Blog

  • วาดได้ทุกที่ ทุกเวลา: Wacom MovinkPad 11 จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ

    วาดได้ทุกที่ ทุกเวลา: Wacom MovinkPad 11 จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ไม่รู้จบ

    Wacom MovinkPad 11 คืออุปกรณ์วาดภาพดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ต แต่คือแรงบันดาลใจที่พกพาได้ ต่างจากแท็บเล็ตที่เน้นความบันเทิงทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้พร้อมเก็บเกี่ยวทุกแรงบันดาลใจในทันที และพาคุณเข้าสู่โลกแห่งการวาดภาพได้ทุกที่ทุกเวลา มาพร้อมฟังก์ชันวาดภาพที่รวดเร็ว ให้เวิร์กโฟลว์ที่ไหลลื่น ความคิดสร้างสรรค์ไม่สะดุดตั้งแต่เริ่มต้น

    โตเกียว – 17 กรกฎาคม
    2025 – วันนี้ Wacom เปิดตัว
    Wacom MovinkPad 11 แท็บเล็ตเพื่อการสร้างสรรค์แบบครบวงจร ยกระดับการวาดภาพให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะวาดเล่นเพลิน ๆ หรือเก็บแรงบันดาลใจที่ผุดขึ้นมาได้ในทันที
    อุปกรณ์นี้ก็พร้อมให้คุณเริ่มวาดได้ทันทีอย่างง่ายดาย
    ออกแบบมาเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ทันที
    ใช้งานได้ทันทีที่คุณหยิบปากกาขึ้นมา ด้วยระบบ Android 14 ที่คุ้นเคยและใช้งานง่าย

    ไม่มีขีดจำกัด วาดเลย

    Wacom MovinkPad 11 ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้การวาดภาพดิจิทัลเป็นเรื่องง่ายและสนุกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน ครบจบในเครื่องเดียว ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ต้องตั้งค่า เพียงแค่มีปากกาและหน้าจอดิจิทัล ก็ เริ่มวาดได้ทันที ตัวเครื่องน้ำหนักเบา มาพร้อม จอแสดงผลมัลติทัชขนาด 11.45 นิ้ว ที่มี กระจกเคลือบลดแสงสะท้อน ช่วยให้คุณมีสมาธิกับการสร้างสรรค์งานได้อย่างเต็มที่
    มาพร้อมกับ Wacom Pro Pen 3 ปากกามืออาชีพที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานสายสร้างสรรค์ทั่วโลก
    โดดเด่นด้วยความแม่นยำสูงและให้สัมผัสการวาดที่เป็นธรรมชาติ ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ได้ทันที เพียงแตะและกดเบา ๆ ที่ปลายปากกา

    ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียน ในคาเฟ่ หรือระหว่างการเดินทาง Wacom MovinkPad 11 พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของทุกโมเมนต์แห่งจินตนาการในชีวิตประจำวัน

    “Wacom MovinkPad 11 ถูกออกแบบมาสำหรับคนที่หยุดวาดไม่ได้จริง ๆ” โคจิ
    ยาโนะ รองประธานอาวุโสฝ่ายธุรกิจแบรนด์ Wacom กล่าว “ไม่ว่าคุณจะชอบวาดเล่นระหว่างเรียน หรือกำลังเปลี่ยนจากการวาดบนหน้าจอสมาร์ทโฟน
    แท็บเล็ตสร้างสรรค์พกพานี้จะทำให้การวาดง่ายขึ้นและสนุกมากยิ่งขึ้น และนี่แค่เริ่มต้น เตรียมพบกับสิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังจะตามมาในซีรีส์แท็บเล็ตสร้างสรรค์แบบพกพา”

    Image

    แอปสร้างสรรค์ที่มือใหม่ต้องลอง

    แอป Wacom Canvas ที่มาพร้อมเครื่อง รองรับการสเก็ตช์แบบอิสระและงานวาดภาพเบาๆ
    ได้อย่างสะดวก เริ่มต้นการสร้างสรรค์ได้ทันที ด้วย Clip Studio Paint DEBUT รุ่นเริ่มต้น พร้อมสิทธิ์ใช้งาน 2 ปี แปรงกว่า 40,000 แบบ
    และเครื่องมือครบครันสำหรับการ์ตูน 3D และแอนิเมชัน

    เริ่มวาดได้ทันที ด้วยฟังก์ชันวาดภาพที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เพียงแค่แตะและกดปากกาบนหน้าจอค้างไว้ ก็เปิดแอป Wacom Canvas และเริ่มสเก็ตช์ได้ทันที แตะครั้งเดียวเพื่อเข้าสู่ Clip Studio Paint และเก็บผลงานของคุณไว้ใน Wacom
    Shelf โดยอัตโนมัติ

    “Wacom MovinkPad 11 พร้อมเป็นแคนวาสดิจิทัลที่ใช้งานได้อย่างสบายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักวาดมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นสำรวจโลกของศิลปะดิจิทัล หรือผู้ที่ทำงานสายสร้างสรรค์อย่างจริงจัง”
    เท็ตสึยะ โคบายาชิ
    กรรมการบริหารของ Celsys กล่าว “เมื่อใช้งานร่วมกับ Clip Studio Paint สัมผัสกับประสบการณ์การสร้างสรรค์ที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และพร้อมไปกับคุณทุกที่”

     ปรับแต่งการใช้งานในแบบของคุณด้วยปากกาและอุปกรณ์เสริม

    รองรับทั้ง Wacom Pro Pen 3 และปากกาดิจิทัลจากแบรนด์เครื่องเขียนชั้นนำอย่าง Dr. Grip, LAMY และ STAEDTLER ให้คุณเลือกใช้งานตามสไตล์ที่เป็นตัวเองได้อย่างอิสระ มีเคสสำหรับ Wacom MovinkPad 11 ที่มาพร้อมขาตั้งในตัว ออกแบบมาเพื่อปกป้องอุปกรณ์ของคุณ และช่วยให้วางใช้งานในมุมที่เหมาะกับการวาดภาพได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

    Wacom MovinkPad 11 พร้อมจำหน่ายในเร็วๆนี้ หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ โปรดไปที่: https://www.wacom.com/products/portable-pad/wacom-movinkpad-11

  • การเผชิญกับความท้าทาย: สตาร์ทอัพเทคโนโลยีในประเทศไทยและการเอาชนะอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคม

    การเผชิญกับความท้าทาย: สตาร์ทอัพเทคโนโลยีในประเทศไทยและการเอาชนะอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคม

    แม้ประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในประเทศก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ จากเศรษฐกิจ การกำกับดูแล ไปจนถึงวัฒนธรรม สตาร์ทอัพต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้

    ความท้าทายทางเศรษฐกิจและการขาดแคลนทุน

    หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยคือการเข้าถึงทุน แม้ว่าจะมีนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่สนใจลงทุนในสตาร์ทอัพ แต่หลายสตาร์ทอัพยังคงประสบปัญหาในการหาแหล่งทุนที่เพียงพอเพื่อขยายธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในภาคการเงิน

    อุปสรรคด้านการกำกับดูแลและนโยบายจากรัฐบาล

    แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีนโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี แต่บางครั้งกฎระเบียบที่เข้มงวด เช่น เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการทำธุรกรรมดิจิทัล กลับกลายเป็นอุปสรรคสำหรับสตาร์ทอัพในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    อุปสรรคด้านสังคมและวัฒนธรรม

    ประเทศไทยยังคงมีวัฒนธรรมที่อนุรักษ์นิยมในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ประชาชนบางส่วนยังคงชอบวิธีการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิม หรือมีทัศนคติที่ไม่ค่อยเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ สตาร์ทอัพจึงต้องสร้างความไว้วางใจในผู้บริโภคและแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่แท้จริงของเทคโนโลยี

    สรุป

    แม้จะมีความท้าทายมากมาย สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในประเทศไทยก็ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต ด้วยการปรับตัวและหาทางเอาชนะอุปสรรคทั้งด้านเศรษฐกิจ การกำกับดูแล และสังคม พวกเขาจะสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น

  • การเปลี่ยนแปลงในภาคโทรคมนาคมและบทบาทของ AIS ในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

    การเปลี่ยนแปลงในภาคโทรคมนาคมและบทบาทของ AIS ในเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

    ภาคโทรคมนาคมของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ AIS (Advanced Info Service) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยได้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่รวดเร็วและเสถียร

    AIS ได้สนับสนุนการพัฒนาอินเทอร์เน็ต 4G และ 5G ในประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งการใช้บริการดิจิทัลอื่นๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ การชำระเงินดิจิทัล และแอปพลิเคชันที่ใช้คลาวด์ การเปิดตัวเครือข่าย 5G ของ AIS ได้เปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับนวัตกรรมในหลายๆ ภาคส่วน เช่น สุขภาพดิจิทัล การศึกษาทางออนไลน์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิต

    นอกจากนี้ AIS ยังมีบทบาทในการให้บริการแก่ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น ผ่านโปรแกรมต่างๆ เช่น AIS Business ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงโซลูชันคลาวด์ ซอฟต์แวร์ดิจิทัล และเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

    ด้วยการมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง AIS ทำให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพสูงช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล

  • ความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ SMEs ในประเทศไทย: ความท้าทายที่ไม่สามารถมองข้ามได้

    ความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ SMEs ในประเทศไทย: ความท้าทายที่ไม่สามารถมองข้ามได้

    เมื่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็กลายเป็นปัญหาหลักสำหรับ SMEs ในประเทศไทย การโจมตีทางไซเบอร์และการรั่วไหลของข้อมูลอาจทำลายชื่อเสียงและการเงินของธุรกิจได้

    ความสำคัญของความปลอดภัยทางไซเบอร์

    ความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความสำคัญในการรักษาข้อมูลของลูกค้าและการดำเนินธุรกิจ SMEs จำเป็นต้องปกป้องระบบของตนจากภัยคุกคามต่าง ๆ เช่น มัลแวร์ แรนซัมแวร์ และการขโมยข้อมูล รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น

    ความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับ SMEs

    หลาย SMEs ในประเทศไทยขาดทรัพยากรหรือความรู้ในการใช้มาตรการความปลอดภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายในการป้องกันภัยทางไซเบอร์ก็อาจเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะ SMEs ที่มีงบประมาณจำกัด

    แนวทางการแก้ไขความท้าทาย

    รัฐบาลและองค์กรภาคเอกชนสามารถช่วย SMEs โดยการให้เครื่องมือและการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับ SMEs

    สรุป

    ความปลอดภัยทางไซเบอร์ต้องเป็นความสำคัญหลักสำหรับ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจในโลกดิจิทัล ด้วยการป้องกันที่ดี SMEs สามารถลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์และปกป้องทรัพย์สินของตนได้

  • HYDE เตรียมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต “BEAUTY & THE BEAST” ส่งตรงจากเวทีสู่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้รับชมผ่านระบบสตรีมมิ่งทั่วโลก

    HYDE เตรียมถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต “BEAUTY & THE BEAST” ส่งตรงจากเวทีสู่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้รับชมผ่านระบบสตรีมมิ่งทั่วโลก

    HYDE [INSIDE] LIVE 2025 WORLD TOUR BEAUTY & THE BEAST
    เตรียมสัมผัสประสบการณ์ การถ่ายทอดสดผ่านโรงภาพยนตร์ และการถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทั่วโลก!

    คอนเสิร์ต”HYDE [INSIDE] LIVE 2025 WORLD TOUR BEAUTY & THE BEAST” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2025 ณ KT Zepp Yokohama (ญี่ปุ่น) จะถูกถ่ายทอดสดไปยังโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ และสตรีมมิ่งพร้อมกันทั่วโลก

    หลังจากการออกอัลบั้ม ”HYDE [INSIDE]” ครั้งแรกในรอบ 5 ปีเมื่อปีที่แล้ว และเดินสายทัวร์ ”HYDE [INSIDE] LIVE 2024 WORLD TOUR” ในญี่ปุ่น เอเชีย และอเมริกา

    ปี 2025 นี้ HYDE กลับมาพร้อมทัวร์ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เริ่มต้นจาก Zepp Haneda (ญี่ปุ่น) เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน และจะเดินสายไปยัง ละตินอเมริกา เอเชีย และยุโรป

    โดยการแสดงที่ KT Zepp Yokohama จะเป็นรอบ ”BEAUTY & THE BEAST” สุดพิเศษ!

    บริเวณ 1Fจะถูกแบ่งเป็นโซนยืนฝั่งหญิง (BEAUTY) และฝั่งชาย (BEAST) สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

    อย่าพลาดชมพลังการแสดงสดของ HYDE ที่ยังคงแรงไม่หยุดในปี 2025 รับชมได้ทั้งในโรงภาพยนตร์และผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์!

    ■HYDE OFFICIAL WEB SITE : https://www.hyde.com/
    ■Link to Trailer: https://youtu.be/HAu2cznWCJQ

    【รายละเอียดการถ่ายทอดสด】

    ชื่อคอนเสิร์ต

    HYDE [INSIDE] LIVE 2025 WORLD TOUR BEAUTY & THE BEAST

    ◆การถ่ายทอดสดในโรงภาพยนตร์◆
    https://liveviewing.jp/overseas/hydelive-2025-eng/

    วัน–เวลา
    วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2025
    เริ่มการถ่ายทอดสดเวลา 15:06 น. (เวลาประเทศไทย)

    สถานที่จัดฉาย
    Major Cineplex:
    Paragon Cineplex https://www.majorcineplex.com/cinema/paragon-cineplex

    ราคาบัตร
    เริ่มต้นที่ 750 บาท
    ※ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำหน่ายบัตรได้ที่เว็บไซต์ทางการของโรงภาพยนตร์
    ※ อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากราคาบัตร ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโรงภาพยนตร์
    กรุณาตรวจสอบรายละเอียดก่อนซื้อบัตรที่เว็บไซต์ของโรงภาพยนตร์

    กำหนดการเปิดจองบัตร
    วันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2025 เวลา 14:00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาประเทศไทย

    ◆การถ่ายทอดสดออนไลน์◆
    เว็บไซต์สำหรับซื้อบัตร https://liveship.tokyo/en/hydelive-2025/

    วัน–เวลา
    วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2025
    เปิดระบบ: 14:50 น. |เริ่มถ่ายทอดสด: 15:06 น. (เวลาประเทศไทย)

    ◆ระยะเวลาการรับชมย้อนหลัง:รับชมย้อนหลังได้หลังจบการถ่ายทอดสด (เมื่อระบบพร้อม) 
    นถึงวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2025 เวลา 21:59 น.(เวลาประเทศไทย)

    ช่องทางสตรีมมิ่ง
    LIVESHIP

    ราคาบัตรรับชมออนไลน์
    4,500 เยน (รวมภาษี)

    ช่วงเวลาจำหน่ายบัตร
    วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2025 เวลา 10:00 น.(เวลาประเทศไทย)
    ถึงวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2025 เวลา 19:00 น.(เวลาประเทศไทย)
    ※ ผู้ที่ซื้อบัตรชมการถ่ายทอดสดออนไลน์ สามารถรับชมย้อนหลัง ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งในช่วงระยะเวลาการให้บริการย้อนหลัง
    ※ ขอแจ้งให้ทราบว่าเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาการรับชมย้อนหลัง การรับชมจะถูกตัดทันทีแม้จะอยู่ระหว่างรับชมก็ตาม
    ※ กรณีการรับชมย้อนหลัง เนื้อหาบางส่วนอาจมีการตัดต่อหรือปรับแก้ จึงเรียนมาเพื่อทราบล่วงหน้า

    《คอนเสิร์ตในโรงภาพยนตร์》
    【ข้อควรระวัง】
    ※ งานนี้เป็นกิจกรรมแบบถ่ายทอดสดให้ผู้ชมสามารถรับชมได้พร้อมกัน ผู้ชมสามารถส่งเสียงเชียร์และปรบมือได้อย่างอิสระเหมือนกับชมการแสดงสดที่สถานที่จริง
    กรุณาทำความเข้าใจและยินยอมในรูปแบบของกิจกรรมก่อนทำการซื้อบัตรเข้าชม
    ※ ในกรณีที่เวลาการฉายเกินกำหนดมาก อาจมีการยุติการฉายก่อนการแสดงจะสิ้นสุดลง จึงเรียนมาเพื่อทราบและขอความกรุณาให้ท่านเข้าใจในข้อจำกัดดังกล่าว
    ※ เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ คุณภาพของภาพและเสียงอาจได้รับผลกระทบจากสภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
    ※ ห้ามซื้อขาย โอนบัตรเข้าชมเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า รวมถึงผ่านเว็บไซต์ประมูลออนไลน์, เว็บไซต์จำหน่ายบัตร, ร้านจำหน่ายบัตร และช่องทางอื่นๆ
    ※ กรณีบัตรสูญหาย ถูกขโมย ชำรุด หรือลืมนำมาในวันงาน จะไม่สามารถออกบัตรใหม่ให้ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ
    ※ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการจัดที่นั่งของโรงภาพยนตร์ อาจมีกรณีที่ไม่สามารถจัดให้นั่งติดกับผู้ติดตามได้ กรุณาเข้าใจในเงื่อนไขดังกล่าวล่วงหน้า
    ※ ห้ามใช้กล้อง สมาร์ตโฟน หรืออุปกรณ์ใด ๆ ในการถ่ายภาพ บันทึกเสียง หรือบันทึกวิดีโอจากหน้าจอ หากตรวจพบการกระทำดังกล่าวในโรงภาพยนตร์
    จะมีการขอให้ลบเนื้อหาที่บันทึกไว้ และจะไม่คืนเงินค่าบัตรโดยเด็ดขาด อีกทั้งการเผยแพร่เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาตทางอินเทอร์เน็ตอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย
    ※ อาจมีการบันทึกภาพหรือวิดีโอภายในโรงภาพยนตร์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในสื่อต่างๆ ขอความร่วมมือและความเข้าใจจากผู้เข้าชมทุกท่าน
    ※ โรงภาพยนตร์บางแห่งอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม
    ※ ในกรณีที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวหรือมีการแจ้งเตือนภัยพิบัติ อาจมีการหยุดฉายชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของผู้ชม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่จัดแสดงหรือไม่
    ※ หากมีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดของกิจกรรม จะไม่มีการแจ้งประกาศแยกเพิ่มเติม

    【ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับมารยาทในการรับชม】
    ※ โปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์เชียร์(เช่น แท่งไฟเรืองแสง ผ้าขนหนู ฯลฯ) เพื่อไม่ให้รบกวนการรับชมของผู้ชมท่านอื่น
     (ห้ามใช้อุปกรณ์เชียร์ที่อาจก่อให้เกิดการรบกวนการรับชมของผู้อื่น)
    ※ กรุณาหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังเกินควรหรือกระทำการใดๆที่เป็นการรบกวนผู้ชมท่านอื่น
    ※ กรุณานั่งรับชมการถ่ายทอดสดในที่นั่งที่ระบุไว้ในบัตรเข้าชมที่ท่านได้ซื้อไว้เท่านั้น
    ※ ข้อกำหนดของโรงภาพยนตร์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง
    กรุณาตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของโรงภาพยนตร์ที่ท่านจะเข้าชม และปฏิบัติตามข้อกำหนดของโรงภาพยนตร์นั้นอย่างเคร่งครัด

    《การถ่ายทอดสดออนไลน์》
    ※ เนื่องจากเป็นการถ่ายทอดสด อาจเกิดปัญหาภาพหรือเสียงกระตุก ช้าหรือขาดช่วงรวมถึงการหยุดชั่วคราวหรือจบการถ่ายทอดก่อนกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับสภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบของผู้ชม
    ※ ทางผู้จัดไม่สามารถรับผิดชอบกรณีปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรืออุปกรณ์ที่ใช้รับชมของท่าน และไม่สามารถคืนเงินค่าเข้าชมในกรณีดังกล่าวได้
    ※ ค่าธรรมเนียมการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นความรับผิดชอบของผู้ชม
    ※ เนื่องจากการรับชมถ่ายทอดสดใช้ปริมาณข้อมูลจำนวนมาก ขอแนะนำให้เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi เพื่อความเสถียร
    ※ ห้ามใช้ถ่ายทอดสดนี้ในเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ห้องประชุม หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ โดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดที่เสียค่าใช้จ่ายหรือฟรี
    ※ หากเข้าชมขณะการถ่ายทอดสดกำลังดำเนินอยู่ จะไม่สามารถย้อนกลับไปดูภาพก่อนหน้านั้นได้

    HYDE [INSIDE] LIVE 2025 WORLD TOUR BEAUTY & THE BEAST
    เว็บไซต์ข้อมูล https://liveviewing.jp/hydelive-2025-eng/
    ผู้จัดงาน:VAMPROSE
    ผู้จัดจำหน่าย:Live Viewing Japan / Live Viewing Entertainment
    ©VAMPROSE Inc. All Rights Reserved.
    【ข้อควรระวังในการใช้ภาพ】 
    ห้ามตัดต่อ ปรับแต่ง หรือดัดแปลงภาพเพื่อใช้ในงานต่าง ๆ

  • การเปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    การเปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดหุ้นไทยมีความคล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ตลาดนี้มีความแตกต่างกันออกไป ในบทความนี้เราจะมาทำการเปรียบเทียบระหว่างตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นในประเทศอื่น ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    1. การเปรียบเทียบกับอินโดนีเซีย
      ตลาดหุ้นไทยและอินโดนีเซียมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน แต่ไทยมักถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพมากกว่าในด้านกฎระเบียบและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นไทยมีบริษัทใหญ่ที่จดทะเบียนใน SET ซึ่งทำให้ตลาดนี้ดึงดูดนักลงทุนสถาบันมากกว่า ขณะที่อินโดนีเซียมักจะมีหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่า
    2. การเปรียบเทียบกับสิงคโปร์
      สิงคโปร์มีตลาดหุ้นที่พัฒนาและมีความเข้มแข็งมากกว่า โดยมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดและความโปร่งใสมากขึ้น แต่ตลาดหุ้นไทยมักเสนอหุ้นที่สามารถเข้าถึงได้มากกว่าและมักจะมีโอกาสที่คุ้มค่าสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในประเทศกำลังพัฒนา แม้ว่าตลาดหุ้นสิงคโปร์จะมีอิทธิพลในเอเชีย แต่ตลาดหุ้นไทยก็เติบโตได้อย่างรวดเร็ว
    3. โอกาสในเวียดนามและฟิลิปปินส์
      ตลาดหุ้นเวียดนามและฟิลิปปินส์ก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน แต่ตลาดหุ้นไทยมักได้รับการยอมรับมากกว่าเนื่องจากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่า และมีบริษัทที่จดทะเบียนมากมาย
    4. ข้อดีและข้อเสียของตลาดหุ้นไทย
      ข้อดีของตลาดหุ้นไทยคือการเข้าถึงนักลงทุนต่างชาติได้ง่ายและนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ข้อเสียคือการพึ่งพาภาคส่วนบางภาคเกินไป ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

    ตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

  • บทสัมภาษณ์พิเศษกับ Amber Zhao คุณแอมเบอร์ จ้าว, ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai บริษัท อาร์ทิเซ่น ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป, กับบทบาทในการใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโรงแรมสีเขียว

    บทสัมภาษณ์พิเศษกับ Amber Zhao คุณแอมเบอร์ จ้าว, ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai บริษัท อาร์ทิเซ่น ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป, กับบทบาทในการใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโรงแรมสีเขียว

    Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai ประสบความสำเร็จในการผ่านการประเมินโรงแรมสีเขียวและได้รับการรับรองระดับ Five-Leaf ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับโรงแรมสีเขียวของจีนในเดือนพฤษภาคม 2025 เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่มาจากแนวทางที่โดดเด่นของโรงแรม Artyzen ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการผสานเทคโนโลยีและแนวคิดสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง เพื่อจุดประสงค์นี้ เราได้สัมภาษณ์ Amber Zhao ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai (Director of Operations at Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai) เพื่อแบ่งปันว่าเทคโนโลยีได้กลายมาเป็นแรงผลักดันหลักในการพัฒนาโรงแรมสีเขียวได้อย่างไร การมีส่วนร่วมของแพลตฟอร์ม Neuron ไม่เพียงแต่เป็นแรงผลักดันในการประเมินโรงแรมสีเขียวของ Artyzen เท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งประโยชน์ที่จับต้องได้ต่อการดำเนินงานประจำวันของโรงแรมอีกด้วย

    เกี่ยวกับผู้ให้สัมภาษณ์

    Amber Zhao ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการที่ Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai และมีประสบการณ์มากมายในด้านการจัดการโรงแรม เธอเคยศึกษาด้านการจัดการโรงแรมและเคยทำงานให้กับกลุ่มโรงแรมระดับนานาชาติ เช่น IHG และ Marriott โดยเน้นที่ทรัพยากรบุคคลและการจัดการการดำเนินงาน หลังจากเข้าร่วม Artyzen ในปี 2022 เมื่อโรงแรม Artyzen อยู่ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง เธอได้ดูแลการเติบโตของโรงแรมตั้งแต่เริ่มก่อสร้างจนถึงการย้ายเข้าและเสร็จสิ้น นอกจากนี้ บทบาทของเธอยังเปลี่ยนจากผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลเป็นฝ่ายปฏิบัติการอีกด้วย ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แอมเบอร์ได้ขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติที่สร้างสรรค์ของโรงแรมในการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน และช่วยให้ Artyzen Habitat Hengqin Zhuhai ได้รับการรับรองโรงแรมสีเขียวระดับห้าดาวของจีนในปีนี้ได้สำเร็จ

    Amber Zhao, กับภาพหน้ากำแพงสีเขียวที่เป็นมุมถ่ายภาพของโรงแรม Artyzen Artyzen Hotel Green Wall

    แอมเบอร์รู้สึกประทับใจในความมุ่งมั่นของ Artyzen ที่จะส่งเสริมให้ทีมงานขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นความยั่งยืนและความมีชีวิตชีวา ตัวอย่างที่ดีคือกำแพงสีเขียวอันสร้างสรรค์และระบบบริหารการจัดการน้ำแบบอัตโนมัติที่ Artyzen Habitat Hengqin ทำให้ต้นไม้และพืชในร่มของโรงแรมเจริญเติบโตได้ดีภายใต้ระบบชลประทานที่ควบคุมเวลา ช่วยเพิ่มประสบการณ์ของแขกและสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Artyzen ที่มีต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง แอมเบอร์มีความโดดเด่นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

    เธอสนับสนุนการนำระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะ Neuron (Neuron Smart Energy Management System) มาใช้เพื่อปรับปรุงการใช้พลังงานและใช้ประโยชน์จากการกำหนดราคาขายแบบไดนามิก ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เธอเชื่อว่าอนาคตของโรงแรมสีเขียวขึ้นอยู่กับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการสนับสนุนของเจ้าของ โดยสนับสนุนการบูรณาการ ESG ในทางปฏิบัติในการดำเนินงานประจำวันเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกลุ่มโรงแรม นอกจากนี้ แอมเบอร์ยังเป็นที่รู้จักในด้านทักษะการบริการลูกค้าและการจัดการวิกฤตที่ยืดหยุ่น โดยสามารถสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของโรงแรมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างชำนาญ ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำและข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น

    นวัตกรรมทางเทคโนโลยีช่วยยกระดับคะแนนโรงแรมสีเขียว

    Amber Zhao เน้นย้ำว่าระบบ Neuron มีบทบาทสำคัญในกระบวนการประเมินโรงแรมสีเขียว คณะกรรมการประเมินชื่นชมความสามารถในการจัดการพลังงานและระบบการบริหารการจัดการเรื่องขยะที่ยืดหยุ่นและยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง โดยยอมรับว่าระบบนี้เป็นผู้บุกเบิกการจัดการพลังงานและการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมการบริการของจีน “ระบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้จัดการพลังงานได้อย่างแม่นยำเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการรับรองของเราอีกด้วย” แอมเบอร์กล่าว “หากมองในมุมที่ต่างออกไป แม้ว่าระบบการบริการจัดการน้ำฝนทั้งหมดของโรงแรมจะได้รับเพียง 1 คะแนน แต่ระบบ Neuron ช่วยให้โรงแรมของเราโดดเด่นขึ้นในระหว่างการเข้ารับใบรับรอง”

    งานศิลปะบนผนังที่แสดงภาพมือทั้งสองข้างที่ยื่นเข้าหากันเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ทางภูมิศาสตร์และการเมืองระหว่างเฮงชินและมาเก๊า

    ความร่วมมือระหว่างเทคโนโลยีและระบบปฏิบัติการของการดำเนินงานของโรงแรม

    Artyzen Habitat เลือกใช้ระบบ Neuron ไม่เพียงแต่เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประโยชน์ด้านการดำเนินงานที่ระบบสามารถมอบให้ได้อีกด้วย แอมเบอร์ชี้ให้เห็นว่า “ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น การวัดปริมาณใช้พลังงานและอัตราการเข้าพักของโรงแรมได้อย่างชาญฉลาด ช่วยให้เราปรับการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมและลดต้นทุนได้ ตัวอย่างเช่น การตรวจสอบข้อมูลการใช้งานสระว่ายน้ำช่วยให้เราปรับเวลาเปิดทำการได้เพื่อลดการใช้พลังงานและแรงงานที่ไม่จำเป็น”

    ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Neuron ยังช่วยให้จัดการราคาแบบไดนามิกได้แม่นยำยิ่งขึ้นสำหรับโรงแรม แอมเบอร์อธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ เราสามารถจัดสรรต้นทุนพลังงานได้คร่าวๆ เท่านั้น ตอนนี้ เราสามารถคำนวณต้นทุนลงได้อย่างแม่นยำจนถึงระดับห้องในแต่ละชั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกลยุทธ์ด้านราคาของเรา”

    การสนับสนุนของเจ้าของและแนวโน้มของอุตสาหกรรม

    แอมเบอร์เน้นย้ำว่าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในอุตสาหกรรมโรงแรมส่วนใหญ่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากเจ้าของ “เนื่องจากเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Shun Tak Holdings Group จึงให้ความสำคัญกับ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) เป็นแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ และต้องนำไปปฏิบัติในทุกโครงการและงานปฏิบัติการประจำวัน การสนับสนุนจากผู้บริการระดับสูงแบบ Top- down จึงมีความสำคัญ” เธอเชื่อว่าเทคโนโลยีจะมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมโรงแรมในอนาคต แต่การนำไปใช้อย่างแพร่หลายนั้นขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของเต็มใจที่จะลงทุนหรือไม่ เจ้าของ Artyzen อย่าง Shun Tak เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวคิดก้าวหน้า

    ความท้าทายและผลตอบแทนของการประเมินโรงแรมสีเขียว

    เมื่อพูดถึงกระบวนการประเมิน แอมเบอร์พบว่าขั้นตอนการประเมินตนเองนั้นใช้เวลานานที่สุด “เราต้องให้คะแนนตนเองตามเกณฑ์มากกว่า 150 เกณฑ์ในขณะที่รวบรวมเอกสารประกอบก่อนการตรวจสอบจริง แต่ระบบ Neuron ทำให้การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งเป็นหลักฐานที่มั่นคงสำหรับการตรวจสอบของคณะกรรมการ”

    แนวโน้ม: การผสานเทคโนโลยีและหลักการเทคโนโลยีสีเขียวเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

    แอมเบอร์คาดหวังอนาคตของแพลตฟอร์ม Neuron มาก “ไม่ใช่แค่เครื่องมือการจัดการเท่านั้น แต่ยังช่วยให้โรงแรมป้องกันปัญหาต่างๆ ได้ก่อนที่จะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น การระบุการใช้พลังงานที่ผิดปกติผ่านการแจ้งเตือนข้อมูลจะช่วยให้ระบุปัญหาได้ล่วงหน้า” เธอเชื่อว่าการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและแนวคิดสีเขียวจะกลายเป็นความสามารถหลักของอุตสาหกรรมโรงแรม ไม่ใช่แค่กระแสเท่านั้น

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานโรงแรมสีเขียวระดับ 5 ของจีน

    “โรงแรมสีเขียว” (GB/T 21084—2007) เป็นมาตรฐานแห่งชาติที่แนะนำซึ่งออกร่วมกันโดยสำนักงานบริหารทั่วไปด้านการกำกับดูแลคุณภาพ การตรวจสอบ และการกักกันของสาธารณรัฐประชาชนจีนและสำนักงานบริหารมาตรฐานของจีนเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2007 ภายใต้การบริหารของกระทรวงพาณิชย์ และนำไปปฏิบัติอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2008 มาตรฐานนี้ได้รับการกำหนดร่วมกันโดยกระทรวงทั้ง 6 กระทรวง รวมถึงกระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ โดยมีหลักสำคัญคือการปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัย จึงกำหนดให้โรงแรมต้องส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการป้องกันและควบคุมมลพิษผ่านการจัดการสีเขียว และกำหนดระบบการให้คะแนน 5 ดาว (โดย 5 ดาวเป็นระดับสูงสุด) คณะทำงานโรงแรมสีเขียวแห่งชาติมีหน้าที่จัดผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการประเมินและรับรองในสถานที่ ณ เดือนธันวาคม 2024 โรงแรมมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศได้รับการรับรอง 5 ดาว

    หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการจัดการพลังงานอัจฉริยะของ Neuron โปรดติดต่อเราวันนี้!

  • THECA 2025 จุดเกมรุก! ไทยเดินหน้าขึ้นแท่นศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์เอเชีย

    THECA 2025 จุดเกมรุก! ไทยเดินหน้าขึ้นแท่นศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์เอเชีย

    สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ร่วมกับ สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง ประกาศจุดยืน “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก” ผ่านเวทีแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ Thailand Electronics Circuit Asia (THECA 2025) พร้อมพลิกโฉมประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    งาน THECA 2025 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ อาคาร EH99 – 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ บนพื้นที่จัดแสดงที่ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 12,000 ตารางเมตร หรือมากกว่าปีก่อนถึงสองเท่า งานนี้ตั้งเป้าเพื่อต้อนรับ 500 บริษัทชั้นนำจากอุตสาหกรรม และคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานและนักลงทุนกว่า 7,000 รายจากทั่วโลก มาร่วมสำรวจนวัตกรรม เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB)

    Image

    กระแสการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก
    และการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศต่าง ๆ 
    ผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จำเป็นต้องมองหาฐานการผลิตใหม่ที่มีความยืดหยุ่น
    เข้าถึงได้ง่าย และมีระบบสนับสนุนที่ครบวงจร ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ
    โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีขั้นสูงในยุคปัจจุบัน
    ไม่ว่าจะเป็น EV, IoT, AI, อุปกรณ์การแพทย์
    ไปจนถึงระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม

    Image

    นายนฤชา ฤชุพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
    และเจ้าภาพการจัดงาน
    THECA 2025 กล่าวถึงบทบาทรัฐบาลไทยมุ่งเน้นให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งใน 5 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
    ภายใต้แผน “Thailand 4.0” และ “Industry
    5.0” ที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่ง PCB ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่สามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรม  ใหม่ ๆ อาทิ EV, IoT, AI, อุปกรณ์การแพทย์ และระบบอัตโนมัติ
    ทำให้อุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
    ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิต PCB อันดับ 1 ในอาเซียนและอยู่ในกลุ่มผู้นำระดับโลก  

    จากการย้ายฐานการผลิตของผู้ผลิต PCB มายังประเทศไทย
    โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ PCB ชนิด High Density
    Interconnect และชนิด Multilayer ที่นำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูง
    ซึ่งช่วยสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม PCB ในประเทศ
    ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต PCB ที่ครบวงจร ปัจจุบัน
    80% ของ PCB ที่ผลิตในไทยถูกส่งออกไปยังตลาดหลัก
    เช่น จีน, สหรัฐฯ และญี่ปุ่น
    ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกในระดับสากล
    นอกจากนั้น ประเทศไทยยังมี แผนพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ซึ่งช่วยให้บริษัทข้ามชาติที่ต้องการผลิต PCB ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
    และการพัฒนาบุคลากร ยกระดับทักษะการปฏิบัติงานของบุคลากร  ในภาคอุตสาหกรรมผ่านการ Upskill และ Reskill เพื่อเตรียมความพร้อมของแรงงาน
    รองรับความต้องการแรงงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 80,000 คน ในช่วง 2 ปีข้างหน้า 

    “ในช่วง
    2 ปีที่ผ่านมา
    บริษัทชั้นนำจากหลายประเทศได้ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย
    โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญของเศรษฐกิจในอนาคต
    สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ 
    ที่มุ่งสู่เศรษฐกิจใหม่ ทำให้มีโครงการลงทุนจำนวนมาก หากพิจารณาเฉพาะกลุ่ม PCB
    พบว่า มีโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนในปี 2567
    ทั้งหมดจำนวน 81 โครงการ มูลค่าประมาณ 99,228
    ล้านบาท 
    และคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรม PCB ไทยจะมีส่วนแบ่งตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก
    4% เป็น 10% ในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า ตอกย้ำศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะแห่งใหม่ในภูมิภาคอาเซียน
    และเพิ่มโอกาสให้กับอุตสาหกรรมในประเทศที่ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
    ซึ่งงานแสดงสินค้า Thailand Electronics Circuit Asia เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า
    แต่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระบบนิเวศของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
    ที่เปิดโอกาสให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีของโลก
    ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” นายนฤชา กล่าว 

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก
    สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) บริษัท เคซีอี
    อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด และบริษัท มิตซูบิชิ
    อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

    Image

    นายพิธาน องค์โฆษิต
    นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (
    THPCA) และประธานจัดงาน THECA
    2025
    เปิดเผยว่า ในปีนี้
    การส่งออกแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ของประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10–15% ของตลาดโลก หรือประมาณ 6–8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
    โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ระบบ 5G และ IoT ตลอดจนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
    และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมการผลิต 

    ปัจจุบัน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายแผ่นวงจรพิมพ์
    (PCB) คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 88% ของตลาดโลก โดย PCB,
    PCBA (การประกอบแผ่นวงจรพิมพ์) และ EMS (บริการรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์)
    ถือเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง
    ที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่

    อย่างไรก็ตาม
    อุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ
    ทั้งในด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น
    และความต้องการด้านประสิทธิภาพการใช้งานที่สูงขึ้น
    โดยเฉพาะในเรื่องของความทนทานต่ออุณหภูมิสูง การต้านทานแรงดันไฟฟ้า
    และการออกแบบให้มีขนาดเล็กลง 

    ดังนั้น ในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
    ผู้ผลิตจึงเร่งผลักดันนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ การพิมพ์ 3
    มิติสำหรับต้นแบบอย่างรวดเร็ว ระบบอัตโนมัติสำหรับการประกอบวงจรที่แม่นยำและซับซ้อน
    และการใช้วัสดุที่มีความยั่งยืน
    ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น แผ่นวงจรความหนาแน่นสูง
    (HDI), แผ่นวงจรแบบแข็และ-ยืดหยุ่น (Rigid-Flex), แผ่นวงจรสำหรับชิป (IC Substrates), ชุดอุปกรณ์ไฟฟ้า
    (power electronics modules), แผ่นวงจรคลื่นความถี่วิทยุ (RF/Microwave),
    และชุดควบคุมคุณภาพระดับยานยนต์ 
    ชิ้นส่วนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาด
    เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS),
    การขับขี่อัตโนมัติ, ระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม
    และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ

    การพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้มีระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง
    เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคและแข่งขันได้ในระดับโลก
    สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยจึงได้ร่วมกับมือกับ บีโอไอ พัฒนางาน THECA 2025
    ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด ‘How to Build
    Effectively a Future Electronic Ecosystem’ ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมให้พร้อมรับมือกับอนาคต
    โดยมุ่งพัฒนา 4 เสาหลักได้แก่

    1.      
    Connected Ecosystem – การเชื่อมโยงซัพพลายเชนในระดับภูมิภาคและระดับโลก
    สนับสนุนการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต PCB, PCBA และซัพพลายเชนอื่น
    ๆ เชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรม

    2.      
    Smart & Green Manufacturing – การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    ส่งเสริมแนวคิด Net Zero Manufacturing และ ESG
    Compliance ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของ Smart Factory ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

    3.      
    Talent & Innovation Hub – การพัฒนาทรัพยากรบุคคลและนวัตกรรม
    จัดหลักสูตรฝึกอบรมและความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัย
    สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

    4.      
    New Business Opportunities – การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
    ผ่านการค้าและการลงทุน เปิดเวทีให้เกิดการจับคู่ธุรกิจและความร่วมมือทางการค้า
    ขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดต่างประเทศ

    Image

    นายเสวก ประกิจฤทธานนท์
    อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย
    และประธานศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวเสริมว่า
    หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่อุตสาหกรรม
    PCB ไทยกำลังเผชิญคือ “วิกฤตแรงงานเฉพาะทาง”
    ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต โดยภายในปี พ.ศ. 2570 อุตสาหกรรม PCB ของไทยคาดว่าจะสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น
    20–25% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 18–25
    พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดดังกล่าว
    คาดว่าประเทศไทยจะขาดแคลนแรงงานเฉพาะทางในอุตสาหกรรมนี้มากกว่า 80,000 คนภายใน 2 ปี
    โดยในจำนวนนี้ราว 40% หรือประมาณ 32,000 ราย
    จะเป็นแรงงานในระดับวิศวกร หากไม่มีการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรบุคคลอย่างเร่งด่วน
    ประเทศไทยอาจสูญเสียรายได้รวมมากถึง 2-3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
    หรือประมาณ 74,000–111,000 ล้านบาท
    (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)

    เพื่อรับมือกับปัญหานี้
    ศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TECC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกระทรวงการอุดมศึกษา
    วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
    และดำเนินการร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
    ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทางแก้ไขวิกฤตแรงงานเฉพาะทางนี้อย่างเป็นระบบ 

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ งาน THECA 2025 จึงได้จัด “Job Fair PCB 2025” ขึ้น
    เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแรงงานกับอุตสาหกรรม
    และพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพให้สามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรม PCB ไทยสู่ระดับโลก ในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่

    ·      
    การรับสมัครแรงงานใหม่และนักศึกษาจบใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม PCB และอิเล็กทรอนิกส์

    ·      
    จับคู่แรงงานกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมที่ต้องการพนักงานคุณภาพสูง

    ·      
    อบรมทักษะ Reskill และ Upskill ให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพหรือพัฒนาตัวเองสู่อุตสาหกรรม
    PCB

    ·      
    เวทีสัมมนาและ Workshop จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม PCB ในอนาคต 

    ศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TECC) มุ่งมั่นพัฒนาและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา
    และภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรม PCB
    แห่งภูมิภาคอย่างยั่งยืน

    Image

    ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและกลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
    นายแคนิส ชุง ประธานสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง (HKPCA) และผู้ร่วมจัดงาน THECA 2025 ได้กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในเวทีอุตสาหกรรมแผ่นวงจรพิมพ์
    (PCB) และซับสเตรต (Substrate) ระดับโลก
    เพราะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง การผลิตที่ทันสมัย
    และการสนับสนุนจากภาครัฐที่เป็นรูปธรรม
    ทำให้ไทยกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชีย
    ขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
    (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์
    และระบบขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งความสามารถในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในระดับภูมิภาคจะ เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
    โดยงาน THECA 2025 จะเป็นเวทีเชิงกลยุทธ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้นำในอุตสาหกรรมจากทั่วโลกได้ร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตร่วมกัน
    และยกระดับบทบาทของเอเชียในระบบเศรษฐกิจอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก

    Image

    ขณะเดียวกัน นายเดวิด เบิร์กแมน (Mr. David W.
    Bergman) รองประธานฝ่ายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สถาบันอิเล็กทรอนิกส์สากล
    สหรัฐอเมริกา
    เน้นย้ำว่าผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วโลกต่างหันมาใช้กลยุทธ์
    “China Plus One” เพื่อกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน
    ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการตั้งโรงงานผลิต PCB และศูนย์ EMS แบบครบวงจร ทั้งนี้ นายเบิร์กแมน ยังชี้ให้เห็นถึง
    4 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่กำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก ได้แก่ สถานโลกที่ไม่แน่นอนและปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน
    การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
    และการขาดแคลนแรงงานเฉพาะทาง
    ปัจจัยเหล่านี้กำลังผลักดันให้บริษัททั่วโลกลงทุนในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน
    เทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูง และพัฒนาทักษะแรงงาน  ซึ่งประเทศไทย มีความพร้อมในทุกด้านและสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของภูมิภาคนี้

    สำหรับงาน THECA 2025 ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์แห่งใหม่ของเอเชีย
    ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการผลักดันเทคโนโลยี EV,
    AI และระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงสินค้า
    แต่เป็นแพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน
    เสริมสร้างทักษะแรงงาน
    และวางรากฐานระบบนิเวศเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกอย่างยั่งยืน

    สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่
    https://thecaregistrations.jupinnothai.net/Registration/ChooseTypeRegis.aspx?codeInv=THECA2

    Image

  • ILDEX Philippines 2025 ขยายพื้นที่จัดแสดงสู่ฮอลล์ 1–4: ก้าวสู่อีกขั้นของอุตสาหกรรมปศุสัตว์

    ILDEX Philippines 2025 ขยายพื้นที่จัดแสดงสู่ฮอลล์ 1–4: ก้าวสู่อีกขั้นของอุตสาหกรรมปศุสัตว์

    พฤษภาคม 2025 – มะนิลา, ฟิลิปปินส์ – ILDEX Philippines (อิลเด็กซ์ ฟิลิปปินส์) งานแสดงสินค้านานาชาติระดับแนวหน้าด้านอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม การแปรรูปเนื้อสัตว์ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประกาศขยายพื้นที่จัดแสดงครอบคลุม ฮอลล์ 1 ถึง 4 ณ ศูนย์การประชุม SMX Convention Center มะนิลา ระหว่างวันที่ 27–29 สิงหาคม 2025 นับเป็นการขยายตัวครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การจัดงาน และเป็นหลักฐานชัดเจนถึงบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มชั้นนำระดับภูมิภาค

    Philippine Poultry Show จัดโดยบริษัท Deltaman
    และ ILDEX Philippines (อิลเด็กซ์ ฟิลิปปินส์)
    จัดโดยบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกเครือข่าย VIV
    worldwide เครือข่ายงานแสดงสินค้าระดับโลกที่เชื่อมโยงมืออาชีพในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และปศุสัตว์จากทั่วทุกมุมโลก

    การขยายพื้นที่จัดงานในครั้งนี้เกิดจากกลยุทธ์การจัดงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองแบรนด์
    ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากทั้งผู้จัดแสดงภายในประเทศและนานาชาติ
    ส่งผลให้ต้องขยายพื้นที่เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
    พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพแก่ผู้เข้าร่วมทุกท่าน

    “จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าร่วมงาน
    เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะขยายพื้นที่จัดแสดงของ Philippine
    Poultry Show
    และ ILDEX
    Philippines (
    อิลเด็กซ์ ฟิลิปปินส์) การขยายในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยรองรับการเติบโตของตลาด
    แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของงานให้สูงขึ้น” — Mildred Esquillo ผู้จัดการงาน
    Philippine Poultry Show บริษัท DeltaMan

    แพลตฟอร์มสำคัญระดับนานาชาติ
    สำหรับผู้นำในอุตสาหกรรม

    ปีนี้ ILDEX
    Philippines (
    อิลเด็กซ์ ฟิลิปปินส์) เตรียมต้อนรับผู้แสดงสินค้ากว่า
    75% จากต่างประเทศ
    และ 25% จากฟิลิปปินส์
    รวมถึงพาวิลเลียนจากยุโรปและจีน สะท้อนภาพลักษณ์ของงานในระดับโลกอย่างแท้จริง แบรนด์ชั้นนำที่เข้าร่วม อาทิ ADM,
    Alltech, Atlas, Big Dutchman, Bounty, Cargill, CEVA, CP Food Philippines,
    DSM-Firmenich, Elanco, EQUALIVET, PhilNutri, Philchema, Pilmico, Pure
    Bioscience, Superiorvet
    และ Vitarich

    โดยครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมทั้งหมด
    ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์ พันธุกรรม การเลี้ยงและอุปกรณ์
    จนถึงโซลูชันด้านการแปรรูป

    “การจัดงานประจำปีช่วยสร้างความต่อเนื่องให้กับตลาด
    และเราเชื่อมั่นว่า ILDEX Philippines (อิลเด็กซ์
    ฟิลิปปินส์)
    2025 จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค
    ด้วยการขยายพื้นที่จัดงานครั้งนี้
    เราพร้อมยกระดับงานให้ตอบโจทย์ทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าร่วมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” — นายเควิน เจ้า (Kevin Zhao) ผู้จัดการโครงการอาวุโส, ILDEX Philippines

    เปิดตัวโซนใหม่ ตอบโจทย์ทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม

    นอกจากกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์และสัตว์ปีกที่เป็นจุดแข็งของงานแล้ว ILDEX
    Philippines (
    อิลเด็กซ์ ฟิลิปปินส์) 2025 ยังขยายโฟกัสไปยังภาค สุกรและสัตว์น้ำ พร้อมโซนจัดแสดงเฉพาะทางและสัมมนาเชิงลึก
    เพิ่มองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ให้แก่ผู้เข้าร่วม

    โปรแกรม Hosted Buyer: ยกระดับการจับคู่ธุรกิจ

    เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2025 โปรแกรม Hosted
    Buyer
    จะเฟ้นหาผู้ซื้อรายสำคัญที่มีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรม
    เพื่อรับสิทธิพิเศษด้าน ที่พักและตั๋วเครื่องบินฟรี พร้อมบริการ จับคู่ธุรกิจแบบส่วนตัว และโอกาสในการพบปะผู้แสดงสินค้าอย่างมีเป้าหมาย
    รายละเอียดการสมัครจะเผยแพร่ผ่านทางอีเมลและเว็บไซต์ทางการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: info@ildex-philippines.com

    งานสำคัญที่ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมไม่ควรพลาด

    ด้วยขนาดพื้นที่จัดแสดงที่เพิ่มขึ้น
    กลุ่มผู้แสดงสินค้าระดับแนวหน้า การขยายกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
    และโอกาสทางธุรกิจแบบตรงจุด ILDEX Philippines (อิลเด็กซ์
    ฟิลิปปินส์)
    2025 คือเวทีระดับนานาชาติที่ทุกผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม
    การแปรรูปเนื้อสัตว์ และสัตว์น้ำ
    ไม่ควรพลาด

  • povo เปิดขาย eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “povo2.0 Japan SIM” ที่ LAWSON เปิดใช้งานง่ายใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที

    povo เปิดขาย eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “povo2.0 Japan SIM” ที่ LAWSON เปิดใช้งานง่ายใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที

    บริษัท KDDI ให้บริการ “povo2.0 Japan SIM” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่น ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป ที่ LAWSON ทั่วประเทศกว่า 14,600 สาขา (หมายเหตุ 1) โดย LAWSON เป็นหนึ่งในเครือร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ของญี่ปุ่น ชาวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นสามารถเลือกแพ็กเกจที่ตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลได้ โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ตามปริมาณข้อมูลดาต้าและช่วงระยะเวลาใช้งาน ได้แก่ ซิมแบบ “3GB (ระยะเวลาใช้งาน7วัน)” , “10GB (ระยะเวลาใช้งาน30วัน)” , “25GB (ระยะเวลาใช้งาน30วัน)” และ “ดาต้าไม่จำกัด (ระยะเวลาใช้งาน7วัน)” (หมายเหตุ 2) โดยสามารถซื้อและชำระเงินด้วยเงินสดที่เคาน์เตอร์ชำระเงินในภายในร้าน LAWSON โดยซิมมีเทคโนโลยีแบบฝังใน สามารถเปิดใช้งานออนไลน์ได้ง่ายๆหลังจากซื้อ โดยใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น (หมายเหตุ 3)

    Image

    povo ใช้เครือข่ายของ au จึงสามารถให้บริการอย่างเสถียรภาพและครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวกสบายและสมบูรณ์แบบให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเยือนประเทศญี่ปุ่นทุกท่าน ด้วยการพัฒนาระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการสื่อสารเคลื่อนที่ความเร็วสูงอย่างมีเสถียรภาพและแม่นยำ

    ■ เริ่มให้บริการ
    1 กรกฎาคม 2025

    ■ ขั้นตอนการซื้อและเปิดใช้งาน povo2.0 Japan SIM
    นำบัตร “povo2.0 Japan SIM” ที่วางจำหน่ายในร้าน LAWSON ไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน และแจ้งแพลนการใช้งานที่ต้องการกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว (รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น) ให้สแกนคิวอาร์โค้ดที่อยู่ด้านหลังของซิมการ์ด povo2.0 Japan SIM เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์พิเศษ จากนั้นป้อนรหัส PIN ที่ระบุอยู่บนซิมการ์ด ระบบจะทำงานอัตโนมัติ และรอซักครู่ก็จะเปิดใช้งานได้ทันที

    Image

    ■ ตัวเลือกแพลนการใช้งาน povo2.0 Japan SIM
    ชื่อแพ็กเกจ: ราคา
    แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต 3GB (7 วัน): ¥2,200
    แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต 10GB (30 วัน): ¥3,280
    แพ็กเกจเสริมอินเทอร์เน็ต 25GB (30 วัน): ¥4,580
    แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด (7 วัน): ¥4,500

    * อาจมีการเปลื่ยนแปลงข้อมูลแพลนและราคาในภายหลัง

    ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://povo.jp/japan-sim/gift-card/

    (หมายเหตุ 1) ร้าน LAWSON สาขาที่ไม่มี E-Card/Gift-Card จัดจำหน่ายจะไม่มี eSIM วางจำหน่าย
    (หมายเหตุ 2) อาจมีการจำกัดความเร็วในการสื่อสารในช่วงที่เครือข่ายมีการใช้งานหนาแน่น
    (หมายเหตุ 3) เวลาในการเริ่มต้นใช้งานตามการวัดที่ดำเนินการโดย KDDI อาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์