประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสื่อชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ โนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์ (NOVA Online Thailand) ผู้ให้บริการคอร์สเรียนภาษาออนไลน์ชั้นนำ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ข่าวประชาสัมพันธ์ของวีอาร์ไทม์สในประเทศไทยจะได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของโนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์โดยตรง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเนื้อหาและขยายการมองเห็น

    ความร่วมมือนี้ช่วยให้วีอาร์ไทม์สใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แข็งแกร่งของโนวา ออนไลน์ในประเทศไทย ในการกระจายข่าวสารและข้อมูลสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้บริการคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และการสื่อสารทางธุรกิจออนไลน์แบบโต้ตอบ ถือเป็นช่องทางที่เชื่อถือได้ในการนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ของวีอาร์ไทม์สสู่ตลาดไทย

    “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ขยายการดำเนินงานในประเทศไทยผ่านความร่วมมือกับโนวา ออนไลน์ ไทยแลนด์ การเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ของเราในเว็บไซต์ของโนวาจะช่วยให้เราสื่อสารกับผู้อ่านและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” เฟอร์รี บายู ซีอีโอของวีอาร์ไทม์ส กล่าว

    ความร่วมมือนี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยผสานความเชี่ยวชาญของวีอาร์ไทม์สในด้านการกระจายข่าวประชาสัมพันธ์เข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัลที่แข็งแกร่งของโนวา ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารและการมีส่วนร่วมในตลาดไทยได้อย่างดียิ่งขึ้น