แฟชั่นยั่งยืนไทยโกอินเตอร์ Renim และ POEM นำอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีระดับโลก

แฟชั่นยั่งยืนไทยโกอินเตอร์ Renim และ POEM นำอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีระดับโลก

Renim: แบรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่เปลี่ยนขยะให้เป็นแฟชั่น

Renim Project เป็นแบรนด์แฟชั่นยั่งยืนที่ก่อตั้งโดย Yo Songwut Thongtua โดยมุ่งเน้นการนำเสื้อผ้าวินเทจและสิ่งทอที่ถูกทิ้งกลับมาใช้ใหม่ ผ่านกระบวนการ Remake, Reduce และ Redesign แบรนด์สร้างชื่อเสียงจากการแปลงกางเกงยีนส์มือสอง ผ้าสต็อกค้างสต็อก และวัสดุเหลือใช้ให้เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่ทันสมัย

ความโดดเด่นของ Renim คือการผสานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้ากับการออกแบบที่มีสไตล์ แบรนด์ไม่เพียงแต่นำเสนอเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงยีนส์อัปไซเคิลเท่านั้น แต่ยังสร้างกระเป๋าจากขยะทะเล โดยร่วมมือกับ QUALY ผ่านโครงการ Net Free Seas ของ Environmental Justice Foundation Thailand กระเป๋า “Bring it back” ผลิตจากอวนจับปลาที่ถูกทิ้ง ซึ่งรวบรวมจากชาวประมงท้องถิ่นโมเดลนี้ไม่เพียงแต่จัดการปัญหาขยะทะเล แต่ยังสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

POEM x Cherry Khemupsorn: เมื่อความยั่งยืนกลายเป็นแฟชั่นเหนือกาลเวลา

POEM แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทยที่นำโดย Sean Chavanon Caisiri สร้างความฮือฮาในวงการแฟชั่นด้วยคอลเลกชัน TRÈS CHÉRIE ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกับนักแสดงและนักอนุรักษ์ Khemupsorn “Cherry” Sirisukha คอลเลกชันนี้ผสมผสานผ้าสต็อกค้างสต็อก ผ้าทอไทย และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา

จุดเด่นของคอลเลกชันนี้คือแนวทาง “inventory walkthrough” ที่ POEM กลับไปสำรวจวัสดุเหลือใช้ในสต็อกของตนเองและนำมาให้ชีวิตใหม่ Sean ยอมรับว่านี่เป็นความท้าทายที่ไม่เคยทำมาก่อน และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในกระบวนการคิดการออกแบบสมัยใหม่

นอกจากนี้ คอลเลกชันยังใช้วัสดุที่หลากหลาย รวมถึงผ้าทอไทยจากน่าน สงขลา และนครราชสีมา ซึ่งนำมาปรับโทนสีร่วมสมัยโดยยังคงลวดลายคลาสสิก ช่วยสร้างรายได้และโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่น

บทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนแฟชั่นยั่งยืนไทย

ความสำเร็จของแบรนด์อย่าง Renim ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน การได้รับการยอมรับจาก Vogue Who’s On Next 2018 ซึ่งจัดโดย Vogue Thailand สะท้อนความพยายามของทั้งสองภาคส่วนในการบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ในภาคแฟชั่น

นอกจากนี้ การเข้าร่วม Bangkok Design Week ซึ่งนำโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) แสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มวัฒนธรรมที่สนับสนุนโดยรัฐทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญในการสร้างความโดดเด่นและความน่าเชื่อถือให้กับนักออกแบบ

ความสำคัญของเรื่องราววัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทย

สิ่งที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์แฟชั่นยั่งยืนไทยคือความสามารถในการผสานเรื่องราวทางวัฒนธรรมเข้ากับการออกแบบร่วมสมัย ผู้บริโภคในระดับภูมิภาคและระดับโลกให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราว มีที่มา และมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แนวทางนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ Soft Power ของไทยในการใช้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการสร้าง影响力ในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *