AI กับธุรกิจดั้งเดิมไทย: ทางรอดหรือทางตัน?

AI กับธุรกิจดั้งเดิมไทย: ทางรอดหรือทางตัน?

ปี 2026 กับเส้นแบ่งที่ชัดเจน

ปี 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับธุรกิจไทย เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความได้เปรียบในการแข่งขัน รายงาน “Thailand 2026: Adapt with AI or Be Left Behind” ระบุชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ทำให้เกิดเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างผู้ที่ปรับตัวสู่ดิจิทัลก่อนกับธุรกิจดั้งเดิม 

จาก Generative AI สู่ Agentic AI: ก้าวกระโดดที่ต้องเข้าใจ

ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในปี 2026 คือการก้าวจาก Generative AI ที่ช่วยสร้างเนื้อหา ไปสู่ Agentic AI ที่สามารถ “วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำ” ได้อย่างอิสระ เสมือนมี “ผู้บริหารอัตโนมัติ” อยู่ภายในองค์กร  ในภาคการเงินสามารถจัดการ underwriter สินเชื่อที่ซับซ้อน ในภาคการผลิตสามารถเปิดใช้ predictive automation ที่ปรับการดำเนินงานแบบ real-time 

ข้อมูลการนำ AI ไปใช้: ความจริงที่น่าสนใจ

ผลสำรวจระบุว่าผู้ประกอบการ SME ไทยกว่า 7 ใน 10 กำลังนำ AI มาใช้ในธุรกิจ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอาเซียนอย่างมีนัยสำคัญ  อย่างไรก็ตาม มีเพียง 43% ของธุรกิจไทยที่ใช้ AI อย่างสม่ำเสมอ โดยสตาร์ทอัพนำอยู่ที่ 47% เมื่อเทียบกับองค์กรขนาดใหญ่ 24% และ SME เพียง 17% 

ช่องว่างนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้การรับรู้ถึงความสำคัญของ AI จะสูง แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังคงเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ตัวอย่างจากภาคเกษตร: AI กับสวนทุเรียนไทย

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนไทยที่หันมาใช้เทคโนโลยีจากจีน ทั้งกล้องอัจฉริยะ IoT และ AI ในการเฝ้าระวังและจัดการสวน ทุเรียนถือเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้สูงสุดรายการหนึ่งของไทย การนำ AI มาใช้ช่วยให้ตรวจจับปัญหได้เร็วขึ้น และสร้างสิ่งที่ตลาดส่งออกต้องการมากขึ้น ทั้งความสม่ำเสมอ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และบันทึกที่ชัดเจนของกระบวนการผลิต 

“นกกระซิบ” AI: ผู้ช่วยร้านค้าถุงเงินไทยช่วยไทย

รัฐบาลได้เปิดตัว “นกกระซิบ” AI ผู้ช่วยร้านค้าที่ผสานอยู่ในแอปพลิเคชันถุงเงินไทยช่วยไทย โดยมีเป้าหมายช่วยธุรกิจขนาดเล็กและพ่อค้าแม่ค้าในชุมชนบริหารจัดการร้านค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยอดการใช้งานทะลุ 400,000 ครั้งแล้ว  โครงการนี้ช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กใช้ข้อมูลเชิงลึกในการปรับปรุงขีดความสามารถในการแข่งขันและลดต้นทุน 

“Thai Street Gold Star”: AI สำหรับอาหารข้างทาง

โครงการ “Thai Street Gold Star” ที่ OSMEP ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่ช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติค้นหาร้านค้าที่ได้รับการรับรอง วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และแนะนำเส้นทางอาหารและสุขภาพที่ปรับแต่งได้  โครงการนี้ยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานสำหรับ SME โดยให้เครื่องมือ POS ดิจิทัลสำหรับการจัดการสินค้าคงคลัง การวิเคราะห์ยอดขาย และการจัดทำงบประมาณ 

ความท้าทายด้านบุคลากร

รายงานชี้ว่าพนักงานกว่า 56% ของแรงงานจะต้องได้รับการ reskilling อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2026 เพื่อทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ 4 ใน 5 ของผู้บริโภคพร้อมที่จะเลิกใช้แบรนด์ที่ปกปิดการใช้งาน AI ความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งจำเป็นเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ทางเลือก 

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *