Author: marketing@vritimes.com

  • TELECOMS WORLD ASIA 2026 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ณ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางความท้าทายครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเอเชีย

    เวทีชั้นนำด้านโทรคมนาคมของเอเชียรวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,500 คน ผู้สนับสนุนและบริษัทผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 120 ราย และวิทยากรกว่า 130 คน เพื่อร่วมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม จากการมุ่งขยายขนาดธุรกิจสู่การสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย – ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมุ่งเน้นการขยายโครงข่าย เพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ และพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในวันที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองหาแนวทางในการสร้างผลกำไร ควบคู่ไปกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน 

    ท่ามกลางความท้าทายดังกล่าว Telecoms World Asia 2026 เตรียมกลับมาจัดงานที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร โดยตลอดระยะเวลา 2 วัน งานจะรวบรวมผู้บริหารระดับสูงกว่า 1,500 ท่านจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมือน (MVNOs) ผู้ให้บริการโครงข่ายและบริการโทรคมนาคมแบบขายส่ง หน่วยงานกำกับดูแล และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและหาแนวทางรับมือกับโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน นั่นคือ การเปลี่ยนการเติบโตของธุรกิจให้เป็นผลกำไร พร้อมสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว 

    พอล คลาร์ก กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท เทอร์ราพินน์ จำกัด กล่าวว่า “อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ผู้ให้บริการเครือข่าย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้นำด้านเทคโนโลยีที่มารวมตัวกันในกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ ต่างตระหนักถึงความท้าทายดังกล่าวเป็นอย่างดี และ Telecoms World Asia 2026 คือเวทีที่ผู้นำระดับสูงของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในเอเชียจะได้ก้าวข้ามการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไปสู่การลงมือดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม”  

    กำหนดการประชุมประจำปี 2026 มีเนื้อหาครอบคลุมและหลากหลายที่สุดเท่าที่เคยจัดมา โดยแบ่งการประชุมออกเป็นหลายหัวข้อสำคัญ ได้แก่ Networks, The CX Lab, Wholesale, Digital Inclusion และ Strategy พร้อมรวบรวมผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 130 คน เพื่อร่วมวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังส่งผลต่อรูปแบบธุรกิจของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ติดตามรายชื่อวิทยากรและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รายชื่อวิทยากร Telecoms World Asia 2026 

    วันแรกของงาน เปิดเวทีด้วยการเสวนาที่ท้าทายมุมมองต่อกระแสความคาดหวังเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยการเสวนาในหัวข้อ GenAI จะมุ่งตอบคำถามที่สำคัญยิ่งกว่าการพิจารณาว่าเทคโนโลยีนี้จะพลิกโฉมธุรกิจโทรคมนาคมได้หรือไม่ นั่นคือ ผู้ให้บริการจะสามารถเปลี่ยนศักยภาพของ AI ให้กลายเป็นผลตอบแทนทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ร่วมเจาะลึกประเด็นดังกล่าวกับ Amar Huzaimi Md Deris ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท Telekom Malaysia, Rajeev Sethi ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XLSMART, Sanjay Kaul ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ Circles.Life และ Hamza Khokhar ประธานเจ้าหน้าที่ด้าน AI บริษัท Jazz โดยมี Jayanth Nagarajan ผู้อำนวยการ EQator ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ 

    ต่อเนื่องด้วย Bhupinder Singh ประธาน Vodafone Business International ที่จะนำเสนอทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคมจาก 5G สู่ 5G-Advanced (5G-A) และ 6G พร้อมวิเคราะห์เป้าหมายที่อุตสาหกรรมกำลังมุ่งไป ความท้าทายในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง และสิ่งที่ผู้ให้บริการควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเครือข่ายแห่งอนาคต 

    สำหรับวันที่สองของงาน เริ่มต้นด้วยการเสวนาสุดเข้มข้นภายใต้หัวข้อ “Man + Machine” ซึ่งจะสำรวจว่าองค์กรโทรคมนาคมควรปรับบทบาทผู้นำและรูปแบบการดำเนินงานอย่างไร เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจ โดยมี Asif Muhammad Iqbal ที่ปรึกษากลุ่ม AI บริษัท Globe Telecom, Tarit Nimmanwudipong หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท True Corporation, Melvin Jeffrey Chan รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่าย IoT และ Big Data บริษัท Indosat Business ภายใต้ Indosat Ooredoo Hutchison (IOH) และ George Aprane กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท Deutsche Telekom ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมี Sean Bergin ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน APTelecom ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ 

    จากนั้น Xinhua Shao วิศวกรใหญ่จากบริษัท China Telecom จะขึ้นเวทีเพื่อเจาะลึกอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม นั่นคือ การพัฒนาโครงข่ายที่ไม่เพียงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาการทำงานได้โดยอัตโนมัติในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญสู่โครงข่ายโทรคมนาคมอัจฉริยะที่รองรับความต้องการของยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

    ผนึกกำลังผู้นำโทรคมนาคมระดับภูมิภาคและระดับโลก ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และเจาะลึกทิศทางอุตสาหกรรม อาทิ 

    – Raymond Ho กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hutchison Telecommunications Hong Kong Holdings Limited 

    – Nguyễn Hiền Phương ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Vietnamobile 

    – Asif Naimur Rashid ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ Grameenphone 

    – Pepijn Kok ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ AIS 

    – Erik Kvarvåg ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและสถาปนิกด้านความมั่นคงปลอดภัย True Corporation 

    – Ayomal Gunasekera หัวหน้าฝ่ายประสบการณ์ลูกค้าระดับกลุ่ม Dialog Axiata 

    – Ziad Shatara กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Robi Axiata 

    – Hiroki Kuriyama ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NTT DOCOMO GLOBAL 

    – Roderick Santiago ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี กลุ่มธุรกิจองค์กร PLDT 

    นอกจากเวทีประชุมที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาและมุมมองจากผู้บริหารระดับแนวหน้าแล้ว ภายในงานยังมี พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันจากบริษัทชั้นนำกว่า 120 ราย เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรม แพลตฟอร์ม และโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสนับสนุนผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการปรับตัวและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม 

    ผู้สนับสนุนและบริษัทผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าชั้นนำประกอบด้วย China Telecom ในฐานะผู้สนับสนุนหลักพร้อมด้วยผู้สนับสนุนระดับ Gold ได้แก่ CommScope, China Mobile International, Equinix, NTT DATA, Plume, Tejas Networks และ Yango Tech รวมถึง China Unicom Global ผู้สนับสนุนสายคล้องบัตร และบริษัทชั้นนำอีกมากมาย นอกจากนี้ กิจกรรม Roundtable และ TWA Skyline Sundowners ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ต่อยอดบทสนทนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจอย่างใกล้ชิด 

    Telecoms World Asia 2026 เวทีระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ให้บริการโทรคมนาคมจากทั่วโลก โดยรวบรวมผู้ประกอบการจากทั่วภูมิภาคเอเชีย อาทิ บังกลาเทศ กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย เมียนมา ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ศรีลังกา ไต้หวัน และไทย พร้อมด้วยผู้ให้บริการเครือข่ายระดับนานาชาติจากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน และอีกหลายประเทศทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองทางธุรกิจ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม 

    การรวมตัวของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (MNOs) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เสมือน (MVNOs) และหน่วยงานภาครัฐจากหลากหลายประเทศ นับเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือและต่อยอดพันธมิตรทางธุรกิจในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการ MNOs, MVNOs และหน่วยงานภาครัฐสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้เงื่อนไขการลงทะเบียนที่ผู้จัดงานกำหนด 

    ดูรายละเอียดงานและกำหนดการประชุมฉบับเต็มได้ที่: https://www.terrapinn.com/Telecoms-World-Asia-26-event 

     

    เกี่ยวกับ Telecoms World Asia 

    Telecoms World Asia เป็นเวทีธุรกิจโทรคมนาคมชั้นนำที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในเอเชียโดยเฉพาะ พัฒนารูปแบบงานให้สอดคล้องกับบริบทของภูมิภาค ทั้งมุมมองของผู้ให้บริการโทรคมนาคม โครงข่าย เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และความท้าทายทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง โดยในปีนี้ งานก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดนัดพบประจำปีของผู้บริหารระดับสูงและผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจากทั่วเอเชีย ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านเวทีประชุม การจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชัน ตลอดจนกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจตลอด 2 วัน 

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.terrapinn.com/Telecoms-World-Asia-26-event 

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Neuron Digital เป็นบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะแห่งแรกของโลกที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins

    • Neuron Digital ได้รับเครื่องหมายรับรอง BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins ซึ่งเป็นการรับรองอิสระสำหรับแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twins) ที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และมุ่งเน้นผลลัพธ์
    • Neuron Digital สร้างบรรทัดฐานใหม่ระดับโลก ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Digital Twins
    • Neuron Digital ยังได้รับการรับรองระบบการจัดการปัญญาประดิษฐ์ (ISO/IEC 42001) และเครื่องหมายรับรอง BSI BIM Software Kitemark™ อีกด้วย

    07 ตุลาคม 2026, ฮ่องกง, ประเทศจีน: ในงานสัมมนาเกี่ยวกับการใช้ Digital Twin, BIM และ AI ในสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built Environment) Neuron Digital ได้รับมอบเครื่องหมายรับรอง BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins ตัวใหม่ ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะแห่งแรกของโลกที่บรรลุมาตรฐานนี้ ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานสำหรับศักยภาพและการกำกับดูแลแบบจำลองดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ

    Neuron Digital ในฐานะ ผู้นำด้านโซลูชันการจัดการสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยการสรรค์สร้างด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI และฐานคลังความรู้ (Ontology) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง และเป็นบริษัทพันธมิตรของอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (HKSTP) ได้รับมอบใบรับรองอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน Digital Twin – Maturity Model and Guidance for a Maturity Assessment (ISO/IEC 30186:2025)

    การรับรองนี้ยืนยันถึงระดับความพร้อม (Maturity) ของ Digital Twins ที่ใช้งานจริงของ Neuron รวมถึงระบบที่ใช้กำกับดูแล สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เจ้าของสินทรัพย์ หน่วยงานกำกับดูแล และพันธมิตรว่า ศักยภาพด้าน Digital Twin ของ Neuron มีความปลอดภัย มีการกำกับดูแลที่ดี และส่งมอบการออกแบบที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง พร้อมมูลค่าทางธุรกิจและการดำเนินงานที่วัดผลได้และเกิดขึ้นได้จริง ศักยภาพนี้มีรากฐานมาจากแนวปฏิบัติด้านวิศวกรรมของ Arup และได้รับการพิสูจน์แล้วในอาคารจริง โดยมีพื้นฐานมาจากคลังความรู้ (Ontology) ภายในของ Neuron ที่หลอมรวมโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM), โมเดลเชิงความหมาย (Semantic Model), ข้อมูลเชิงพื้นที่ และข้อมูลการดำเนินงานจริงจากระบบอาคาร — ส่งผลให้แบบจำลองอัตโนมัติ (Autonomous Twins) สามารถตอบคำถามและให้ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่แค่แสดงผลในส่วนสินทรัพย์เท่านั้น

    การเปิดตัว BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins  พร้อมกับ Neuron Digital ซึ่งเป็นโครงการรับรองแห่งแรกที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในด้าน Digital Twin ที่น่าเชื่อถือ ขยายผลได้ และมุ่งเน้นผลลัพธ์ โดย Kitemark ให้การรับรองทั้งในด้านระดับความพร้อมของ Digital Twin และความสามารถขององค์กรในการปรับใช้ กำกับดูแล และพัฒนาโซลูชัน Digital Twin อย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยี Digital Twins กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน เมืองอัจฉริยะ และภาคส่วนอื่นๆ ที่เน้นการใช้สินทรัพย์สูง โดยมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเทคโนโลยี Digital Twin คาดว่าจะกลายเป็นตลาดที่มีมูลค่ามากกว่า 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การสร้างตัวแทนเสมือนจริงแบบไดนามิกของสินทรัพย์ ระบบ และการดำเนินงานจริง ช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และปลดล็อกนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ ฮ่องกงนำโด่งการประยุกต์ใช้ Digital Twin อานิสงส์แผนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของเมือง ในฮ่องกง การประยุกต์ใช้ Digital Twin กำลังถูกผนวกเข้ากับยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของเมือง โดยแผนที่ดิจิทัล 3 มิติระดับเขตพื้นที่ของรัฐบาล ครอบคลุมอาคารมากกว่า 210,000 แห่ง และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานอีก 5,000 แห่ง เพื่อสนับสนุนการใช้งานเมืองอัจฉริยะและการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วย

    สำหรับ แถลงการณ์นโยบายประจำปี 2026 (2026 Policy Address) ได้สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่วาระนี้ โดยรัฐบาลประกาศแผนจัดตั้งระบบบริหารจัดการเมืองรวมศูนย์ “AI City Brain” ซึ่งช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมืองแบบจำลองดิจิทัล (Digital Twin City) BSI Kitemark™ สร้างขึ้นบนมาตรฐาน ISO/IEC 30186 Digital Twin Maturity Model และได้รับการเสริมด้วยข้อกำหนดที่ครอบคลุมการกำกับดูแล สมรรถนะ ความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยง และการตระหนักถึงมูลค่า ออกแบบมาเพื่อแก้ไขความเสี่ยงที่การนำไปใช้ และช่วยให้องค์กรสร้างความเชื่อมั่น แสดงศักยภาพ และพิสูจน์ว่าโครงการ Digital Twin ของตนกำลังส่งมอบมูลค่าที่ยั่งยืน ผู้ตรวจสอบบัญชีได้ประเมินศักยภาพของ Neuron ในหลายด้าน ได้แก่ การกำหนดวัตถุประสงค์ การส่งมอบกรณีใช้งาน การกำกับดูแล การตระหนักถึงมูลค่า การบริหารจัดการวงจรชีวิต ความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยง และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

    ในส่วนหนึ่งของกระบวนการรับรอง Neuron จะต้องผ่านการประเมินติดตามผลรายปี เพื่อยืนยันว่า Digital Twins ที่อยู่ในขอบเขต และระดับความพร้อมที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว ยังคงได้รับการดูแลรักษาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเมื่อเวลาผ่านไป

    นอกเหนือจาก BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins แล้ว Neuron ยังได้รับการรับรองระบบการจัดการปัญญาประดิษฐ์ (ISO/IEC 42001) และ BSI BIM Software Kitemark™ ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นสู่นวัตกรรมที่น่าเชื่อถือ การกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ และความเป็นเลิศในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

    Andy Butterfield ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างของ BSI กล่าวว่า:

    “ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน Neuron ที่กลายเป็นองค์กรแรกของโลกที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง Digital Twin Kitemark™ ของ BSI นี่เป็นความสำเร็จครั้งแรกที่สำคัญของอุตสาหกรรม และเป็นข้อพิสูจน์อันทรงพลังถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อนวัตกรรม ข้อมูล และเทคโนโลยีใหม่ๆ ถูกสนับสนุนด้วยการกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือและการรับรองที่เป็นอิสระ”

    “Digital twins มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีที่องค์กรใช้ข้อมูลและ AI ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงาน ซึ่งช่วยส่งมอบผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้คน สถานที่ และโลก ใบรับรองของ Neuron ฉายแสงให้เห็นเส้นทางข้างหน้า: เส้นทางสำหรับผู้อื่นในการเดินตามเพื่อนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้ด้วยความมั่นใจ เร่งการปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับโลก และเปลี่ยนความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลกระทบที่วัดผลได้”

    Shahm Barhom ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการรับรองผลิตภัณฑ์ของ BSI กล่าวว่า:

    “การบรรลุเครื่องหมายรับรอง BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins และ BIM Software ของ Neuron ควบคู่ไปกับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการ AI ถือเป็นหลักหมุดสำคัญในเส้นทางการพัฒนา ความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Neuronในการส่งมอบโซลูชันดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพสูง และนวัตกรรมใหม่ ขณะเดียวกันก็ขานรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรับผิดชอบ เราภูมิใจที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้กับ Neuron และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในฮ่องกง”

    Thomas Pang รองประธาน Neuron Digital Group กล่าวว่า:

    “การบรรลุเครื่องหมาย BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins เป็นแห่งแรกของโลกถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้ง Neuron และลูกค้าที่เราให้บริการ ในยุคที่การจัดการอาคารกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ AI, digital twins และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออย่างสิ้นเชิง ความไว้วางใจจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้นวัตกรรม การรับรองเหล่านี้ช่วยยืนยันแนวทางของเราต่อ AI ที่รับผิดชอบและความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่โลกกำลังรุดหน้าไปด้วยการพัฒนา AI การตรึงเทคโนโลยีของเราไว้กับคลังความรู้ (Ontology) บนพื้นฐานวิศวกรรม ช่วยให้อาคารสถานที่ที่ซับซ้อน รวมถึงเจ้าของและผู้ดูแล มีความน่าเชื่อถือและเปี่ยมด้วยนวัตกรรม ในฐานะบริษัทที่ภูมิใจในความเป็นฮ่องกง Neuron พร้อมที่จะสนับสนุนการวางตำแหน่งของเมืองให้เป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านความเป็นเลิศในสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง เราจะทำงานร่วมกับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าอย่าง BSI ต่อไป เพื่อให้นวัตกรรมที่น่าเชื่อถือกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับการประยุกต์ใช้ AI ในสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างทั่วโลก”

    Terry Wong ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ HKSTP กล่าวในงานสัมมนา “Digital Transformation, Shaping the Next Decade” ว่า:

    “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเทคโนโลยีมักจะพร้อมอยู่แล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการพิสูจน์ว่ามันทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ น่าเชื่อถือ และรองรับการขยายผลได้ในโลกจริง ด้วยแถลงการณ์นโยบายที่ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ Digital Twin ในอาคารและโครงสร้างพื้นฐานวิกฤต ฮ่องกงจึงมีโอกาสชัดเจนที่จะเป็นผู้นำ HKSTP คือห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Lab) ของฮ่องกงสำหรับโซลูชันเมืองอัจฉริยะยุคใหม่ — มอบโอกาสให้นวัตกรเข้าถึงสินทรัพย์จริง สภาพแวดล้อมการทำงานจริง และข้อเสนอแนะจริง เมื่อ Digital Twins และ AI เคลื่อนจากนวัตกรรมไปสู่การนำไปใช้งานจริง การกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือและการพิสูจน์ยืนยันในโลกจริงจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเปลี่ยนความทะเยอทะยานทางเทคโนโลยีให้เกิดผลกระทบที่วัดผลได้ หากมันทำงานได้ในห้องปฏิบัติการที่มีชีวิตอย่าง Hong Kong Science Park มันก็สามารถขยายผลไปได้ทุกที่ในโลก”

    เกี่ยวกับ BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins

    BSI Kitemark™ สำหรับ Digital Twins เป็นโครงการรับรองแห่งแรกของโลกที่ออกแบบมาเพื่อมอบการรับรองอิสระด้านศักยภาพ การกำกับดูแล และมูลค่าทางธุรกิจของ Digital Twin ตามมาตรฐาน ISO/IEC 30186 และข้อกำหนดเพิ่มเติมที่ครอบคลุมการกำกับดูแล สมรรถนะ ความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยง และการตระหนักถึงมูลค่า Kitemark ช่วยให้องค์กรแสดงให้เห็นว่าศักยภาพ Digital Twin ของตนได้รับความไว้วางใจ ขยายผลได้ และส่งมอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ องค์กรที่ได้รับการรับรองสามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน ว่าศักยภาพ Digital Twin ของตนได้รับการประเมินอย่างเป็นอิสระเทียบกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากล อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://www.bsigroup.com/en-GB/insights-and-media/insights/blogs/digital-twins-are-moving-from-inno…

    เกี่ยวกับกิจกรรม

    พิธีมอบใบรับรองของ Neuron จัดขึ้นภายในงาน Digital Transformation, Shaping the Next Decade ซึ่งเป็นกิจกรรมอุตสาหกรรมเฉพาะผู้ได้รับเชิญ จัดโดย BSI ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2026 ณ Centre for Future Construction, Hong Kong Institute of Construction วิทยาเขต Kowloon Bay งานนี้มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับสูงประมาณ 120 คนจากทั่วภาคส่วนสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเข้าร่วม รวมถึงเจ้าของสินทรัพย์ นักพัฒนา ที่ปรึกษา ผู้รับเหมา ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ตัวแทนรัฐบาล และสถาบันในอุตสาหกรรม เพื่อสำรวจว่า Digital Twins, การบูรณาการ AI และการเสริมสร้างศักยภาพทางวิชาชีพ จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคส่วนนี้ได้อย่างไร กำหนดการประกอบด้วยการกล่าวสุนทรพจน์หลัก การเสวนา และพิธีมอบใบรับรอง

    เกี่ยวกับ Neuron Digital

    Neuron Digital ร่วมกับ Arup ส่งมอบโซลูชันดิจิทัลที่เน้น AI เป็นหลักสำหรับสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง ด้วยการรวมการเชื่อมต่อ IoT เข้ากับระบบการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning), การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) และผู้ช่วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อการคัดกรองปัญหาและรายงานผลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น Neuron ช่วยให้ทีมงานสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของอาคาร การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ผ่านข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนำไปปฏิบัติได้จริง Neuron คือพันธมิตร AI ที่คุณไว้วางใจได้

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.neuroncloud.ai/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Relevant Audience เปิดคลังกรณีศึกษา SEO 6 แบรนด์ พร้อมผลลัพธ์จริงจาก Google Search Console

    Relevant Audience เอเจนซีการตลาดดิจิทัลในกรุงเทพฯ เผยแพร่กรณีศึกษา SEO ของ SolarEdge, Nikon, LIV-24, Novotel Future Park Rangsit, PLUS Property และ MaxLiner ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ทุกตัวเลขวัดจาก Google Search Console และได้รับการอนุมัติจากลูกค้าแล้ว

    กรุงเทพฯ – Relevant Audience เอเจนซีการตลาดดิจิทัลสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ เปิดตัวคลังกรณีศึกษา SEO จำนวน 6 เรื่อง ที่ relevantaudience.com/th/case-study/ แต่ละเรื่องอธิบายว่าทีมทำอะไรให้ลูกค้าบ้าง และแสดงผลลัพธ์ที่วัดจาก Google Search Console โดยตัวเลขทั้งหมดได้รับการอนุมัติจากลูกค้า และมีให้อ่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

    กรณีศึกษาครอบคลุมธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กล้องถ่ายภาพ ระบบรักษาความปลอดภัย โรงแรม อสังหาริมทรัพย์ และอีคอมเมิร์ซในยุโรป

    • SolarEdge (พลังงานหมุนเวียน): คีย์เวิร์ดเป้าหมายติดหน้าแรกของ Google ครบ 20 จาก 20 คำ จำนวนคลิกจากการค้นหาเพิ่มขึ้น 80% จาก 4,693 เป็น 8,450 ครั้ง และยอดการแสดงผลเพิ่มขึ้น 273% จาก 135,064 เป็น 504,153 ครั้ง

    • Nikon (กล้องและการถ่ายภาพ): คีย์เวิร์ดเป้าหมายติดหน้าแรกครบ 10 จาก 10 คำ และรักษาตำแหน่งได้ต่อเนื่อง 4 เดือน ยอดการแสดงผลเพิ่มขึ้น 23% และคลิกเพิ่มขึ้น 7% จากฐานที่สูงอยู่แล้ว คือจาก 15,089 เป็น 16,075 ครั้ง

    • LIV-24 (ระบบรักษาความปลอดภัยและ AI): คีย์เวิร์ดเป้าหมายติดหน้าแรกครบ 10 จาก 10 คำ คลิกเพิ่มขึ้น 9% จาก 2,805 เป็น 3,054 ครั้ง ในตลาดที่กลุ่มผู้ซื้อแคบแต่ตั้งใจซื้อสูง

    • Novotel Future Park Rangsit (โรงแรม): คลิกเพิ่มขึ้น 15% ภายในไตรมาสเดียว จาก 2,841 เป็น 3,266 ครั้ง และมีคีย์เวิร์ดเป้าหมาย 12 คำขึ้นสู่หน้าแรก

    • PLUS Property (อสังหาริมทรัพย์): คีย์เวิร์ดเป้าหมายครึ่งหนึ่งติดหน้าแรก และมียอดการแสดงผลมากกว่า 779,000 ครั้ง ในตลาดที่เว็บไซต์ประกาศอสังหาฯ และผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่ครองพื้นที่อยู่

    • MaxLiner (อีคอมเมิร์ซ ยุโรป): คลิกเพิ่มขึ้นประมาณ 148% เมื่อเทียบกับปีก่อน (จากราว 3,300 เป็นราว 8,300 ครั้งต่อไตรมาส) ยอดการแสดงผลเพิ่มขึ้นประมาณ 215% และคีย์เวิร์ดเป้าหมายติดหน้าแรก 12 จาก 20 คำ

    ผลลัพธ์ของแต่ละแบรนด์ไม่เท่ากัน และกรณีศึกษาก็บอกไว้ตรงๆ PLUS Property แข่งขันอยู่ในหมวดการค้นหาที่ยากที่สุดหมวดหนึ่งของไทย หน้าเว็บจึงแสดงตัวเลขหน้าแรก 50% แทนที่จะเป็นชัยชนะแบบเต็มร้อย ส่วนการเติบโตของคลิกของ Nikon อยู่ในระดับปานกลางเพราะเริ่มต้นจากตำแหน่งที่แข็งแรงอยู่แล้ว ทุกกรณีศึกษาอธิบายงาน 4 ส่วนเหมือนกัน ได้แก่ การเลือกคีย์เวิร์ดที่มีความตั้งใจซื้อ การปรับแต่งหน้าเว็บ การสร้างเนื้อหาที่ตอบคำถามของผู้ซื้อ และการดูแลเว็บไซต์ด้านเทคนิคพร้อมวัดผลอย่างต่อเนื่อง

    “ลูกค้ามักถามเราว่า SEO จะให้ผลอะไรได้จริง กรณีศึกษาทั้ง 6 เรื่องนี้คือคำตอบของเรา เป็นตัวเลขจริงจาก Search Console ที่แบรนด์อนุมัติเอง รวมถึงกรณีที่ตลาดทำให้งานยากด้วย” แอนโตนิโอ เฟร์นันเดซ (Antonio Fernandez) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Relevant Audience กล่าว

    คลังกรณีศึกษาเข้าถึงได้จากเมนูหลักและส่วนท้ายของเว็บไซต์ relevantaudience.com รวมถึงจากหน้าบริการ SEO ของเอเจนซี

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • FOURDIGIT ลงนาม MOU ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งยกระดับการศึกษาด้าน Service Design

    FOURDIGIT ลงนาม MOU ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งยกระดับการศึกษาด้าน Service Design

    มุ่งหน้าขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมแล้ว 10 สถาบันพาร์ทเนอร์ และมีผู้เข้าร่วมรวม 520 คนจนถึงปัจจุบัน

    วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2569 บริษัท FOURDIGIT ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาการออกแบบบริการ (Service Design) โดยพิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์มนุษยศาสตร์ดิจิทัล (Center for Digital Humanities) ภายในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ความเป็นมา

    นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 เป็นต้นมา FOURDIGIT ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านการศึกษาด้านการออกแบบบริการ (Service Design)

    FOURDIGIT และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม Service Design Bootcamp สำหรับนิสิตมาแล้ว 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2568 และ  พ.ศ.2569 จากความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจึงได้ตกลงเข้าทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขยายกรอบความร่วมมือด้านการศึกษาการออกแบบบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

    โครงการ Service Design Bootcamp ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นในปี พ.ศ.2569 ได้รับการอนุมัติให้เป็นหลักสูตรที่ได้รับการสนับสนุนจาก Association for Overseas Technical Cooperation and Sustainable Partnerships (AOTS) โดยเป็นโปรแกรมระยะเวลา 4 วัน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15, 16, 22 และ 23 สิงหาคม พ.ศ.2569 มีนิสิตจากคณะอักษรศาสตร์เข้าร่วมจำนวน 41 คน

    ตลอดระยะเวลาของโครงการ นิสิตได้รับประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการพื้นฐานของ Service Design ได้แก่ การสังเกตและรับฟังผู้คน การระบุโจทย์ การทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ และการนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นมาใช้ในการจินตนาการและออกแบบบริการที่ดีขึ้น

    ความร่วมมือในอนาคต

    ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) นี้ FOURDIGIT และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะร่วมกันวางแผนและดำเนินโปรแกรมการฝึกอบรม เวิร์กช็อป และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะด้าน Service Design ให้แก่นิสิต คณาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ

    นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงผ่านการฝึกงาน ซึ่งรวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานจริงในโปรแกรมการฝึกอบรม การเป็นกระบวนกร (Facilitation) และการบริหารจัดการกิจกรรมต่างๆ

    ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันแบ่งปันองค์ความรู้ เครื่องมือ ระเบียบวิธีปฏิบัติ แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) รวมถึงผลงานวิจัย โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกิจกรรมการศึกษาและการวิจัยร่วมกันให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น

    ผ่านข้อตกลงและกิจกรรมเหล่านี้ FOURDIGIT และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะร่วมกันสร้างเครือข่ายด้าน Service Design ที่เข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ

    ความมุ่งมั่นของ FOURDIGIT ต่อการศึกษาด้าน Service Design

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถในการจินตนาการและออกแบบบริการที่ก้าวข้ามพรมแดนระหว่างธุรกิจ เทคโนโลยี และการออกแบบ จึงมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน โอกาสในการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงด้าน Service Design ในบริบทของสถาบันการศึกษายังคงมีอยู่อย่างจำกัด

    เพื่อนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมจากการทำงานจริงด้าน Service Design กลับคืนสู่ภาคการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร FOURDIGIT จึงได้เดินหน้าสร้างพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567

    การลงนาม MOU ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ส่งผลให้จำนวนมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ FOURDIGIT เพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง ณ เดือนกันยายน พ.ศ.2569

    นอกจากนี้ จำนวนผู้เข้าร่วมสะสมในโปรแกรมการศึกษาด้าน Service Design ของ FOURDIGIT ทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่น ได้บรรลุยอดรวม 520 คนแล้ว

    ในอนาคต FOURDIGIT จะยังคงมุ่งมั่นร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ต่อไป เพื่อขยายโอกาสในการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงด้าน Service Design ให้แก่นิสิตและบุคลากรรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ข้อมูลองค์กร

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย ได้รับการยอมรับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกหลักๆ 3 สำนัก ได้แก่ World University Rankings 2025, QS World University Rankings 2025 และ Asian University Rankings 2024

    ในการจัดอันดับ QS World University Rankings 2025 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 277 ของโลก และอันดับที่ 43 ของเอเชีย โดยสามารถรักษาตำแหน่งมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 16

    ・ที่อยู่ : ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ประเทศไทย

    ・เว็บไซต์ : https://www.chula.ac.th/en/

    ・ก่อตั้ง : พ.ศ. 2460

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • TCL ส่งต่อความห่วงใยในโอกาสครบรอบ 22 ปี ร่วมกับ ททบ.5 และอีจัน พร้อมบริการตรวจเช็กถึงบ้านและค่าแรงซ่อมฟรี ลดค่าอะไหล่ 50% ช่วยฟื้นฟูเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด

    TCL ส่งต่อความห่วงใยในโอกาสครบรอบ 22 ปี ร่วมกับ ททบ.5 และอีจัน พร้อมบริการตรวจเช็กถึงบ้านและค่าแรงซ่อมฟรี ลดค่าอะไหล่ 50% ช่วยฟื้นฟูเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำลด

    เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด   ส่งต่อความห่วงใยเนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปี ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) บริจาคอาหาร น้ำดื่ม พร้อมอุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดบ้าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั้งในช่วงประสบภัยและการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำลด โดยได้รับความร่วมมือจากแม็คโคร (Makro) ในการจัดเตรียมสิ่งของ พร้อมร่วมบริจาคน้ำดื่มผ่านอีจัน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบอีกช่องทางหนึ่ง

    TCL ตั้งใจให้โอกาสครบรอบ 22 ปีเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคม ด้วยการสนับสนุนสิ่งของที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงภัยพิบัติ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยเมื่อระดับน้ำลดลง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประสบภัยและเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

    สำหรับการช่วยเหลือร่วมกับ ททบ.5 ทาง TCL ได้ส่งมอบอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงอุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาดบ้าน โดยมีแม็คโครช่วยจัดเตรียมสิ่งของ และ 

    ททบ.5 เป็นผู้ส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัย การบริจาคจึงครอบคลุมทั้งสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงน้ำท่วม และสิ่งของสำหรับทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน

    ขณะเดียวกัน TCL ได้ร่วมบริจาคน้ำดื่มผ่านอีจัน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยหวังว่าการร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจไปยังครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

    นอกจากนี้ TCL ยังช่วยลดภาระค่าซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม ด้วย บริการตรวจเช็กถึงบ้านฟรี ค่าแรงซ่อมฟรี และส่วนลดค่าอะไหล่ 50% สำหรับผลิตภัณฑ์ TCL ทุกประเภทในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ระหว่างวันที่ 3–31 ตุลาคม 2569 สำหรับลูกค้าที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบจากช่างผู้เชี่ยวชาญ

    แจ้งซ่อมผ่าน LINE: @tclservicecenter เวลา 09.00–21.00 น. หรือ โทร. 02-026-6286 กด 4 เวลา 09.00–18.00 น. ทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

    TCL ขอขอบคุณแม็คโครที่ช่วยจัดเตรียมสิ่งของ ตลอดจน ททบ.5 และอีจันที่ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือ พร้อมส่งความห่วงใยถึงผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกคน ขอให้ทุกครอบครัวปลอดภัย และผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

    #ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม #TCL #TCLThailand #TCL22Years #Makro #ททบ5 #อีจัน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    ผสานการเรียนการสอนในห้องเรียน
    การอ่านทบทวนด้วยตนเอง และระบบประเมินผลไว้ในเครื่องเดียว พร้อมผู้ช่วย AI ที่ปรับการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละบุคคล

    กรุงเทพฯ, 6 ตุลาคม 2569 — IMAGO Technologies ประกาศเปิดตัว
    PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อม 2 โหมดการทำงาน
    ผสานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคล EdPrep.ai
    เข้ากับชุดเครื่องมือการสอนในชั้นเรียน ระบบประเมินผลดิจิทัล
    และระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไว้อย่างครบวงจรในอุปกรณ์เดียว

    PaperSmart ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนยุคใหม่
    โดยรวบรวมทุกกิจกรรมการเรียนรู้ไว้บนหน้าจอเดียว ผู้เรียนสามารถอ่านตำรา
    ทบทวนบทเรียน จดบันทึกด้วยลายมือ และฝึกทำแบบฝึกหัดได้อย่างเป็นขั้นตอน
    ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการอุปกรณ์ของนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบบริหารจัดการส่วนกลาง

     

    ติวเตอร์ AI ส่วนบุคคล
    ยกระดับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
     

    หัวใจสำคัญของ PaperSmart คือ EdPrep.ai แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
    ที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง มองเห็นโครงสร้างความคิด
    แก้ไขจุดที่มักเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
    และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบได้อย่างมีทิศทาง  เพราะความท้าทายสำคัญของนักเรียนในปัจจุบันไม่ใช่การค้นหาข้อมูล
    แต่คือการไม่รู้ว่าควรเรียนรู้อะไรต่อไป ไม่เข้าใจสาเหตุที่ตอบคำถามผิด
    และไม่สามารถเปลี่ยนคำแนะนำให้กลายเป็นพัฒนาการที่จับต้องได้

    EdPrep.ai จึงทำหน้าที่เสมือน “สมองที่สอง” (Second Brain) คอยช่วยอธิบายเนื้อหา
    แนะนำแบบฝึกหัด และกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอนผ่านผู้ช่วย AI บนหน้าจอ โดยทำงานร่วมกับระบบ Smart Learning Memory ที่ประมวลผลประวัติการเรียน
    ผลการสอบ และพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
    เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและประเด็นที่ควรได้รับการเสริมทักษะเพิ่มเติมได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบในทุกครั้งที่เปิดใช้งาน

    EdPrep.ai รองรับการเตรียมสอบวัดระดับมาตรฐานสากล อาทิ IGCSE, IELTS, TOEFL และ SAT พร้อมแบบฝึกหัดที่ครอบคลุมทั้งข้อสอบปรนัย
    การคำนวณ การเขียนเรียงความ (Essay) และการสอบพูด  ในด้านผู้สอน
    เครื่องมือนี้ยังช่วยเชื่อมโยงการเรียนการสอนในห้องเรียนเข้ากับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเวลาเรียนของนักเรียนได้อย่างไร้รอยต่อ

    “เราตั้งใจนำ PaperSmart และ EdPrep.ai เข้าสู่ตลาดเพื่อยกระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา
    นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ทั่วไป
    แต่เป็นการผสานฮาร์ดแวร์เฉพาะทางเข้ากับซอฟต์แวร์ AI ที่สามารถปรับตัวตามผู้เรียน
    เพื่อยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนไปอีกขั้น”  Rob Hughes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (Chief Revenue Officer) ของ IMAGO Technologies กล่าว

     

    ปรับเปลี่ยนได้ 2 โหมด
    ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน
     

    ผู้ใช้สามารถสลับรูปแบบการแสดงผลของ PaperSmart ได้ทันทีเพียงแตะหน้าจอสองครั้ง
    (Double Tap) โดยมี 2 โหมดให้เลือกใช้งาน ได้แก่

    * Standard Mode: หน้าจอสีสันสดใส คมชัดสมจริง
    เหมาะสำหรับสื่อการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ วิดีโอ และงานกราฟิก

    * Paper Mode: หน้าจอโทนสบายตาที่จำลองประสบการณ์การอ่านบนกระดาษ
    เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานและการเขียนจดบันทึก

    การสลับโหมดทำได้อย่างราบรื่นโดยไม่รบกวนงานที่กำลังดำเนินอยู่
    ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน หน้าเอกสาร หรือบันทึกที่เขียนค้างไว้
    ทุกอย่างยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมให้ผู้ใช้ทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดใหม่

    PaperSmart ยังมาพร้อม  IMAGO Collab กระดานทำงานอัจฉริยะ
    เชื่อมต่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน   IMAGO Collab ซึ่งติดตั้งมาในตัวเครื่อง
    ได้รวมฟังก์ชันไวท์บอร์ดอัจฉริยะและสมุดบันทึกดิจิทัลไว้ด้วยกัน
    ช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถเขียน วาดภาพ จดบันทึกข้อความ
    และทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเทมเพลตสำเร็จรูปและรองรับการเชื่อมต่อกับ Google Workspace

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Meeting Mind สำหรับบันทึกเสียงการบรรยาย
    การประชุม หรือการอภิปรายกลุ่มแบบออฟไลน์
    พร้อมระบบถอดเสียงและสรุปเนื้อหาโดยอัตโนมัติ
    ช่วยเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นเอกสารสรุปบทเรียนและรายการสิ่งที่ต้องดำเนินการได้ทันที

     

    เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์และควบคุมการสอบสำหรับสถาบันการศึกษา

    ทีม IT ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถลงทะเบียน
    กำหนดนโยบาย และดูแลความปลอดภัยของ PaperSmart
    ทุกเครื่องจากระยะไกลผ่านระบบ Mobile Device Management

    มีโหมด Proctor Mode สำหรับการสอบดิจิทัล
    ช่วยจำกัดการเข้าถึงแอปพลิเคชันและฟังก์ชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ
    เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างสภาพแวดล้อมการสอบที่มีความน่าเชื่อถือ

     

    การจัดจำหน่ายและโปรโมชันเปิดตัว

    IMAGO Technologies เปิดรับลงทะเบียนสำหรับสถาบันการศึกษาและองค์กรที่สนใจนำ
    PaperSmart ไปใช้งาน พร้อมมอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัว
    ทั้งราคาพิเศษสำหรับการสั่งซื้อในระดับองค์กร และแพ็กเกจจัดชุดสุดคุ้ม

    ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่
    imago.us/paper-smart-tablet/

     

    เกี่ยวกับ IMAGO Technologies 

    IMAGO Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันห้องเรียนอัจฉริยะแบบครบวงจร (Unified Smart Classroom) และพื้นที่ทำงานร่วมกัน
    โดยมุ่งสนับสนุนสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจทั่วโลกให้สามารถจัดการเรียนการสอน
    การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ  IMAGO มุ่งมั่นลดช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ SaaS อัจฉริยะ
    และระบบบริหารจัดการส่วนกลางระดับสถาบัน
    เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม
    ได้ที่  imago.us

     

    ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชล

    IMAGO Technologies 
    อีเมล: hello@imago.us 
    เว็บไซต์: imago.us

    ติดตาม IMAGO Technologies ได้ทาง LinkedIn, Facebook, Instagram และ YouTube

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สัมผัสความงดงามของน้ำแข็งลอย 7 จุดชมวิวและประสบการณ์ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมเดินทางร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    บริษัท Club Tourism Co., Ltd. บริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่น ประกาศว่า ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอย ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จาก “Tour Grand Prix 2026” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น

    ทัวร์ดังกล่าวได้รับการออกแบบในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางร่วมกันในกำหนดการเดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการรองรับหลายภาษา และได้รับการประเมินในระดับสูงในฐานะผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถเยี่ยมชมพื้นที่ชิเรโตโกะและอาบาชิริ ซึ่งเข้าถึงได้ยากสำหรับการเดินทางด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    จากการได้รับรางวัลครั้งนี้ Club Tourism เริ่มเปิดจำหน่ายทัวร์สำหรับตลาดต่างประเทศสำหรับฤดูหนาวปี 2027 โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยแพร่เสน่ห์ของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ทัวร์นี้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวไว้ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมพาเดินทางสัมผัส 7 จุดชมวิวและประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำแข็งลอย โดยเดินทางผ่านพื้นที่โดโตะ (Eastern Hokkaido) ซึ่งรวมถึงชิเรโตโกะ หนึ่งในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO

    นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในฤดูหนาวที่ยากจะสัมผัสได้จากการเดินทางด้วยตนเอง เช่น การโดยสารเรือตัดน้ำแข็งชมธรรมชาติ “โอโรระ” และกิจกรรมสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    URL หน้าทัวร์:
    https://tour.club-t.com/zh-CHT/tour/detail?p_from=800000&p_baitai=979&p_baitai_web=XX001&argument=UCwNomcJ&dmai=a6a8bd5b8afb02&utm_source=owned&utm_medium=pr&utm_campaign=00_owned_pr_10005&utm_content=10005&p_course_no2=22724

    ● 7 ประสบการณ์สัมผัสน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด

    ① ชมทัศนียภาพพาโนรามาของน้ำแข็งลอยจากภูเขาเท็นโตะ
    ② สัมผัสน้ำแข็งลอยที่เมืองชาริ
    ③ ชมวิวจากห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ
    ④ น้ำตกโอชิงโกะชิน
    ⑤ สถานีคิตะฮามะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้น้ำแข็งลอยมากที่สุด
    ⑥ สถานีริมทางอะบาชิริ
    ⑦ โดยสารเรือตัดน้ำแข็ง “โอโรระ” เพื่อสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    ● ที่พักชั้นเลิศและอาหารรสเลิศ

    ที่พักคือ “โรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ” รีสอร์ตโฮเทลชั้นนำในพื้นที่ชิเรโตโกะ พร้อมเพลิดเพลินกับออนเซ็นและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฮอกไกโด

    ● การจองที่สะดวกง่ายดาย

    นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถจองทัวร์ได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่รองรับหลายภาษา

    ● ช่วงเวลาออกเดินทาง

    มีกำหนดออกเดินทางเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม 2027 โดยสามารถตรวจสอบวันออกเดินทางและราคาทัวร์ได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

    [เบื้องหลังการได้รับรางวัลและคุณค่าของ “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ”]

    “Tour Grand Prix” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น ซึ่งได้รับการวางแผนและดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น

    ทัวร์ของ Club Tourism ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จากความโดดเด่นในฐานะทัวร์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นเข้าร่วมการเดินทางในเส้นทางเดียวกัน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาวให้มีความปลอดภัยและสะดวกสบาย พร้อมมีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    จุดสำคัญที่ได้รับการประเมินมีดังนี้

    ● ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางในฮอกไกโดตามกำหนดการเดียวกัน พร้อมสัมผัสการแลกเปลี่ยนที่ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการต้อนรับแบบญี่ปุ่น

    ● ส่งเสริมความปลอดภัยในการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    ช่วยลดความเสี่ยงจากการขับรถเช่าบนถนนที่มีหิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว ผ่านแพ็กเกจทัวร์ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทางและคนขับรถมืออาชีพ

    ● การส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ด้วยรูปแบบทัวร์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมการเดินทางเดียวกัน ทำให้สามารถส่งเสริมนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนที่พักและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับมารยาทในการท่องเที่ยวโดยเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทาง

    [แนวทางการดำเนินงานในอนาคต (ความคิดเห็นจากผู้บริหาร)]

    บริษัทมองว่ารางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก

    Club Tourism จะเดินหน้าสื่อสารเสน่ห์ของฮอกไกโดและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นผ่านเว็บไซต์ที่รองรับหลายภาษา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางคุณภาพสูงแก่ลูกค้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    [เกี่ยวกับ Club Tourism Co., Ltd.]

    Club Tourism Co., Ltd. เป็นหนึ่งในบริษัทนำเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น โดยวางแผนและดำเนินการทัวร์หลากหลายรูปแบบตามธีม รวมถึงทัวร์พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง

    บริษัทนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการหลายภาษา

    ภาษาจีน (ตัวเต็ม)
    https://www.club-t.com/zh-CHT/

    ภาษาอังกฤษ
    https://www.club-t.com/en/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    ภายใต้แนวคิด “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” Ultima Markets ร่วมเฉลิมฉลองกับชุมชนในหลากหลายภูมิภาค พร้อมยึดมั่นในรากฐานของแบรนด์ และเดินหน้าสนับสนุนให้เทรดเดอร์พร้อมรับโอกาสในอนาคต

    Ultima Markets โบรกเกอร์ CFD แบบ Multi-Asset ระดับโลก ได้ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยกิจกรรมโรดโชว์แห่งการเฉลิมฉลองใน 6 เมืองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขอบคุณพันธมิตร ลูกค้า และชุมชนต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

    ภายใต้แนวคิดประจำวาระครบรอบ “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” แคมเปญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนเทรดเดอร์ผ่านการให้ความรู้ นวัตกรรม และสภาพแวดล้อมการเทรดที่น่าเชื่อถือ

    กิจกรรมเฉลิมฉลองในครั้งนี้ได้เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านธุรกิจ การศึกษา และกิจกรรมทางสังคม

    ตั้งแต่งานเลี้ยงอาหารกลางวันในบรรยากาศหรูหราที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยอย่างมีความหมายและสร้างความสัมพันธ์ ไปจนถึงงานกาล่าระดับพรีเมียมที่ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและมรดกร่วมกัน โดยแต่ละกิจกรรมสะท้อนเรื่องราวที่แตกต่างกันตลอดเส้นทาง 10 ปีของ Ultima Markets

    ไฮไลต์ของงานยังรวมถึงการแสดงภายใต้ธีมที่ถ่ายทอดเส้นทางของเทรดเดอร์ ตั้งแต่การเผชิญความท้าทาย ความแข็งแกร่งในการก้าวผ่านอุปสรรค ไปจนถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ ควบคู่กับกิจกรรมชุมชนที่เต็มไปด้วยดนตรี เกม ของรางวัล และความบันเทิง

    งานช่วงค่ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฮอลลีวูดช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความโดดเด่นและการยกย่อง ขณะที่สัมมนาด้านตลาดโดยเฉพาะมุ่งเน้นการแบ่งปันข้อมูลเชิงปฏิบัติ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการเสริมศักยภาพให้แก่เทรดเดอร์

    นอกจากนี้ การล่องเรือในอ่าวยามค่ำคืนยังสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นสำหรับการสร้างเครือข่ายและร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางร่วมกันสู่ทศวรรษต่อไป

    เส้นทางแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบยังขยายไปสู่ชุมชนในวงกว้างผ่านกิจกรรม CSR ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ก้าวไกลกว่าตลาดการเงิน

    ภายในโปรแกรมฉลองครบรอบยังมีกิจกรรม “Ultimate 10 Challenge” ซึ่งพันธมิตรได้รับทองคำแท่งที่ออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    นอกเหนือจากกิจกรรมอย่างเป็นทางการแล้ว ประสบการณ์ร่วมกับชุมชนยังสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำในมิติส่วนตัวอีกด้วย

    ในการแข่งขันไตรกีฬาที่ Ultima Markets ให้การสนับสนุนในเวียดนาม นักกีฬาหญิงที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์สามารถคว้าอันดับหนึ่งได้สำเร็จ ขณะที่เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานบริเวณเส้นชัยก็ได้เติมเต็มอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจให้กับการเฉลิมฉลองครั้งนี้

    “ที่ Ultima Markets ผู้คนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทุกกลยุทธ์การเติบโตที่เราดำเนินการ” Johnny Li, Head of APAC Marketing ของ Ultima Markets กล่าว

    “เมื่อเรามองไปข้างหน้าสู่ทศวรรษต่อไป เราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และมอบสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือให้แก่เทรดเดอร์ทุกคน”

    เกี่ยวกับ Ultima Markets

    Ultima Markets เป็นโบรกเกอร์ Multi-Asset ระดับโลกที่ได้รับรางวัลมากมาย ให้บริการซื้อขาย CFD ครอบคลุม Forex สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และตราสารประเภทอื่น ๆ โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    บริษัทได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA แห่งสหราชอาณาจักร, FSC แห่งมอริเชียส และ FSCA แห่งแอฟริกาใต้ พร้อมมีสำนักงานตั้งอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • The Bangkok Photographer เสร็จสิ้นภารกิจถ่ายภาพในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok

    The Bangkok Photographer เสร็จสิ้นภารกิจถ่ายภาพในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok

    The Bangkok Photographer ธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพในกรุงเทพฯ ได้รับหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ (Official Photography Partner) ของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมจัสมิน ซิตี้ กรุงเทพฯ โดยงานนี้รวบรวมผู้บริหารด้านการตลาด ผู้นำทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองเกี่ยวกับ AI การตลาดดิจิทัล ประสบการณ์ลูกค้า และอนาคตของธุรกิจ

    The Bangkok Photographer รับหน้าที่บันทึกภาพตลอดงาน ครอบคลุมการบรรยายจากวิทยากร การเสวนา กิจกรรมของผู้จัดแสดง และบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดทั้งช่วงเวลาสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างภาพถ่ายคุณภาพสูงที่สามารถนำไปใช้ในการสื่อสาร การตลาด และการประชาสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่อง

    The Bangkok Photographer ดำเนินธุรกิจโดย Martin และ Pear Rudman ให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลผู้บริหาร การสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ และการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ ทั้งใน The Bangkok Photographer’s Studio และนอกสถานที่ทั่วกรุงเทพฯ

    ธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพในกรุงเทพฯ ถ่ายทอดภาพการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ การเสวนาของผู้บริหาร และบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจภายในงานประชุมด้านการตลาดระดับนานาชาติ

    กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – กันยายน 2569 – The Bangkok Photographer ได้รับหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ (Official Photography Partner) ของงาน 55th Intrigue MAdVerse Summit Bangkok ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ โรงแรมจัสมิน ซิตี้ กรุงเทพฯ โดยงานดังกล่าวได้รวบรวมผู้บริหารด้านการตลาด ผู้นำทางธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประสบการณ์ลูกค้า การตลาดดิจิทัล และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

    ในฐานะพันธมิตรด้านการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการ The Bangkok Photographer ได้ให้บริการถ่ายภาพตลอดการประชุม ครอบคลุมการบรรยายจากวิทยากร การเสวนา การมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมงาน กิจกรรมของผู้จัดแสดงสินค้าและบริการ ตลอดจนบรรยากาศการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

    การถ่ายภาพในครั้งนี้มุ่งเน้นทั้งการบันทึกช่วงเวลาสำคัญบนเวทีและการถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประชุมทางธุรกิจมีคุณค่า ตั้งแต่ภาพบุคคลของวิทยากรและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ร่วมเสวนา ไปจนถึงภาพบรรยากาศการสนทนาของผู้เข้าร่วมงาน ภาพถ่ายที่ได้จึงสามารถนำไปใช้ประกอบการสื่อสาร การตลาด และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมในอนาคตของผู้จัดงานได้อย่างหลากหลาย

    “การถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กรไม่ใช่เพียงการบันทึกว่าใครขึ้นพูดบนเวที แต่ยังเป็นการถ่ายทอดพลังของงาน ผู้คนที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดต่าง ๆ และช่วงเวลาที่ช่วยเล่าเรื่องราวของงานได้อย่างครบถ้วน เป้าหมายของเราคือการสร้างภาพถ่ายที่ผู้จัดงานและธุรกิจต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้งานจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม” Martin Rudman ผู้ร่วมเป็นเจ้าของและช่างภาพหลักของ The Bangkok Photographer กล่าว

    ภายในงานมีวิทยากรและผู้นำทางธุรกิจจากองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเทคโนโลยี การตลาด การโรงแรมและการบริการ สุขภาพ การเงิน และธุรกิจอื่น ๆ โดยกำหนดการประกอบด้วยการบรรยาย การเสวนา กิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และพื้นที่จัดแสดงของพันธมิตรผู้ร่วมงาน

    การเป็นพันธมิตรด้านการถ่ายภาพในครั้งนี้สะท้อนถึงการมุ่งเน้นของ The Bangkok Photographer ในการให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลผู้บริหาร การสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจ และการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ในกรุงเทพฯ

    The Bangkok Photographer เป็นธุรกิจที่ Martin และ Pear Rudman ร่วมกันเป็นเจ้าของ โดยให้บริการถ่ายภาพแก่บุคคลทั่วไป ธุรกิจ และองค์กรต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และวัตถุประสงค์ด้านการสื่อสาร ธุรกิจยังมี The Bangkok Photographer’s Studio และให้บริการถ่ายภาพทั้งภายในสตูดิโอและนอกสถานที่

    เกี่ยวกับ The Bangkok Photographer

    The Bangkok Photographer เป็นธุรกิจถ่ายภาพมืออาชีพที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ให้บริการถ่ายภาพงานอีเวนต์ระดับองค์กร ภาพบุคคลสำหรับการทำงานและธุรกิจ การสร้างภาพลักษณ์ส่วนบุคคลและแบรนด์ การถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ แฟชั่นและภาพถ่ายแนวเอดิทอเรียล ตลอดจนการถ่ายภาพอาหารและสินค้า ด้วยการผสมผสานการกำกับภาพอย่างสร้างสรรค์ เทคนิคการจัดแสงระดับมืออาชีพ และการให้บริการที่ใส่ใจความต้องการของลูกค้า ธุรกิจจึงสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายสำหรับแบรนด์ ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร และองค์กรต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละโครงการ

    ติดต่อสอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนและธุรกิจ

    The Bangkok PhotographerMartin Rudmanอีเมล: Martin@the-bangkok-photographer.comโทรศัพท์: +66 97 248 1607Instagram: @THE_BANGKOK_PHOTOGRAPHERเว็บไซต์: [ใส่ URL เว็บไซต์ปัจจุบัน]

    https://thebangkokphotographer.mypixieset.com/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • ปิดตัว PV! ยิ่งทำงาน เรื่องราวกับ Meru ยิ่งคืบหน้าใน Muv-Luv Girls Garden Mellow Days เตรียมวางจำหน่ายปี 2026

    ปิดตัว PV! ยิ่งทำงาน เรื่องราวกับ Meru ยิ่งคืบหน้าใน Muv-Luv Girls Garden Mellow Days เตรียมวางจำหน่ายปี 2026

    DESK GARDEN PROJECT ได้เปิดตัวหน้า Steam Store และเดโมทดลองเล่นของ “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” เกมผจญภัยสำหรับ PC ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานและการเรียน โดยผู้เล่นสามารถทำงานหรือเรียนไปพร้อมกับ Meru Momozono จาก “Muv-Luv Girls Garden” เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

    เกมมีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2026 และรองรับภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนตัวย่อ ขณะนี้ผู้เล่นสามารถเพิ่มเกมลงใน Wishlist บน Steam ได้แล้ว

    หน้า Steam Store / เดโมทดลองเล่น:https://store.steampowered.com/app/5005700/

    สัมผัสช่วงเวลาทำงานและเรียนไปพร้อมกับ Meru ก่อนใครผ่านเดโมทดลองเล่น

    ในเดโมทดลองเล่น ผู้เล่นสามารถสัมผัสประสบการณ์พื้นฐานของเกม ด้วยการทำงานหรือเรียนไปพร้อมกับ Meru Momozono ตัวละครจาก “Muv-Luv Girls Garden” โดยสามารถเล่นได้เป็นเวลา 5 ชั่วโมงนับตั้งแต่เริ่มเปิดเกม

    ข้อมูลบันทึกการเล่นจากเดโมสามารถโอนไปยังเวอร์ชันเต็มได้ ทำให้หลังจากเกมวางจำหน่ายแล้ว ผู้เล่นสามารถสานต่อช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับ Meru ได้ทันที

    เวลาที่ใช้ทำงานจะเชื่อมโยงไปสู่บทสนทนาและเรื่องราวกับ Meru

    “Muv-Luv Girls Garden Mellow Days” เป็นเกมผจญภัยที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน โดยให้ผู้เล่นทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเรียน และงานสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับตัวละคร 3D สไตล์อนิเมะ

    ตัวละครที่จะใช้เวลาร่วมกับผู้เล่นคือ Meru Momozono จาก “Muv-Luv Girls Garden” เมื่อระยะเวลาการใช้งาน Pomodoro Timer เพิ่มขึ้น ระดับการทำงานของผู้เล่นก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พร้อมทยอยปลดล็อกเรื่องราวกับ Meru คอนเทนต์ ASMR พิเศษ และเนื้อหาอื่นๆ

    การทำงานหรือเรียนในชีวิตจริงจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันเรื่องราวกับตัวละครให้ดำเนินต่อไป

    ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้สมาธิหรือช่วงพัก ก็มี Meru อยู่เคียงข้าง

    ผู้เล่นสามารถจัดระเบียบเวลาทำงานและงานที่ต้องทำในแต่ละวันด้วย Pomodoro Timer ระบบจัดการ ToDo และระบบจัดการตารางเวลา พร้อมทั้งสามารถผสมผสาน BGM เสียงบรรยากาศ และพื้นหลัง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะกับตนเอง

    บทสนทนากับ Meru รองรับเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ เมื่อเพิ่มระดับการทำงานและอ่านเนื้อเรื่อง ผู้เล่นจะสามารถทยอยปลดล็อกพื้นหลัง เสียงบรรยากาศ และองค์ประกอบสำหรับการปรับแต่งต่างๆ

    ในโหมดหน้าต่าง ผู้เล่นสามารถปรับขนาดหน้าต่างเกมได้อย่างอิสระ และรองรับการแสดงผลแบบอยู่ด้านหน้าสุด ทำให้สามารถใช้เวลาไปพร้อมกับ Meru ขณะทำงานหรือเรียนได้

    ฟังก์ชันหลักที่ช่วยสนับสนุนการทำงานและการเรียน

    Pomodoro Timer

    แบ่งช่วงเวลาทำงานและช่วงพักออกจากกัน เพื่อช่วยให้ผู้เล่นสร้างจังหวะในการทำงานหรือเรียนได้อย่างเหมาะสม ผู้เล่นจะได้รับค่าประสบการณ์ตามระยะเวลาการใช้งาน และสามารถเพิ่มระดับการทำงานได้

    การจัดการ ToDo และตารางเวลาช่วยจัดระเบียบสิ่งที่ต้องทำและกำหนดการต่างๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการทำงาน การเรียน และกิจกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นระบบ

    การปรับแต่งเพลง เสียงบรรยากาศ และพื้นหลัง

    ผู้เล่นสามารถผสมผสาน BGM เสียงบรรยากาศ และพื้นหลัง เพื่อปรับแต่งสภาพแวดล้อมในการทำงานได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถนำเข้าและเล่นเพลงจากภายนอกได้อีกด้วย

    บทสนทนาเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นเต็มรูปแบบและตัวละคร 3D

    ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินกับบทสนทนาพากย์เสียงเต็มรูปแบบของ Meru รวมถึงการเคลื่อนไหวและปฏิกิริยาต่างๆ ของตัวละคร 3D

    เนื้อเรื่องและ ASMR

    นอกจากบทนำแล้ว ตัวเกมมีกำหนดบรรจุเนื้อเรื่องปกติ 15 ตอน และคอนเทนต์ ASMR 4 ตอน ซึ่งจะทยอยปลดล็อกตามลำดับเมื่อผู้เล่นทำงานต่อเนื่องและเพิ่มระดับการทำงาน

    Meru Momozono จาก “Muv-Luv Girls Garden” ปรากฏตัวในเกม

    Meru Momozono ซึ่งจะใช้เวลาร่วมกับผู้เล่นในเกมนี้ เป็นตัวละครจาก “Muv-Luv Girls Garden” ตัวเกมรองรับเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่น และข้อความภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนตัวย่อ

    ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่รู้จักซีรีส์นี้อยู่แล้ว หรือผู้ที่ชื่นชอบเกมช่วยสนับสนุนการทำงานและการมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครสไตล์อนิเมะ ก็สามารถเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกับ Meru ได้

    ในงาน Tokyo Game Show 2026 มีกำหนดจัดแสดงผลงานที่เกี่ยวข้อง เช่น “Muv-Luv Girls Garden” และ “Muv-Luv: Tactics Kalidasa at Nightmare” โดยเกมนี้เป็นผลงานภาคแยกสำหรับ PC ที่เกี่ยวข้องกับซีรีส์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ใช้เวลาร่วมกับ Meru ไปพร้อมกับการทำงานในชีวิตประจำวัน

    ข้อมูลผลิตภัณฑ์

    ชื่อเรื่อง: Muv-Luv Girls Garden Mellow Days

    ประเภท: เกมช่วยสนับสนุนการทำงาน × ปฏิสัมพันธ์กับตัวละคร × ผจญภัย

    กำหนดวางจำหน่าย: ไตรมาส 4 ปี 2026

    แพลตฟอร์ม: Steam

    ภาษาที่รองรับ: ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนตัวย่อ

    เสียงพากย์: ภาษาญี่ปุ่น

    ตัวละคร: Meru Momozono

    เดโมทดลองเล่น: เปิดให้เล่นแล้วบน Steam (เล่นได้ 5 ชั่วโมงนับตั้งแต่เริ่มเปิดเกม / รองรับการโอนข้อมูลบันทึกการเล่นไปยังเวอร์ชันเต็ม)

    หน้า Steam Store / เดโมทดลองเล่น:https://store.steampowered.com/app/5005700/

    ข้อความลิขสิทธิ์: (C)Muv-Luv: The Answer

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES