Author: marketing@vritimes.com

  • VIETNAM WEDDING WEEK 2026 เปิด “THE LOVE CITY” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ศิลปิน และระบบนิเวศของธุรกิจงานแต่งงานไว้ในกรุงโฮจิมินห์

    VIETNAM WEDDING WEEK 2026 เปิด “THE LOVE CITY” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ศิลปิน และระบบนิเวศของธุรกิจงานแต่งงานไว้ในกรุงโฮจิมินห์

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu เปิดพื้นที่ The Love City — “เมืองแห่งความรัก” ที่รวบรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์สำหรับคู่รักไว้ในพื้นที่เดียว

    ด้วยแนวคิดของสัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง Vietnam Wedding Week 2026 ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างแรงบันดาลใจสำหรับวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังสร้างเส้นทางที่เปิดโอกาสให้คู่รักได้สำรวจ สัมผัสประสบการณ์ พบปะผู้เชี่ยวชาญ และเข้าใกล้ทางเลือกที่เหมาะสมกับงานแต่งงานของตนเองมากยิ่งขึ้น

    หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 หนึ่งในไฮไลต์หลักของงาน ซึ่งรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นเจ้าสาวจากเวียดนามจำนวนมาก พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามารับบทบาทพิเศษบนรันเวย์

    THE LOVE CITY – เมื่อทุกความต้องการของงานแต่งงานกลายเป็นจุดหมายปลายทาง

    ด้วยแรงบันดาลใจจากจังหวะของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ The Love City เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบ

    ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์ของแบรนด์ เวิร์กช็อป การให้คำปรึกษา ไปจนถึงกิจกรรมเชิงโต้ตอบ แต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่แตกต่างกันภายในเมืองแห่งนี้

    ผู้เข้าชมสามารถสำรวจทุกสิ่งตั้งแต่ชุดแต่งงาน ชุดสูท ความงาม เครื่องประดับ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง และการถ่ายภาพ ไปจนถึงการวางแผนงานแต่งงาน รวมถึงบริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางของคู่รักหลังจากวันแต่งงาน

    แทนที่จะเพียงชมภาพสวยงามหรือค้นหาแรงบันดาลใจผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่แยกออกจากกัน คู่รักสามารถดู ทดลอง สอบถาม เปรียบเทียบ รับคำแนะนำ และพบปะแบรนด์ต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว

    นี่คือจิตวิญญาณของการสร้างประสบการณ์ที่เน้นการใช้งานจริง ซึ่ง Vietnam Wedding Week 2026 ต้องการนำเสนอ นั่นคือการนำแรงบันดาลใจด้านงานแต่งงานเข้าใกล้ทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงมากยิ่งขึ้น

    BRIDAL FASHION SHOW 2026 – เมื่อแฟชั่นเจ้าสาวกลายเป็นจังหวะหัวใจของ THE LOVE CITY

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Vietnam Wedding Week ในปีนี้คือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งนำเสนอความหลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวบนรันเวย์เดียวกัน

    รายชื่อที่เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ Do Long Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, Le Hoa Bridal, LOVINE Bridal, FALVAON Bridal, ADAM STORE รวมถึงแบรนด์และดีไซเนอร์อื่น ๆ ในระบบนิเวศของแฟชั่นเจ้าสาว

    แต่ละแบรนด์นำเสนอมุมมองของตนเองที่มีต่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวร่วมสมัย

    Do Long Bridal ถ่ายทอดจิตวิญญาณที่เย้ายวน ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยพลังแห่งการนำเสนอ โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่เน้นสรีระ เทคนิคการสร้างโครงคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต

    Lam Bridal ภายใต้การกำกับดูแลของดีไซเนอร์ Tam Lam เดินหน้าด้วยภาษาการออกแบบที่มินิมอลและร่วมสมัย ผสานโครงสร้างคอร์เซ็ตเข้ากับความเย้ายวนอย่างพอดี เพื่อเฉลิมฉลองความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่

    Minh Tuan Couture นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และเสน่ห์แบบพรมแดงเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเป็นละคร

    Le Hoa Bridal นำเสนอการสำรวจซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุอย่างหลากหลาย พร้อมขยายทางเลือกด้านสุนทรียภาพสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่ FALVAON Bridal โดยดีไซเนอร์ Luu Viet Anh นำเสนอคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนาม Tam Cam โดยนำวัสดุและรายละเอียดแบบดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัย

    การปรากฏตัวของ LOVINE Bridal, ADAM STORE และแบรนด์อื่น ๆ ยังช่วยขยายภูมิทัศน์ของแฟชั่นเจ้าสาวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่บรidal couture ไปจนถึง menswear จากจิตวิญญาณอันโรแมนติกไปจนถึงแนวทางใหม่ ๆ ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในยุคปัจจุบัน

    โชว์ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสอารมณ์ของ The Love City โดยรันเวย์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนำเสนอแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์งานแต่งงานโดยรวมสำหรับผู้เข้าชม

    WHEN MUSIC TAKES THE RUNWAY

    นอกเหนือจากการรวบรวมแฟชั่นเจ้าสาวแล้ว Bridal Fashion Show 2026 ยังขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ดนตรี และการแสดง

    2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ใน Bridal Fashion Show 2026 โดยดนตรีจะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดการแสดง ช่วยกำหนดจังหวะและอารมณ์ของรันเวย์

    ในวันที่ 22 สิงหาคม THƠM (Da LAB) จะปรากฏตัวในฐานะ Special Runway Performance นำดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของแฟชั่น และสร้างจุดเชื่อมต่อที่โดดเด่นระหว่างการแสดงและรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว

    ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI จะนำเสนอ Special Runway Performance อีกหนึ่งชุด เติมเต็มประสบการณ์ที่เสียง แฟชั่น และเวทีหลอมรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว

    การผสมผสานดังกล่าวทำให้ Bridal Fashion Show ก้าวข้ามรูปแบบของแฟชั่นโชว์แบบดั้งเดิม ไปสู่ประสบการณ์การแสดงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคอลเลกชันสามารถถ่ายทอดผ่านการออกแบบ การเคลื่อนไหว แสง และดนตรี

    FROM THE RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY

    จุดเด่นของ Vietnam Wedding Week คือเส้นทางของประสบการณ์ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบออกจากรันเวย์

    หลังจากการชมคอลเลกชัน ผู้เข้าชมสามารถสำรวจแบรนด์ต่าง ๆ ต่อผ่านการลองชุด การให้คำปรึกษาด้านสไตล์ ความงามและการจัดแต่งลุค เครื่องประดับ การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน สถานที่จัดงาน การตกแต่ง F&B การท่องเที่ยว และบริการอื่น ๆ ที่หลากหลายสำหรับเส้นทางของงานแต่งงาน

    ควบคู่ไปกับรันเวย์ ยังมีเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์อีกหลายรายการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแบ่งปันความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับการเตรียมงานแต่งงาน ตั้งแต่การเลือกสไตล์เจ้าสาว ความงามและแฟชั่นสำหรับเจ้าสาว ไปจนถึงงานแต่งงานปลายทาง การวางแผนงานแต่งงาน และการตัดสินใจสำคัญด้านอื่น ๆ

    บูธจัดแสดงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง รับคำปรึกษา ค้นพบข้อเสนอ และเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง

    ด้วยแนวทางนี้ Vietnam Wedding Week มุ่งเชื่อมโยงสองโลกที่มักถูกแยกออกจากกัน นั่นคือแรงบันดาลใจและการตัดสินใจ

    A NEW MEETING POINT FOR VIETNAMESE FASHION AND THE WEDDING INDUSTRY

    ด้วยการมีส่วนร่วมของดีไซเนอร์ ห้องเสื้อเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบระหว่างแฟชั่น อุตสาหกรรมงานแต่งงาน และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

    สำหรับคู่รัก The Love City คือพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาพร้อมคำถามมากมาย และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับวันแต่งงาน

    สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการปรากฏตัวต่อหน้าผู้เข้าชม แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจของคู่รักที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตสมรสอย่างจริงจัง

    และสำหรับแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม Bridal Fashion Show ได้สร้างพื้นที่อีกแห่งที่เปิดโอกาสให้ภาษาการออกแบบที่หลากหลายได้รับการนำเสนอ พบปะกับสาธารณชน และก้าวจากรันเวย์เข้าสู่ชีวิตจริง

    Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน เข้าสู่ The Love City ในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026

    EVENT INFORMATION

    Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City

    Date: 22–23 August 2026Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh CityPositioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลักAdmission: เข้าชมฟรีRegistration: vietnamweddingweek.vn

    Bridal Fashion Show 2026 – Special Appearances

    2PILLZMusic Producer for the Runway & Special Performance

    THƠM (Da LAB)Special Runway Performance – 22 August 2026

    NAOMISpecial Runway Performance – 23 August 2026

    PROMOTIONAL PARTNERS

    Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์จาก Italian Atelier Asia-Pacific (IA) แพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ร่วมกับ CjC Marketing Agency เอเจนซีการตลาดในเวียดนามที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์สำหรับกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ โดยความร่วมมือนี้มีส่วนช่วยขยายการสื่อสารของงานและเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Presents First Marriott Bonvoy Moment With an Unforgettable Night of Music and Stay Experience

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Presents First Marriott Bonvoy Moment With an Unforgettable Night of Music and Stay Experience

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Invites Marriott Bonvoy Members to Bid on an Exclusive Marriott Bonvoy Moments Experience Featuring DJ Ironik

    Bangkok, Thailand – Get ready to turn up the energy with Live@Aloft as Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites Marriott Bonvoy members to bid for an exclusive One Night Experience with DJ Ironik on 11 September 2026.

    This one-of-a-kind Marriott Bonvoy Moments experience invites members to bid for an unforgettable night at Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, combining a stay in one of the hotel’s newly renovated Breezy Rooms with an exclusive music experience featuring internationally renowned DJ Ironik at W XYZ Bar.

    Bidding starts at just 20,000 Marriott Bonvoy Points, allowing members to transform their points into a memorable evening filled with live music, signature cocktails, and Aloft’s vibrant social atmosphere.

    The winning bidder will enjoy a one-night stay in a newly renovated Breezy Room featuring panoramic views of Bangkok’s dynamic skyline, plus breakfast for two at Crave Restaurant and a late check-out until 2:00 PM. The experience also includes an exclusive photo session with DJ Ironik, access to a special live performance at W XYZ Bar, and two Aloft Signature Cocktails per person.

    Bidding is open now through 24 August 2026. Marriott Bonvoy members are encouraged to place their bids early for the chance to experience an unforgettable night with DJ Ironik at Aloft Bangkok.

    Explore more: https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445

    On 11 September 2026, get ready to Stay, Sip and Feel the Beat as Live@Aloft brings together music, cocktails and a newly renovated stay experience for an evening designed to be anything but ordinary.

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 continues to bring its “Different. By Design.” spirit to life through Live@Aloft, connecting guests with music, creative experiences and Bangkok’s vibrant social scene.

    *Terms and conditions apply. Marriott Bonvoy membership and sufficient points are required to participate in the auction.

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • เปิดประสบการณ์ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ครั้งแรกของ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    เปิดประสบการณ์ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส ครั้งแรกของ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11

    อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ชวนสมาชิก Marriott Bonvoy ร่วมประมูลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัวประสบการณ์ แมริออท บอนวอย โมเมนต์ส (Marriott Bonvoy Moments) กับ One Night Experience with DJ Ironik ในวันที่ 11 กันยายน 2569 ภายใต้กิจกรรม Live@Aloft

    กรุงเทพฯ ประเทศไทย — เตรียมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับเสียงเพลงและบรรยากาศสุดไวบ์ในแบบ Live@Aloft เมื่อ อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เปิดโอกาสให้สมาชิก Marriott Bonvoy ร่วมประมูลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ One Night Experience with DJ Ironik ในวันที่ 11 กันยายน 2569

    ผู้ชนะการประมูลจะได้สัมผัสค่ำคืนแห่งเสียงเพลงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดื่มด่ำประสบการณ์ทางดนตรีสุดพิเศษกับ DJ Ironik และลิ้มลองเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ ดับเบิ้ลยู เอ็กซ์วายซี บาร์ นอกจากนี้ยังรวมการเข้าพักในห้อง Breezy Room ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ พร้อมวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา และอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ณ ห้องอาหารเครฟในวันถัดไป รวมถึงสามารถเช็คเอาท์ได้ถึงเวลา 14:00 น.

    สมาชิกแมริออท บอนวอย สามารถประมูลแพ็กเกจสุดพิเศษนี้ เริ่มต้นการประมูลที่ 20,000 Marriott Bonvoy Points เปิดโอกาสให้สมาชิกเปลี่ยนคะแนนสะสมให้กลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง เครื่องดื่ม และบรรยากาศสนุกสนานในแบบ live@aloft ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2569 ร่วมประมูลได้ที่นี่ ภายในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445 แขกทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมนี้จะได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทั้งดนตรีที่ยอดเยี่ยมและสิทธิพิเศษที่จะได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่คงอยู่ไปตลอดชีวิต

    เตรียมตัว Stay, Sip & Feel the Beat ไปกับ Live@Aloft ที่จะพาทุกคนมาสัมผัสการผสมผสานระหว่างเสียงเพลง ค็อกเทล และประสบการณ์การเข้าพักในห้องพักที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ ให้ค่ำคืนนี้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ

    อลอฟท์ บาย แมริออท กรุงเทพ สุขุมวิท 11 ยังคงนำเสนอคอนเซ็ปต์ “Different. By Design.” ผ่าน Live@Aloft ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเสียงเพลง ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์อันมีชีวิตชีวาของกรุงเทพ

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima นักร้องเสียงใสที่คอยส่งกำลังใจให้ผู้คนที่กำลังพยายามผ่านบทเพลง เตรียมขึ้นแสดงในงาน “Bangkok Nihon Haku” เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

    นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima นักร้องเสียงใสที่คอยส่งกำลังใจให้ผู้คนที่กำลังพยายามผ่านบทเพลง เตรียมขึ้นแสดงในงาน “Bangkok Nihon Haku” เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

    〜เตรียมขึ้นเวทีตลอด 2 วัน ระหว่างวันที่ 28–29 สิงหาคม พร้อมเดินหน้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจังด้วยการผลิตเพลงต้นฉบับภาษาอังกฤษ และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนในประเทศไทยร่วมสัมภาษณ์〜

    นักร้อง-นักแต่งเพลง Seika Fukushima สังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. มีกำหนดขึ้นแสดงในงาน Bangkok Nihon Haku เทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในเดือนสิงหาคม 2026 โดยจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์) รวม 2 วัน

    ■ Seika Fukushima นักร้องและนักแต่งเพลงที่ได้รับความสนใจด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่นเยียวยาหัวใจผู้ฟังผสานกับซาวด์เจป็อปที่สดใสและมีพลัง เธอยังมีผลงานเพลงบัลลาดที่ถ่ายทอดอารมณ์และเข้าถึงความรู้สึกของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นศิลปินที่กำลังได้รับความสนใจในญี่ปุ่นในขณะนี้ เธอเริ่มวางจำหน่ายซีดีทั่วประเทศตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้ปล่อยผลงานเพลงในรูปแบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การแสดงในเทศกาลดนตรีต่างๆ รวมถึงการขึ้นแสดงสดบนเวที Zepp ซึ่งสะท้อนถึงผลงานและประสบการณ์ด้านการแสดงที่หลากหลายภายในประเทศ

    ■ จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีมาจากกรีฑากับความตั้งใจในการส่งต่อ “บทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม” จุดเริ่มต้นของเส้นทางดนตรีของเธอมาจากการเล่นกีฬาในช่วงวัยเรียน โดยเธอเล่นกรีฑามาเป็นเวลากว่า 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ที่เคยได้รับกำลังใจจากบทเพลงเชียร์ในช่วงเวลานั้น ทำให้เธอเกิดความตั้งใจว่า “อยากสร้างบทเพลงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังพยายาม” และนั่นกลายเป็นจุดเด่นของเธอในการสร้างสรรค์เพลงเจป็อปที่ให้ความรู้สึกสดใสและช่วยเติมพลังแก่ผู้ฟัง เธอกล่าวว่า “ความฝันของฉันคือการได้ร้องเพลงธีมของการแข่งขันโอลิมปิก และจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในหลายประเทศทั่วโลก”

    เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายกิจกรรมในต่างประเทศ เธอได้เริ่มผลิตเพลงต้นฉบับภาษาอังกฤษตั้งแต่ปีนี้ และมีแผนจัดการแสดงสดในหลายประเทศทั่วโลก

    ในชีวิตส่วนตัว เธอเป็นผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวต่างประเทศ และเคยเดินทางมาแล้วกว่า 23 ประเทศ โดยเธอกล่าวว่า “จากนี้ไปก็อยากสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย และส่งต่อบทเพลงของตัวเองไปยังผู้คนทั่วโลก”

    ■ เตรียมขึ้นแสดง 2 วันในงาน “Bangkok Nihon Haku” เทศกาลญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

    งาน Bangkok Nihon Haku ที่ Seika Fukushima มีกำหนดเข้าร่วมในครั้งนี้ เป็นเทศกาลวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน โดยเธอจะขึ้นแสดงบนเวทีในวันที่ 28 สิงหาคม (วันศุกร์) และ 29 สิงหาคม (วันเสาร์)

    เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงครั้งนี้ เธอได้เริ่มศึกษาภาษาไทยพร้อมทั้งเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยผ่าน TikTok อย่างต่อเนื่องและแสดงความตั้งใจที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆชาวไทย

    ■ รายละเอียดการแสดง

    ชื่องาน: Bangkok Nihon Haku

    วันและเวลาแสดง : วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 18.45–19.00 น. เวที Second Stage

    วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เวลา 16.00–16.15 น. เวที Main Stage

    สถานที่จัดงาน: ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของงาน : https://nipponhaku.com/exhibition/

    ■ ประวัติศิลปิน

    Seika Fukushima เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงจากเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น เธอทุ่มเทให้กับกีฬากรีฑาเป็นเวลานาน 10 ปี จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ก่อนเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เธอคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวด DAM Tomo Audition และได้รับเลือกให้ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ “Tama & Friends – Uchi no Tama Shirimasenka?” ต่อมาได้รับหน้าที่ขับร้องเพลงประกอบอนิเมะ “Robocar Poli” อีกด้วย

    ปัจจุบันเธอทำกิจกรรมทางดนตรีทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีฐานการทำงานหลักอยู่ที่กรุงโตเกียวและจังหวัดอิบารากิ ภายใต้แนวคิด “คอนเสิร์ตที่สนุกและมอบกำลังใจให้ผู้ชมลุกขึ้นสู้ต่อในวันพรุ่งนี้” พร้อมส่งต่อบทเพลงให้กำลังใจแก่ผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง

    ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เธอเข้าสังกัดบริษัท Peace Voice Entertainment Co., Ltd. และในปี 2026 มีกำหนดจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวทัวร์ “Tsuioku no Photograph”

    ผลงานเพลงของเธอสามารถรับฟังได้ผ่าน Spotify, Apple Music และแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่างๆ

    เว็บไซต์ทางการ: https://www.seikafukushima.jp/

    X (เดิม Twitter): https://twitter.com/SeikaMoka

    Instagram: https://www.instagram.com/seikamoka0623

    TikTok: https://www.tiktok.com/@seika0623

    Spotify: https://open.spotify.com/intl-ja/artist/2O7P0XQ4LFKHe51cmJWuae

    Apple Music: https://music.apple.com/jp/artist/福島清香/1522671042

    ■ ถึงสื่อมวลชน (ขอเชิญเข้าร่วมสัมภาษณ์)

    สำหรับสื่อมวลชนที่ติดต่อเข้ามา ทางบริษัทจะจัดสรรเวลาให้สัมภาษณ์ Seika Fukushima ในช่วงการจัดงาน Bangkok Nihon Haku

    หากท่านประสงค์จะสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพ กรุณาติดต่อมายังช่องทางด้านล่าง

    ■ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

    บริษัท: TR MUSIC JAPAN Co., Ltd.

    ผู้ประสานงาน: Masahiro Tasaka

    โทรศัพท์: +852-6054-4393

    อีเมล: mtasaka@tr-hk.com.hk

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Nestopa เดินหน้าสร้าง Property Ecosystem เชื่อมทุกภาคส่วนของตลาดอสังหาฯ

    Nestopa เดินหน้าสร้าง Property Ecosystem เชื่อมทุกภาคส่วนของตลาดอสังหาฯ

    Nestopa เดินหน้าสู่การเป็น Property Ecosystem ครบวงจร จากแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่บริการที่ครอบคลุมทั้ง Nestopa.com, Property Expo, Awards และ Property Marketing Solutions เชื่อมโยงผู้พัฒนาโครงการ นายหน้า นักลงทุน และผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

    Nestopa ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจครั้งสำคัญ จากแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI สู่การเป็นผู้ให้บริการ Marketing Solution ด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี การตลาด การสร้างความสัมพันธ์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ และการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมอสังหาฯ เข้าด้วยกัน ก่อนที่งาน Nestopa Property Pulse Bangkok จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และกลับไปจัดที่จังหวัดภูเก็ตอีกครั้งในเดือนตุลาคมนี้

    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Nestopa ได้พัฒนาจากแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สู่ธุรกิจที่ครอบคลุมบริการ Marketing Solution, งาน Property Expo และงาน Awards รางวัลด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้พัฒนาโครงการ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน และผู้ประกอบการในวงการ สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ สร้างแบรนด์ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ปัจจุบัน Nestopa ดำเนินธุรกิจภายใต้ 4 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่ AI-Powered Property Platform, Property Pulse Events, Nestopa Property Awards และ Property Marketing Solutions ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อสนับสนุนทุกมิติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การค้นหาที่อยู่อาศัย การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ไปจนถึงการผลักดันมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม

    “เป้าหมายตอนก่อตั้งบริษัทของเราคือการพยายามยกระดับประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ผ่านเทคโนโลยี แต่เมื่อ Nestopa เติบโต เราพบว่าอุตสาหกรรมนี้ต้องการมากกว่าแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งที่วงการต้องการคือการเชื่อมโยงกันระหว่างผู้คน การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ความร่วมมือระหว่างธุรกิจ และพื้นที่ที่สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nestopa กำลังสร้าง”

    ภัทราพร ธีรสถาพร
    ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa

    4 ธุรกิจหลัก เชื่อมทุกมิติของวงการอสังหาริมทรัพย์

    AI-Powered Property Platform ( Nestopa.com )

    Nestopa พัฒนาแพลตฟอร์ม Nestopa.com Property Marketplace แห่งแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่า และนักลงทุน เพื่อให้สามารถค้นหาบ้าน คอนโด และและอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการได้สะดวกและแม่นยำ

    สำหรับผู้พัฒนาโครงการ นายหน้า และเจ้าของทรัพย์  แพลตฟอร์ม Nestopa ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า ด้วยเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการลงประกาศขาย-ให้เช่าอสังหาฯ ไม่ว่าจะเป็นระบบค้นหาอัจฉริยะ การรองรับการลงประกาศหลายภาษาและเครื่องมือช่วยเขียนรายละเอียดประกาศในหลายโทนภาษา 

    ปัจจุบัน Nestopa.com มีจำนวนประกาศอสังหาฯ กว่า 200,000 ประกาศบนเว็บไซต์ที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมระบบ MAP Based Search ช่วยแสดงผล Listing ประกาศอสังหาฯ ตามตำแหน่งจริงบนแผนที่

    Property Expo (Nestopa Property Pulse)

    งาน Nestopa Property Pulse ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ถือเป็นงาน Property Expo และ งาน Networking ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่โดดเด่นและน่าจับตามอง

    ตลอดการจัดงานอีเวนต์ Property Pulse ที่ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ผู้พัฒนาโครงการมากกว่า 50 ราย และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กว่า 150 บริษัท รวมถึงนักลงทุนจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ

    Nestopa Property Pulse จึงแตกต่างจากงาน Property Expo ทั่วไป เพราะเราสร้างพื้นที่และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางตลาด รับฟังข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และทำความรู้จักกันเพื่อสร้าง Connection ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว

    Nestopa Property Awards

    Nestopa Property Awards คือ รางวัลที่มอบให้กับผู้พัฒนาโครงการ และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างผลงานที่โดดเด่นแก่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยจะจัดขึ้นทุกปีเพื่อยกย่องและสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานวงการอสังริมทรัพย์ไทย

    Property Marketing Solutions

    นอกเหนือจากแพลตฟอร์มและงาน Exposition แล้ว Nestopa ยังให้บริการด้านการตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร โดยครอบคลุมถึงบริการ Performance Marketing Campaign อย่าง

    บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์
    – บริการรับทำ SEO และ AI Search Optimization (GEO)
    – บริการ Performance Campaign อื่น ๆ
    – บริการ Branding & Creative Campaigns

    บริการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจถูกมองเห็นมากขึ้นบนช่องทางออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

    มุ่งขับเคลื่อนอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

    Nestopa เชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมอสังหาฯ จะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนาโครงการ นายหน้าอสังหาฯ นักลงทุน ผู้ซื้อ ไปจนถึงบริษัทกฎหมาย

    Nestopa จึงมุ่งสร้างโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และเติบโตไปพร้อมกัน

    “เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มค้นหาอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ช่วยให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม การทำการตลาด การสร้างเครือข่ายผ่าน Property Pulse หรือการยกย่องผู้สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการผ่าน Nestopa Property Awards ทุกธุรกิจของ Nestopa ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างคุณค่าและผลักดันการเติบโตของวงการอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว”

    Kevin Speakman
    ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท Nestopa

    ก้าวต่อไปของ Nestopa

    Nestopa เตรียมเดินหน้าต่อผ่านการจัดงาน Nestopa Property Pulse Bangkok ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 และ Nestopa Property Pulse Phuket ครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคม

    ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังคงเดินทางต่อเนื่องในการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ขยายบริการด้านการตลาด และต่อยอดงาน Nestopa Property Awards เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • RevComm ระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกมูลค่า 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดันยอดระดมทุนสะสมแตะ 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

    RevComm ระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกมูลค่า 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดันยอดระดมทุนสะสมแตะ 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

    บริษัท RevComm Inc. (สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เขตชิโยดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น; กรรมการผู้แทน: Takeshi Aida) ประกาศปิดการระดมทุนซีรีส์ B รอบแรกสำเร็จ โดยได้รับเงินทุนรวม 3.35 พันล้านเยน (ประมาณ 20.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากการระดมทุนทั้งในรูปแบบตราสารทุน (Equity) และตราสารหนี้ (Debt) การระดมทุนครั้งนี้ส่งผลให้ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm เพิ่มขึ้นเป็น 8.6 พันล้านเยน (ประมาณ 52.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยบริษัทจะนำเงินทุนดังกล่าวไปใช้เร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน และเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาทางธุรกิจขององค์กรให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์

    ผู้นำการลงทุนในรอบนี้คือ SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership ซึ่งบริหารร่วมกันโดย Global Brain Corporation (สำนักงานใหญ่: เขตชิบุยะ กรุงโตเกียว; ประธานและกรรมการผู้แทน: Yasuhiko Yurimoto) และ SMBC Edge Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตชูโอ กรุงโตเกียว; กรรมการผู้แทน: Hiroaki Yoshikawa) โดยมีเป้าหมายเพื่อลงทุนอย่างจริงจังในสตาร์ทอัพที่กำลังสร้างธุรกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ WiL, KDDI Open Innovation Fund III, Shinsei Venture Partners I investment limited partnership และ Salesforce Ventures ซึ่งเคยลงทุนผ่านสิทธิซื้อหุ้น (Stock Acquisition Rights) ในรอบ Pre-Series B ก็ได้เข้าร่วมลงทุนในการปิดรอบแรกของซีรีส์ B ครั้งนี้ด้วย เมื่อรวมกับเงินกู้จากธนาคาร Bank of Fukuoka, Ltd. และ Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership ตลอดจนวงเงินกู้อื่น ๆ ที่ได้รับทั้งก่อนและหลังรอบนี้ ทำให้ยอดเงินทุนที่ระดมได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.35 พันล้านเยน นับเป็นการประกาศระดมทุนต่อสาธารณะครั้งแรกของ RevComm ในรอบประมาณ 2 ปี นับตั้งแต่รอบ Pre-Series B เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งระดมทุนได้ 1.58 พันล้านเยน เมื่อรวมทั้งเงินทุนในรูปแบบตราสารทุนและตราสารหนี้ ยอดเงินทุนสะสมทั้งหมดของ RevComm ในปัจจุบันอยู่ที่ 8.6 พันล้านเยน

    เงินทุนที่ได้รับจะถูกนำไปใช้เพื่อเร่งการนำ AI Agent มาใช้งาน เสริมสร้างรากฐานเพื่อผลักดันให้ Voice AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดของโซลูชัน Voice AI ของ RevComm อย่าง MiiTel ซึ่งครอบคลุมทั้ง MiiTel Phone, MiiTel Call Center, MiiTel Meetings, MiiTel RecPod และ MiiTel for Retail รวมถึงโซลูชัน Generative AI อย่าง MiiTel Synapse นอกจากนี้ เงินทุนดังกล่าวยังจะสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเร่งการพัฒนาบริการใหม่ ๆ การขยายธุรกิจสู่ระดับโลก และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในศักยภาพขององค์กร

    ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” RevComm จะยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณค่าที่ส่งมอบผ่าน MiiTel และมีส่วนร่วมในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจต่อไป

    รายชื่อนักลงทุนในการปิดรอบแรกของการระดมทุนซีรีส์ B

    นักลงทุนประเภทตราสารทุน (Equity Investors)

    – SMBC-GB Growth I Investment Limited Partnership (ผู้นำการลงทุน)

    – WiL

    – KDDI Open Innovation Fund III

    – Shinsei Venture Partners I investment limited partnership

    – Salesforce Ventures

    ผู้ให้บริการสินเชื่อ (Debt Financing Providers)

    – The Bank of Fukuoka, Ltd.

    – Startup Debt Fund Ⅱ Investment Limited Partnership

    – และอื่น ๆ

    คำกล่าวจาก Takeshi Aida กรรมการผู้แทน (Representative Director) บริษัท RevComm Inc.

    นับตั้งแต่การระดมทุนซีรีส์ A ในปี 2020 เรามีความเชื่อมาโดยตลอดว่า ในแง่ของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital Efficiency) สิ่งสำคัญคือการรักษากลยุทธ์ทางการเงินที่ไม่พึ่งพาการระดมทุนผ่านตราสารทุนมากจนเกินไป โดยเราดำเนินธุรกิจด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและเงินกู้เป็นหลักมาโดยตลอด การระดมทุนซีรีส์ B ครั้งนี้จึงถือเป็นการระดมทุนผ่านตราสารทุนครั้งแรกในรอบ 6 ปีเต็มของเรา จากนี้ไป เราจะยังคงปรับสมดุลงบดุลของบริษัทโดยคำนึงถึงต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (WACC) และบนพื้นฐานของประสิทธิภาพการใช้เงินทุน เราจะเดินหน้าลงทุนอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตให้ถึงขีดสุด

    ด้วยเงินทุนในครั้งนี้ เราจะเร่งดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเปลี่ยนข้อมูลการสนทนาให้กลายเป็นสินทรัพย์อันมีค่าผ่านการนำไปใช้งานข้ามแผนกต่าง ๆ การเดินหน้าพัฒนา Voice AI Agent แบบอัตโนมัติที่สามารถดำเนินกระบวนการทางธุรกิจได้ด้วยตนเอง ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งด้านการสนับสนุนการนำไปใช้งานจริงผ่านการขยายบริการที่ปรึกษามืออาชีพ (Professional Services) ของเรา

    เนื่องจากธุรกิจของเรายังคงขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง RevComm จึงอยู่ระหว่างการเปิดรับสมัครพนักงานอย่างจริงจังในทุกส่วนงานของบริษัท พวกเราทุกคนที่ RevComm ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้พบกับผู้ที่มีแนวคิดสอดคล้องกัน และปรารถนาจะร่วมเดินทางไปกับเราในการแก้ไขปัญหาสังคมผ่าน Voice AI

    ด้วยพันธกิจ “ปฏิรูปการสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่ผู้คนคำนึงถึงกันและกัน” พวกเราทั้งบริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ขึ้นให้แก่ผู้คนในวงกว้างมากขึ้น และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับการสนับสนุนและคำแนะนำที่มีมาโดยตลอด

    การขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย

    หลังจากประสบความสำเร็จในการก่อตั้งธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย RevComm กำลังขยายแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าสู่ประเทศไทย โดยนำเสนอฟีเจอร์การถอดเสียงเป็นข้อความภาษาไทยโดยตรง การวิเคราะห์อารมณ์ความรู้สึก (Sentiment Analysis) และระบบโค้ชชิ่งการสนทนาทางโทรศัพท์อัตโนมัติ สำหรับลูกค้าองค์กรและ SMB การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการขยายการดำเนินธุรกิจของ RevComm ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนำเสนอแพลตฟอร์ม Voice AI ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับภาษาไทยให้แก่องค์กรธุรกิจในประเทศไทย

    ด้วยการเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้ MiiTel จึงมาพร้อมความสามารถในการถอดเสียงภาษาไทยโดยตรง ควบคู่ไปกับการสรุปบทสนทนาอัตโนมัติ การรับรู้อารมณ์และความรู้สึก และการประเมินคุณภาพการสนทนาด้วยความช่วยเหลือของ AI ซึ่งจะช่วยให้คอลเซ็นเตอร์ ทีมขาย และฝ่ายบริการลูกค้าในประเทศไทย สามารถเปลี่ยนบทสนทนาทางโทรศัพท์และการประชุมในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ต่อยอดได้จริง

    “ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และข้อมูลเสียงภาษาไทยยังเป็นพื้นที่ที่เครื่องมือสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้าไม่ถึงมากนัก” Genta Matsui ผู้จัดการบัญชีลูกค้า (Associate Account Manager) ของ RevComm ผู้ดูแลตลาดประเทศไทย กล่าว “ด้วยการนำระบบถอดเสียงและการวิเคราะห์ภาษาไทยที่แม่นยำมาสู่ MiiTel เราต้องการช่วยให้ธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก ไปจนถึงการบริการและการโรงแรม สามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พัฒนาทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบเดิมให้ทันสมัยโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด”

    ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา RevComm ได้เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรระบบ (System Integrators) ทั้งในประเทศและที่มีเครือข่ายญี่ปุ่น บริษัท BPO และลูกค้าองค์กรทั่วประเทศไทย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการผสานรวม MiiTel เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานระบบโทรศัพท์แบบ On-Premises ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบตู้สาขาโทรศัพท์ (PBX) แบบเดิม นอกจากนี้ RevComm ยังได้เข้าร่วมงาน Japan-ASEAN Startup Business Matching Fair 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1–2 กรกฎาคม โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา (Krungsri) และธนาคาร MUFG เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทได้เชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน พันธมิตร และลูกค้าที่มีศักยภาพในภูมิภาค ทั้งจากประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย

    การเปิดตัวในประเทศไทยครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการขยายธุรกิจของ RevComm เข้าสู่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบริษัทได้ก่อตั้งบริษัทลูกในพื้นที่คือ PT RevComm APAC Indonesia ขึ้นในปี 2023 หลังจากเริ่มให้บริการ MiiTel ในประเทศดังกล่าวตั้งแต่ปี 2021 โดย RevComm มีแผนที่จะนำบทเรียนจากโมเดลการเข้าสู่ตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงการจัดจำหน่ายผ่านพันธมิตรอย่างระบบ System Integrators และบริษัท BPO มาปรับใช้ในการขยายธุรกิจในประเทศไทยต่อไป

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • [เปิดให้บริการวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม] แลนด์มาร์กแห่งใหม่ถือกำเนิดขึ้นที่ย่านชายามาจิ อูเมดะ โอซากา! “Alpen OSAKA” ร้านกีฬาเรือธงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

    [เปิดให้บริการวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม] แลนด์มาร์กแห่งใหม่ถือกำเนิดขึ้นที่ย่านชายามาจิ อูเมดะ โอซากา! “Alpen OSAKA” ร้านกีฬาเรือธงที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

    ― ห้ามพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบกอล์ฟและการวิ่ง สินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น พร้อมประสบการณ์ฟิตติ้งล่าสุด รวมอยู่ที่นี่แล้ว ―
    บริษัท อัลเปน จำกัด ผู้จำหน่ายอุปกรณ์กีฬา จะเปิดร้านเรือธง “Alpen OSAKA” แห่งแรกในภูมิภาคคันไซอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2026 ณ อาคาร YANMAR FLYING-Y BUILDING (อาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท Yanmar Holdings Co., Ltd.) ย่านชายามาจิ อูเมดะ เมืองโอซากา ร้านแห่งนี้เป็นร้านจำหน่ายสินค้ากีฬาเฉพาะทางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 จนถึงชั้น 4 อีกทั้งยังรองรับการซื้อสินค้าแบบปลอดภาษี (Tax-Free) จึงนับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของการท่องเที่ยวโอซากาที่อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มาเยือน
    ในบรรดาสินค้าของร้านซึ่งโดดเด่นอย่างยิ่งทั้งด้านพื้นที่ขายและความหลากหลาย หมวดที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือ “กอล์ฟ” (ชั้น B1 และ B2) และ “การวิ่ง” (ชั้น 1) ด้วยอุปกรณ์ฟิตติ้งล่าสุดที่นำเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก และพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์แข่งขันระดับประเทศประจำอยู่ที่ร้าน จึงมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าร้านเฉพาะทางทั่วไป นอกจากนี้ยังติดตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั่วร้าน สร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ในสนามกีฬาหรือสนามกอล์ฟจริง โดยมุ่งเป็นศูนย์รวมประสบการณ์กีฬารูปแบบใหม่ที่ทำให้การช้อปปิ้งกลายเป็นความบันเทิงในตัวเอง
    ร้านตั้งอยู่ในทำเลชั้นเยี่ยมย่านชายามาจิ อูเมดะ ใจกลางย่านคิตะของโอซากา จึงแวะเข้าชมได้ง่ายระหว่างการช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยว ภายในร้านมีสินค้าที่ “หาซื้อได้เฉพาะที่นี่” มากมาย ทั้งไม้กอล์ฟรุ่นลิมิเต็ดระดับโลกที่ไม่มีวางจำหน่ายตามช่องทางปกติในญี่ปุ่น และสินค้าดีไซน์พิเศษเฉพาะ Alpen OSAKA จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้พบของที่ระลึกชิ้นพิเศษจากการเดินทาง

    ชั้นกอล์ฟ
    (ชั้น B1
    B2)
    ― ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นฝั่งตะวันตก รวมอุปกรณ์ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกและไม้กอล์ฟลิมิเต็ดระดับโลก

    เปิดตัวมุม
    “GOLF5 PRESTIGE” เป็นครั้งแรกในโอซากา
    รวบรวมไม้กอล์ฟระดับไฮเอนด์และสินค้ารุ่นจำกัดที่ร้านกอล์ฟทั่วไปมีจำหน่ายไม่มากนัก
    พร้อมบริการฟิตติ้งเฉพาะบุคคลขั้นสูงโดยช่างฟิตติ้งผู้ชำนาญ

    •    
    อุปกรณ์ฟิตติ้งล่าสุด
    ครั้งแรกในญี่ปุ่นและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ:
    นอกจาก
    TaylorMade Fitting Base แล้ว ยังมีการฟิตติ้งก้านไม้ด้วย “M-Tracer” ของ Epson
    และเครื่องมือฟิตติ้งของ Odyssey ที่นำเข้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก พร้อมประสบการณ์ทดลองตีพร้อมปรับองศาลอฟท์และไลของพัตเตอร์
    บริการพัตเตอร์แบบ uncut ที่รับได้ภายในวันเดียวกัน การฟิตติ้งพัตเตอร์ด้วย “SAM
    PuttLab” และไม้ทดลองตีสำหรับผู้ถนัดซ้ายที่มีให้เลือกมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

    •    
    ไม้กอล์ฟหายากสุดพิเศษ
    เฉพาะที่ Alpen OSAKA:
    เพื่อฉลองการเปิดร้าน
    ทางร้านนำเสนอสินค้าหายากที่แทบไม่มีโอกาสพบในต่างประเทศ อาทิ “HONMA Fuji 99”
    ที่ผลิตเพียง 20 เซ็ตทั่วโลก (ไม่มีวางจำหน่ายตามช่องทางปกติในญี่ปุ่น)
    และรุ่นที่ติดตั้งก้าน “Callaway QUANTUM” จำนวนจำกัด เป็นมุมที่อยากเชิญชวนแฟนกอล์ฟจากทั่วโลกซึ่งกำลังตามหาไม้กอล์ฟที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น

    •    
    ไม้กอล์ฟมือสองกว่า 5,000 ก้าน
    มากที่สุดแห่งหนึ่งในคันไซ:
    ทดลองตีได้ทุกก้าน
    พร้อมช่องทดลองตีแบบพิเศษที่ติดตั้งเครื่องวัดรุ่นล่าสุด “Detect”

    •    
    ช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก
    7 แบรนด์ประจำร้าน:
    นอกจากช่างฟิตติ้งที่ได้รับการรับรองจาก
    PING, TaylorMade, Callaway, Dunlop, Mizuno, ONOFF และ MAJESTY แล้ว
    ยังมีช่างฟิตติ้งหญิงและช่างฟิตติ้งเฉพาะทางด้านไม้มือสองประจำอยู่
    เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ

    ชั้นวิ่ง
    (ชั้น 1) ― บรรยากาศเสมือนลู่กรีฑาจริง ผสานเข้ากับเทคโนโลยีล่าสุด

    พื้นของพื้นที่ขายใช้วัสดุปูพื้นชนิดเดียวกับสนามกรีฑาจริง
    (Yanmar Stadium Nagai) จำลองความรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่บนลู่วิ่งของจริง ส่วนจอ
    LED ขนาดใหญ่สูง 2 เมตร ยาว 53.5 เมตร
    ถ่ายทอดภาพอันทรงพลังพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีรองเท้ารุ่นล่าสุด

    •    
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งตัวจริงประจำร้าน:
    พนักงาน 3 คนที่มีผลงานการแข่งขันระดับประเทศ
    คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการวิ่งของลูกค้า

    •    
    เครื่องวัดรูปเท้า 3 มิติ “My
    Foot Craft”:
    วัดลักษณะเท้าแบบสามมิติได้อย่างแม่นยำ
    และแนะนำ “รองเท้าคู่ที่ใช่” หรือแผ่นรองในรองเท้าแบบสั่งทำ
    จากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ

    •    
    สินค้าหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซ:
    รองเท้าและเสื้อผ้ากว่า 5,200 ชิ้น จาก 18
    แบรนด์ มากกว่า 470 รหัสสินค้า รวมถึง On และ ASICS พร้อมรุ่นยอดนิยมอย่าง “On
    Cloudmonster 3 Hyper” และ “HOKA Clifton Pro”

    •    
    สินค้าพิเศษเฉพาะ Alpen OSAKA:
    เสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ดธีมโอซากาจากแบรนด์การาจ
    “Mountain Martial Arts” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นที่ระลึกของการเดินทางในญี่ปุ่น

    รองรับการซื้อสินค้าปลอดภาษี
    (Tax-Free) นักท่องเที่ยวต่างชาติจึงมั่นใจได้

    “Alpen
    OSAKA” มีเคาน์เตอร์ปลอดภาษีไว้บริการอย่างครบครัน
    ลูกค้าจึงช้อปปิ้งได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลกับขั้นตอนระหว่างการเดินทาง
    การเลือกซื้ออุปกรณ์กีฬาสมรรถนะสูงที่ใส่ใจคุณภาพ
    ทั้งไม้กอล์ฟและรองเท้าวิ่งที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีของญี่ปุ่น
    ในราคาปลอดภาษีได้ในคราวเดียว ถือเป็นความสนุกที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่น
    ขอเชิญแวะมาเยี่ยมชมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวโอซากา

    ห้ามพลาดชั้นเอาต์ดอร์และเทรกกิงที่กำลังเป็นที่พูดถึง
    (ชั้น 4)

    แบรนด์ของบริษัทเอง
    “Alpen Mountains” เปิดตัวใหม่ที่นี่ เพื่อฉลองการกำเนิดของแบรนด์
    จะมีการวางจำหน่าย “Trekking Bag 35 with Dyneema®” ซึ่งผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100
    ใบทั่วโลก
    พร้อมด้วยเสื้อผ้าสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพภูเขาที่ร้อนชื้นของญี่ปุ่น
    นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ยอดนิยมอย่าง The North Face, Columbia และ Mammut
    ให้เลือกอย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การปีนเขาแบบจริงจังไปจนถึงการใช้งานในเมือง

    ชั้นฟุตบอลและบาสเกตบอลก็ครบครันไม่แพ้กัน
    (ชั้น 2
    3)

    มุมฟุตบอลบนชั้น
    3 ปูพื้นด้วยหญ้าเทียมเต็มพื้นที่
    ทำให้ลองสินค้าได้ด้วยความรู้สึกเหมือนลงเล่นจริง พร้อมชุดแข่งเรพลิกาจากกว่า 30
    ทีม รวมถึง “เซเรโซ โอซากา” และสโมสรต่างประเทศยอดนิยมอย่าง “อาร์เซนอล”
    ส่วนมุมบาสเกตบอลบนชั้น 2 ใช้พื้นไม้วัสดุเดียวกับสนามแข่ง NBA
    สร้างบรรยากาศสมจริงราวกับอยู่ในสนามจริง และยังมีรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดจาก Nike และ
    Jordan Brand วางจำหน่ายด้วย

    ย่านอูเมดะของโอซากาเดินทางจากสนามบินได้สะดวก
    และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้เป็นฐานสำหรับการท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง
    ไม่ว่าจะเพื่อสร้างความทรงจำระหว่างการพำนัก
    หรือเพื่อค้นหาสินค้าชิ้นโปรดที่จะใช้ได้ยาวนานแม้กลับถึงบ้านแล้ว ขอเชิญแวะมาที่
    “Alpen OSAKA”

     


    คูปองส่วนลดพิเศษ 5%

    บริษัทมอบคูปองส่วนลดพิเศษอัตรา
    5% ซึ่งสามารถใช้ได้ไม่เพียงเฉพาะที่ “AlpenOSAKA” เท่านั้น
    แต่ยังครอบคลุมถึงร้านค้าปลอดภาษีในเครือ Alpen Group อีกด้วย

     

    ทั้งนี้
    ท่านสามารถแสดงคูปองผ่านลิงก์ด้านล่างเพื่อใช้สิทธิ์ได้เช่นกัน

    https://store.alpen-group.jp/campaign/group/coupon/001Th_press_release/coupon.jpg

    เงื่อนไขการใช้คูปอง

    •วันหมดอายุ: 31 ธันวาคม 2569

    •กรุณาแสดงคูปองบนหน้าจออุปกรณ์ของท่าน
    ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินก่อนทำการชำระเงิน

    •ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหรือส่วนลดอื่นได้

    •สิทธิ์การยกเว้นภาษีสำหรับการซื้อสินค้ามูลค่าตั้งแต่  5,500 เยน (รวมภาษี) ขึ้นไป

    •การขอรับสิทธิ์ยกเว้นภาษี
    ผู้ซื้อต้องแสดงเอกสารยืนยันสถานะนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน
    หนังสือเดินทาง บัตรโดยสาร หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

    ข้อมูลร้าน

    ชื่อร้าน

    Alpen
    OSAKA

    ที่อยู่

    ชั้น
    B2 – ชั้น 4 อาคาร YANMAR FLYING-Y BUILDING เลขที่ 1-32 ชายามาจิ เขตคิตะ
    เมืองโอซากา จังหวัดโอซากา

    วันเปิดให้บริการ

    วันศุกร์ที่
    7 สิงหาคม 2026

    เวลาทำการ

    10:00
    – 21:00 น.

    การจัดวางแต่ละชั้น

    ชั้น
    B2: ไม้กอล์ฟ / ชั้น B1: ไม้กอล์ฟมือสอง รองเท้าและกระเป๋ากอล์ฟ / ชั้น 1:
    รองเท้าวิ่งและรองเท้ากีฬา / ชั้น 2: เสื้อผ้าลำลอง บาสเกตบอล วอลเลย์บอล
    ว่ายน้ำ ฟิตเนส / ชั้น 3: ฟุตบอล เบสบอล เทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง / ชั้น 4:
    เสื้อผ้าและกระเป๋าเอาต์ดอร์ เทรกกิง

    สินค้าปลอดภาษี

    รองรับ

     

    โซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ
    Alpen OSAKA

    •    
    Instagram (กอล์ฟ):
    https://www.instagram.com/alpenosaka.golf5/

    •    
    Instagram (วิ่ง):
    https://www.instagram.com/alpenosaka.running/

    •    
    Instagram (เอาต์ดอร์):
    https://www.instagram.com/alpenosaka.alpenoutdoors.fs/

    •    
    X (Alpen OSAKA):
    https://x.com/Alpen_OSAKA_JP

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • จากหน้าจอเดียวสู่ระบบทำงานร่วมกันแบบครบวงจร                                                                               Leaderhub นำประสบการณ์ระดับโลก ขับเคลื่อนการยกระดับสู่ดิจิทัลในไทย

    จากหน้าจอเดียวสู่ระบบทำงานร่วมกันแบบครบวงจร Leaderhub นำประสบการณ์ระดับโลก ขับเคลื่อนการยกระดับสู่ดิจิทัลในไทย

    เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลก้าวเข้าสู่หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การเรียนการสอน และการให้บริการสาธารณะ คุณค่าของเทคโนโลยีจึงไม่ได้วัดกันที่ จำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น” อีกต่อไป แต่วัดกันที่ความสามารถในการยกระดับประสิทธิภาพของ การสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และการตัดสินใจ ได้อย่างแท้จริง

    ในห้องประชุมและห้องเรียนหลายแห่ง ภาพที่เราคุ้นเคยคือ โปรเจกเตอร์, โทรทัศน์, ไวท์บอร์ด, คอมพิวเตอร์, กล้องและไมโครโฟน ต่างทำงานแยกส่วนกัน ทำให้เชื่อมต่อมีความซับซ้อน ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้หลายระบบ และองค์กรยังต้องรับภาระด้าน “การมีอุปกรณ์มากขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพจะสูงขึ้นเสมอไป

    Leaderhub แบรนด์เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันระดับโลก ต้องการนำเสนอให้ตลาดไทยมากกว่า

    จอแสดงผลอัจฉริยะ Interactive Flat Panel) เพียงหนึ่งเครื่อง แต่ยังต้องการนำเสนอเป็นระบบการทำงานร่วมกัน

    ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อสำนักงานดิจิทัล การศึกษายุคใหม่และพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดความซับซ้อนของเทคโนโลยี และทำให้การนำเสนอ, การสื่อสารและการตัดสินใจระหว่างผู้คนเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

    จากอุปกรณ์เดี่ยว สู่โครงสร้างพื้นฐานของการทำงานร่วมกัน

     

    Leaderhub เชื่อว่าจอประชุมอัจฉริยะไม่ควรเป็นเพียงอุปกรณ์ที่เข้ามาทดแทนโทรทัศน์หรือโปรเจ็กเตอร์ แต่ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางดิจิทัลของห้องประชุม, ห้องเรียนและพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยมีจอประชุมอัจฉริยะเป็นหัวใจหลัก Leaderhub ได้รวมฟังก์ชันสำคัญไว้ในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลความละเอียด 4K, กระดานไวท์บอร์ดดิจิทัล, การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย, การประชุมผ่านวิดีโอ, การเขียนคำอธิบายบนเอกสารและการแบ่งปันเนื้อหา

     

    พนักงานสามารถแชร์หน้าจอจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานสามารถเขียน แสดงความคิดเห็น และปรับแก้แผนงานร่วมกันบนหน้าจอเดียว ขณะที่สมาชิกซึ่งอยู่ต่างพื้นที่ก็สามารถเข้าร่วม

    การประชุมและทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์

     

    เมื่อเชื่อมต่อกับกล้อง, ไมโครโฟนแบบอาร์เรย์, Mini PC, ป้ายห้องประชุม, ระบบจอ LED และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ Leaderhub สามารถออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับขนาดพื้นที่ จำนวนผู้ใช้งาน และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ห้องประชุมทั่วไป, ห้องประชุมผู้บริหาร, ห้องฝึกอบรมและห้องอเนกประสงค์ ไปจนถึงห้องเรียนอัจฉริยะ ลูกค้าจึงไม่ได้รับเพียงอุปกรณ์หลายชิ้นที่ทำงานแยกจากกัน แต่ได้รับระบบการทำงานร่วมกันที่ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ประสบการณ์ 16 ปี กับการให้บริการใน 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก

     

    นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมจอแสดงผลอัจฉริยะ ในปี 2010 Leaderhub ได้สะสมประสบการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา, การผลิต, การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน, การควบคุมคุณภาพและการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ

     

    ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Leaderhub ได้ขยายไปยัง 82 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดยนำไปใช้งานในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น การประชุมองค์กร,การเรียนการสอนในสถานศึกษา, หน่วยงานราชการ, การแพทย์, ธุรกิจค้าปลีก, โรงแรมและศูนย์ฝึกอบรม

    เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าต่างขนาดและต่างอุตสาหกรรม Leaderhub ได้สร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ทั้งจอแสดงผลอัจฉริยะสำหรับการประชุม (Interactive Flat Panel), จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษา, ระบบจอแสดงผล LED, Mini PC,                  จอแสดงผลอัจฉริยะแบบเคลื่อนย้าย (Smart Screen) ตลอดจนอุปกรณ์เสริมสำหรับการประชุม

     

    · ธุรกิจ SME: สามารถเริ่มอัปเกรดระบบได้ง่ายๆ เริ่มต้นจากห้องประชุมเพียงห้องเดียว

    · องค์กรขนาดใหญ่: สามารถขยายการติดตั้งไปยังหลายห้องประชุม ,ศูนย์ฝึกอบรมและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ

    · สถาบันการศึกษา: ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนผ่านฟังก์ชันการเขียนโต้ตอบ สื่อมัลติมีเดีย และการทำงาน

    ร่วมกันแบบทางไกล

    ด้วยเหตุนี้ ศักยภาพหลักของ Leaderhub ได้ยกระดับจากการเป็นเพียง “ผู้ให้บริการหน้าจอ” ไปสู่ “การเข้าใจพื้นที่ การปรับให้เข้ากับบริบทการใช้งาน และการส่งมอบระบบที่สมบูรณ์แบบ

     

    ผสานศักยภาพระดับโลกเข้ากับความต้องการของตลาดไทย

     

    Leaderhub มองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แม้ว่าภาคการผลิต, ค้าปลีก, การท่องเที่ยวและโรงแรม, การศึกษา รวมถึงธุรกิจบริการวิชาชีพของไทย กำลังเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าแต่ละรายมีงบประมาณ สภาพพื้นที่ พื้นฐานทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมการใช้งานที่แตกต่างกัน

     

    ดังนั้น Leaderhub จึงไม่เลือกนำรูปแบบการขายจากตลาดอื่นมาใช้กับประเทศไทยโดยตรง แต่จะผสานความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา ห่วงโซ่อุปทาน และประสบการณ์โครงการระดับโลก เข้ากับช่องทางการจัดจำหน่าย ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและศักยภาพด้านบริการของพันธมิตรในประเทศไทย

     

    · สำหรับลูกค้าองค์กร: Leaderhub มุ่งนำเสนอโซลูชันการประชุมอัจฉริยะและสำนักงานดิจิทัลที่ใช้งานง่าย ติดตั้งได้อย่างยืดหยุ่น และสร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน

     

    · โรงเรียนและสถาบันฝึกอบรม: Leaderhub จะสนับสนุนการยกระดับพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการเรียน

    การสอนแบบโต้ตอบ การแชร์หน้าจอแบบไร้สาย และการทำงานร่วมกันผ่านสื่อมัลติมีเดีย

     

    · องค์กรขนาดใหญ่ โรงแรม หน่วยงานภาครัฐ และลูกค้าโครงการ: Leaderhubจะทำงานร่วมกับ

    ผู้วางระบบในประเทศไทย ตั้งแต่การออกแบบโซลูชัน การเลือกผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการดำเนินโครงการ

    ให้เหมาะกับพื้นที่จริง

    บริการในประเทศ คือปัจจัยกำหนดคุณค่าในระยะยาว

     

    ความสำเร็จของโครงการดิจิทัลระดับองค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปกของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าโซลูชันนั้นเหมาะกับพื้นที่จริงหรือไม่ ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และใช้งานได้รวดเร็วเพียงใด รวมถึงมีบริการสนับสนุนหลังการติดตั้งอย่างทันท่วงทีหรือไม่

     

    Leaderhub วางแผนพัฒนาระบบความร่วมมือในประเทศไทยเพื่อสร้างห่วงโซ่บริการที่ครอบคลุมตั้งแต่

    การให้คำปรึกษาก่อนการขาย การออกแบบโซลูชัน การส่งมอบสินค้า การติดตั้งและตั้งค่า การอบรมการใช้งาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย

     

     

    พร้อมกันนี้ Leaderhub จะสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายและผู้วางระบบในประเทศไทยด้วยการฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ แม่แบบโซลูชัน สื่อการตลาด การสนับสนุนด้านเทคนิค และการทำงานร่วมกันในโครงการเพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถ

    เข้าสู่ตลาดการประชุมอัจฉริยะ การศึกษาอัจฉริยะ และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    รองรับ 3 พื้นที่ใช้งานหลักยุคดิจิทัล

    · ด้านสำนักงานองค์กร: Leaderhub ใช้จอประชุมอัจฉริยะเป็นศูนย์กลางของการทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงการประชุม การนำเสนอ, การฝึกอบรม, และการสื่อสารทางไกล เพื่อช่วยลดเวลาใน การเตรียมประชุมและลดความยุ่งยากจากการสลับใช้งานหลายอุปกรณ์   

    · ด้านการศึกษายุคใหม่: จอแสดงผลอัจฉริยะเพื่อการศึกษาสามารถรวมกระดานดำ โปรเจกเตอร์ และอุปกรณ์มัลติมีเดียต่างๆ ไว้ในเครื่องเดียว รองรับการเขียน การใส่คำอธิบาย และการเรียกใช้สื่อการสอน พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมและนำเสนอผลงานได้มากขึ้น

    · ด้านพื้นที่เชิงพาณิชย์: Leaderhub ผสานจอประชุมอัจฉริยะ ระบบจอ LED จออัจฉริยะแบบเคลื่อนที่และ Mini PC เพื่อรองรับการแสดงข้อมูลดิจิทัล, การฝึกอบรมพนักงาน, การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและการประชาสัมพันธ์

    ข้อมูลในโรงแรม ร้านค้าปลีก, โชว์รูมองค์กรและพื้นที่บริการสาธารณะ

     

    แม้ทั้ง 3 พื้นที่จะมีความต้องการแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้พื้นที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นทำให้

    การสื่อสารตรงและง่ายขึ้น และเปลี่ยนการลงทุนด้านเทคโนโลยีให้เป็นประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยั่งยืนความหมาย

    ที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไม่ใช่การทำให้องค์กรมีเทคโนโลยีมากขึ้นแต่คือการทำให้ เทคโนโลยีสามารถ

    สนับสนุนผู้คนได้ดียิ่งขึ้น

     

    ในอนาคต Leaderhub จะนำประสบการณ์จากการดำเนินงานใน 82 ประเทศและภูมิภาคมาเป็นพื้นฐานใน

    การทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทย ลดอุปสรรคในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและช่วยให้องค์กรกับสถานศึกษาสามารถสร้างศักยภาพด้านการทำงาน

    ร่วมกันที่พร้อมสำหรับอนาคต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • ห้ามพลาด! จัดทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด สัมผัสกับ Marvel ผ่านการ์ดเกมลายเส้นสุดคลาสสิก จาก CARDFUN พร้อมกันทั่วประเทศ

    ห้ามพลาด! จัดทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด สัมผัสกับ Marvel ผ่านการ์ดเกมลายเส้นสุดคลาสสิก จาก CARDFUN พร้อมกันทั่วประเทศ

    บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด ผู้นำตลาดการ์ดเกมในไทย จับมือ CARDFUN ปล่อยคอลเลกชัน “การ์ด Marvel ลิขสิทธิ์แท้” สุดพรีเมียม ชวนแฟนคลับทุกรุ่นก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ชม สู่การเป็น “ผู้บัญชาการ” ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายระดับตำนาน ทั้ง Spider-Man, Iron Man, Avengers และ X-Men เพื่อเปิดศึกดวลกลยุทธ์สุดมันส์

    สาวก Marvel เตรียมตัวให้พร้อม! บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด (Kidz and Kitz) ผู้นำอันดับ 1 ในตลาดเทรดดิ้งการ์ดเกมและของเล่นสะสมในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันการ์ด Marvel สุดพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้ ผลงานการสร้างสรรจาก CARDFUN ค่ายการ์ดสะสมชั้นนำ เอาใจแฟนคลับทุกรุ่น ทุกวัย ชวนสาวกก้าวข้ามมิติจากการเป็นเพียงผู้ชม สู่การเป็น “ผู้บัญชาการ” ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่ และวายร้ายระดับตำนาน เพื่อเปิดศึกการ์ดแบทเทิลสุดมันส์  ตัวการ์ดโดดเด่นด้วยเสน่ห์งานศิลป์ และลายเส้นที่สวยงาม ที่แฟนทั่วโลกต้องหลงใหล

    ก้าวข้ามขีดจำกัดจักรวาลมาร์เวล: พร้อมเปิดศึกดวลการ์ดสุดเร้าใจ 

    การ์ด Marvel คอลเลกชันใหม่จาก CARDFUN นี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่ของการเสพป๊อปคัลเจอร์ ที่ผสมผสานคุณค่าทางศิลปะระดับการ์ดสะสมพรีเมียม เข้ากับความมันส์ของเกมการ์ดแบทเทิลเชิงกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ Fan Marvel ไม่ควรพลาด:

    ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายสุดแกร่ง (Build Your Ultimate Team): รวบรวมตัวละครระดับตำนานไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น  Spider-Man, Iron Man, Captain America, Thor, Wolverine ตลอดจนทีม Avengers และ X-Men ให้ผู้เล่นได้เลือกสรรและจัดทัพสร้างเด็คตามสไตล์ของตัวเองอย่างไร้ขีดจำกัด

    งานผลิตสไตล์ CARDFUN คุณภาพพรีเมียม & เสน่ห์ลายเส้นศิลปะสุดคลาสสิก: โดดเด่นด้วยนวัตกรรมการพิมพ์และเอฟเฟกต์การ์ดระดับพรีเมียมเอกลักษณ์เฉพาะของ Jason Anime ถ่ายทอดงานภาพ Marvel อันทรงคุณค่า ด้วยลายเส้นที่สวยงาม เปลี่ยนการ์ดทุกใบให้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะสะสม (Collectible Art) ที่เหนือกาลเวลา

    ทะลวงสู่จักรวาล Marvel ผ่านการ์ดแบทเทิลสุดเร้าใจ: เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ดึงความสามารถและพลังแฝงของคาแรคเตอร์โปรดมาวางแผนกลยุทธ์ ชิงไหวชิงพริบ และสร้างโมเมนต์การต่อสู้ระดับมหากาพย์ในแบบฉบับของตัวเอง

    เสริมทักษะและการคิดเชิงกลยุทธ์: การ์ดเกมไม่เพียงแต่มอบความมันส์แบบทะลุปรอท แต่ยังเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนสร้างปฏิสัมพันธ์และกระชับความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนและครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม

    ยกระดับ Pop Culture สู่กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับทุกวัย “การจับมือกับค่ายการ์ดสะสมชั้นนำอย่าง CARDFUN ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอการ์ดสะสมที่สวยงาม และการพิมพ์คุณภาพสูงเท่านั้น แต่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แฟนๆ ได้เปิดประสาทสัมผัสในการโต้ตอบกับตัวละคร Marvel ผ่านการสวมบทบาทฟอร์มทีมเปิดศึกการ์ดแบทเทิล การ์ดเกมนี้จะเป็นสะพานเชื่อมจินตนาการ พร้อมช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวางกลยุทธ์ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมป๊อปคัลเจอร์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง” — นายจรกฤตย์ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้ช่วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท คิดซ์ แอนด์ คิทซ์ จำกัด กล่าว

    พร้อมให้เป็นเจ้าของและเปิดศึกดวลการ์ดแล้ววันนี้! ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ ฟอร์มทีมซูเปอร์ฮีโร่คนโปรด และเก็บสะสมการ์ด Marvel จาก CARDFUN ได้กลางเดือน ส.ค. นี้ ณ ร้านค้าหนังสือชั้นนำ ร้านการ์ดเกมทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Kidz and Kitz บน Shopee, Lazada และ TikTok Shop

    เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป (Jason Entertainment Group) คืออาณาจักรความบันเทิงและวัฒนธรรมชั้นนำระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการระบบนิเวศ IP ครบวงจร ด้วยการครอบครองพอร์ตโฟลิโอ IP ระดับมหาชนมากกว่า 500 IP ที่ได้รับอนุญาต บริษัทได้สร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดการ์ดสะสมสำหรับผู้ใหญ่เป็นอันดับ 1 และก้าวขึ้นสู่แบรนด์การ์ดสะสมชั้นนำอันดับ 2 ของประเทศจีน พร้อมสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระยะยาวร่วมกับยักษ์ใหญ่ระดับสากล อย่าง Disney, Universal และค่ายความบันเทิง ระดับท็อปทั่วโลก

    ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลในการยกระดับป๊อปคัลเจอร์ เจสัน เอนเตอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป ได้ขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจผ่าน 7 ภูมิภาคหลักทั่วโลก ครอบคลุมกว่า 26 ประเทศ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การ์ดสะสม, การ์ดเกมต่อสู้ (TCG) ระดับโปร, ฟิกเกอร์ ไปจนถึง Art Toys และในปี 2026 นี้ บริษัทพร้อมประกาศศักดาบนเวทีโลกด้วยการจับมือกับ Marvel เปิดตัวโปรเจกต์ระดับมหากาพย์อย่าง Marvel Hero Rush ตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้นำองค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมความบันเทิงที่ไม่หยุดยั้ง เพื่อเชื่อมโยงแฟนคลับและส่งมอบประสบการณ์ทรงคุณค่าให้แก่ผู้เล่นทั่วทุกมุมโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • ถ่ายทอดภูมิปัญญาการหมักแบบญี่ปุ่นสู่ "กิจวัตรการดูแลผิว"แบรนด์ใหม่ “Qina”เปิดตัวเฟเชียลเซรัมสู่ตลาดโลก

    ถ่ายทอดภูมิปัญญาการหมักแบบญี่ปุ่นสู่ “กิจวัตรการดูแลผิว”แบรนด์ใหม่ “Qina”เปิดตัวเฟเชียลเซรัมสู่ตลาดโลก

    โปรดิวเซอร์ด้านอีเวนต์ Mai Shibutani ได้ตระหนักถึงคุณค่าของ J-Beauty ระหว่างการใช้ชีวิตในต่างประเทศและได้นำมุมมองด้าน “การออกแบบประสบการณ์” มาสร้างสรรค์เป็นกิจวัตรเล็กๆเพื่อการดูแลและโอบกอดตัวเอง

    บริษัท COMBRIDGE & EB Co., Ltd. (สำนักงานใหญ่: เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว / ประธานกรรมการบริหาร: Satoshi Shokuri) เปิดตัวแบรนด์ความงามใหม่ “Qina” พร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวชิ้นแรกของแบรนด์ “Qina Serum” (Facial Serum ขนาด 30 มล. ราคา 3,980 เยน รวมภาษี) ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2026 ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon, Qoo10 และ TikTok Shop

    Qina เปิดตัวคอนเซ็ปต์“ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น” พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ผสานภูมิปัญญาการหมักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับส่วนผสมที่ได้รับความสนใจจากงานวิจัยด้านสกินแคร์สมัยใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลผิวที่ก้าวไปไกลกว่ากิจวัตรประจำวัน เปลี่ยนช่วงเวลาการบำรุงผิวในทุกวันให้กลายเป็น “กิจวัตรแห่งการดูแลตัวเองเล็กๆ” แห่งการใส่ใจและดูแลตัวเองอย่างประณีต

    ■คอนเซ็ปต์ของแบรนด์
    ประกายความงามจากภายใน ที่หล่อหลอมด้วยวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น
    Where Japanese Rituals Become Inner Glow
    ในปัจจุบันแม้เราทุกคนต่างปรารถนาที่จะดูดีขึ้น แต่ท่ามกลางการใช้ฟิลเตอร์บนโซเชียลมีเดียและข้อมูลข่าวสารที่หลั่งไหลอย่างไม่สิ้นสุด เรากลับมักมองเห็นเพียงตัวเองที่ยังไม่ดีพออยู่เสมอ
    Qina จึงตั้งคำถามต่อค่านิยมดังกล่าวว่า
    “กิจวัตรการดูแลตัวเองไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวคุณ แต่คือการดูแลตัวตนของคุณในวันนี้ด้วยความใส่ใจ”
    ญี่ปุ่นสืบทอดภูมิปัญญาในการดูแลตนเองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการหมัก การให้คุณค่ากับความว่าง การใช้ชีวิตตามฤดูกาล หรือพิธีชงชา ซึ่งล้วนเป็นวิถีแห่งการดูแลตนเองที่มีความประณีต Qinaจึงนำภูมิปัญญาเหล่านี้มาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนกิจวัตรการดูแลผิวในแต่ละวันให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความรื่นรมย์

    ■จุดกำเนิดของ Qina
    Qina ถือกำเนิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก โดยพัฒนาภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรMai Shibutani ผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้ทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ด้านอีเวนต์และมีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการและงานอีเวนต์ในหลายประเทศทั่วโลก ประสบการณ์จากการได้สัมผัสวัฒนธรรมและค่านิยมที่หลากหลายทำให้เธอตระหนักว่าญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมความงามที่ควรค่าแก่การเผยแพร่สู่เวทีโลก
    ในญี่ปุ่นผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลและบำรุงผิวอย่างพิถีพิถันมาอย่างยาวนาน การดูแลผิวไม่ใช่เพียงเพื่อความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาในการหันกลับมาดูแลตัวเองและสร้างความสงบให้กับจิตใจอีกด้วย จากประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศและการได้สัมผัสกับแบรนด์ความงามระดับโลกมากมาย ทำให้ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลกยิ่งชัดเจนขึ้น จนนำไปสู่การก่อตั้งแบรนด์ Qina
    ชื่อแบรนด์ “Qina” สะท้อนความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้ค่อยๆบ่มเพาะความงามในแบบของตนเองในทุกๆวัน ภารกิจของแบรนด์คือการนำแนวคิดด้านความงามที่สืบทอดกันมาในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาด้านการหมักหรือการนำส่วนผสมจากข้าวมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตยุคปัจจุบันและส่งต่อสู่ผู้คนทั่วโลก Qina มุ่งหวังให้ช่วงเวลาแห่งการดูแลผิวเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนได้ดูแลและให้คุณค่ากับตัวเอง พร้อมนำเสนอคุณค่าใหม่ของการดูแลตนเอง

    ■ข้อความจาก Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์
    การเดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลกทำให้ฉันรู้สึกว่าวงการความงามกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นและใหม่ขึ้นอยู่เสมอ แต่ญี่ปุ่นกลับมีปรัชญาที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือการค่อยๆทำอย่างพิถีพิถันและทำอย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน ซึ่งหนึ่งในสัญลักษณ์ของแนวคิดนี้ก็คือวัฒนธรรมการหมัก
    เมื่อกลับมาญี่ปุ่นฉันจึงคิดว่าสิ่งที่อยากทำไม่ใช่การส่งออกคุณค่านี้ไปสู่โลกแต่คือการแบ่งปัน Qina มุ่งหวังที่จะเป็นแบรนด์ที่แบ่งปันภูมิปัญญาด้านการหมักที่สืบทอดมาในญี่ปุ่นและวัฒนธรรมการดูแลผิวอย่างพิถีพิถันในชีวิตประจำวันไปสู่ผู้คนทั่วโลก
    ฉันเชื่อว่าความงามไม่ใช่สิ่งที่ได้มาในชั่วข้ามคืน แต่เป็นสิ่งที่ค่อยๆเติบโตจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอในทุกๆวัน

    ■เกี่ยวกับ Qina
    Qina เป็นแบรนด์ความงามและการดูแลตนเองจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้โครงการสนับสนุนธุรกิจใหม่ภายในองค์กรของบริษัท COMBRIDGE & EB Co., Ltd.
    ภายใต้แนวคิด “Where Japanese Rituals Become Inner Glow (ประกายความงามจากภายในที่เกิดจากวิถีการดูแลความงามแบบญี่ปุ่น)” แบรนด์มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวัฒนธรรมการดูแลความงาม เทคโนโลยีการหมัก และสุนทรียภาพด้านความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก
    Qina ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าที่จะเติบโตเป็นแบรนด์ที่ช่วยยกระดับไลฟ์สไตล์ผ่านคอนเซ็ปต์ “Japanese Rituals” หรือวิถีการดูแลตนเองแบบญี่ปุ่น
    ในอนาคต Qina มีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดในภูมิภาคลาตินอเมริกาเป็นหลัก เพื่อเดินหน้าความท้าทายครั้งใหม่ในการถ่ายทอดวัฒนธรรมความงามของญี่ปุ่นสู่ผู้คนทั่วโลก

    ■สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับข่าวประชาสัมพันธ์นี้
    สำหรับสื่อมวลชนที่ประสงค์สัมภาษณ์ออนไลน์กับ Mai Shibutani โปรดิวเซอร์ของแบรนด์ ทางบริษัทสามารถจัดเตรียมล่ามให้ได้ กรุณาติดต่อได้ตามรายละเอียดด้านล่าง
    บริษัท: COMBRIDGE & EB Co., Ltd.
    อีเมล: hello.qina@cb-eb.co.jp
    เว็บไซต์แบรนด์: https://qina.tokyo

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES