Author: marketing@vritimes.com

  • Öhlins เปิดตัวโช้คอัพหลัง STX46  ยกระดับสมรรถนะ Honda Forza 750 และ X-ADV 750

    Öhlins เปิดตัวโช้คอัพหลัง STX46 ยกระดับสมรรถนะ Honda Forza 750 และ X-ADV 750

    มิถุนายน .. 2569, จังหวัดชลบุรี ประเทศไทยบริษัท เออห์ลินส์ เอเซีย จำกัด ประกาศเปิดตัวระบบกันสะเทือนหลังสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด Öhlins HO 531 ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ Honda Forza 750 (รุ่นจำหน่ายทั่วโลก) และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) นวัตกรรมใหม่นี้ได้รับการออกแบบเพื่อนำความแม่นยำระดับสนามแข่งมาสู่รถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ (Maxi-Scooter) ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่เหนือชั้น ความแม่นยำสูงสุด และความนุ่มนวลระดับพรีเมียมในทุกการเดินทาง

    ตอบรับนิยามใหม่แห่งการขับขี่ทั้งในเมืองและการเดินทางไกล เมื่อสมรรถนะของสกู๊ตเตอร์ยุคใหม่ถูกท้าทายไปอีกขั้น ‘เออห์ลินส์’ (Öhlins) พร้อมนำเสนอระบบกันสะเทือนระดับเวิลด์คลาส ที่ช่วยหลอมรวมผู้ขับขี่และตัวรถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มอบเสถียรภาพสูงสุดและการเข้าโค้งที่แม่นยำอย่างเหนือชั้นในทุกเส้นทาง

    เทคโนโลยี Monotube ขั้นสูง ออกแบบมาเพื่อ Maxi-Scooter ทั้งสำหรับการใช้งานบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน และการขับขี่สไตล์ผจญภัยอย่างไร้ขีดจำกัด

    ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 รุ่นใหม่นี้ พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม STX46 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะ คุณภาพ และความทนทาน สำหรับ Honda Forza 750 และ X-ADV 750 (รุ่นจำหน่ายในเอเชีย) ด้วยโครงสร้างระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube) พร้อมซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir) ทำให้ STX46 สามารถตอบสนองการซับแรงกระแทกได้อย่างสม่ำเสมอ และระบายความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่

    นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์สไตล์การขับขี่และน้ำหนักบรรทุกที่แตกต่างกัน โช้คอัพรุ่นนี้จึงมาพร้อมกับตัวปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และยังมีตัวปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster) ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียดและแม่นยำ เพื่อรองรับการตั้งค่าสำหรับผู้โดยสาร การบรรทุกสัมภาระหนัก หรือการลุยเส้นทางขรุขระ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ

    ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specifications):

    รหัสสินค้า: HO 531

    เทคโนโลยี:เทคโนโลยี STX, ซับแทงค์ภายในตัว (Internal Reservoir), ระบบกันสะเทือนแก๊สแรงดันสูงแบบกระบอกเดี่ยว (Monotube)

    ความยาวรวม: 301 มม.

    ระยะยืดยุบ (Stroke): 53 มม.

    การตั้งค่า: การปรับรีบาวด์ (Rebound Damping) ในตัว และการปรับระยะยุบตัว (Spring Preload) ด้วยระบบรีโมทไฮดรอลิก (Remote Hydraulic Adjuster)

    ข้อมูลการจัดจำหน่าย

    ระบบกันสะเทือนหลัง Öhlins HO 531 มีวางจำหน่ายแล้วผ่านทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการติดตั้งและรับบริการสนับสนุนด้านเทคนิค ผู้ขับขี่ควรติดต่อเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ (Öhlins Service Center) ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

    Download Full Press Kit

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • จุดเริ่มต้นง่ายๆ สู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ดิจิทัล — Wacom เปิดตัว Wacom One 14 Pen Display รุ่นใหม่

    จุดเริ่มต้นง่ายๆ สู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ดิจิทัล — Wacom เปิดตัว Wacom One 14 Pen Display รุ่นใหม่

    ค้นพบพลังแห่งความสร้างสรรค์ในตัวคุณ ด้วยหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ดีไซน์เบาถนัดมือ และประสิทธิภาพการตอบสนองของปากกาที่แม่นยำ Wacom One 14 รุ่นใหม่ พร้อมพาคุณเข้าสู่จุดเริ่มต้นง่ายๆ สู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ดิจิทัล

    ณ กรุงโตเกียว
    ประเทศญี่ปุ่น – วันที่
    17 กันยายน 2025 – วันนี้
    Wacom ประกาศเปิดตัว Wacom One 14 จอแสดงผลพร้อมปากการุ่นล่าสุดในซีรีส์ Wacom One ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นก้าวแรกที่น่าดึงดูดสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ดิจิทัล โดยสามารถเชื่อมต่อ Wacom One 14 กับ PC, Mac หรือ Chromebook ได้อย่างง่ายดาย มอบสมดุลระหว่างความสะดวก ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าให้กับผู้เริ่มต้นด้านงานสร้างสรรค์
    เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักวาดมือใหม่ ผู้ที่ทำงานอดิเรกด้านศิลปะ และผู้ที่ชื่นชอบการคิดเชิงภาพ ไม่ว่าจะใช้ในการวาดภาพ ร่างแบบ ตกแต่งภาพ
    เขียนคำอธิบายประกอบ หรือค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทางด้านความคิดสร้างสรรค

    Image

    เริ่มต้นอย่างมั่นใจกับงานสร้างสรรค์ดิจิทัล

    Wacom One 14 มาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 14 นิ้ว
    ความละเอียด Full HD เคลือบผิวกันแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ เพื่อลดแสงสะท้อนบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดจ่อไปกับงานสร้างสรรค์ของตนได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังใช้เทคโนโลยีการยึดติดแบบตรง เพื่อมอบสัมผัสการวาดที่เป็นธรรมชาติราวกับเขียนบนกระดาษ หน้าจอขนาดใหญ่ช่วยให้มือใหม่ด้านงานสร้างสรรค์มีพื้นที่มากพอสำหรับการวาดภาพ ร่างแบบ และวาดภาพประกอบ โดยยังคงความกะทัดรัดและด้วยน้ำหนักเพียง
    750 กรัม ทำให้พกพาสะดวก ติดตั้งง่าย หน้าจอยังแสดงผลสีที่แม่นยำและเชื่อถือได้ เหมาะสำหรับงานศิลปะ การตกแต่งภาพ และงานสำหรับการใช้งานทั่วไป

    เทคโนโลยีปากกาของ Wacom ได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานความเชี่ยวชาญที่มีมายาวนานกว่า 40 ปี มอบประสบการณ์การใช้งานที่นุ่มนวลและเชื่อถือได้ ด้วยการลดความคลาดเคลื่อนระหว่างตำแหน่งปากกาและภาพ
    ความหน่วงต่ำ และจดจำการเอียงของปากกาอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้มือใหม่ด้านงานสร้างสรรค์ดิจิทัลเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่เป็นธรรมชาติตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน ปากกา Wacom One Standard Pen มาพร้อมกับด้ามจับไร้แบตเตอรี่ น้ำหนักเบา พร้อมปุ่มที่คุณปรับแต่งเองได้สองตำแหน่ง นอกจากนี้ Wacom One 14 ยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาจากแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ เช่น
    Staedtler, LAMY และ Dr. Grip เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกจับปากที่ถนัดมือและสไตล์ที่ตรงใจได้อย่างอิสระ

    Image

    เชื่อมต่อสะดวกด้วยสายเพียงเส้นเดียว

    ติดตั้งง่าย ๆ ด้วยสาย USB-C เพียงเส้นเดียว
    ในกรณีที่คอมพิวเตอร์รองรับ DisplayPort Alt Mode หรือ Thunderbolt 3/4 ซึ่งสามารถส่งกำลังไฟ ภาพ และข้อมูลได้ในสายเดียว
    ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็ว สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีพอร์ต USB-C รองรับจะสามารถใช้งานได้ผ่านอุปกรณ์เสริม Wacom
    Converter ซึ่งจะมาช่วยการในเชื่อมต่อผ่านพอร์ต HDMI, USB-C และช่องจ่ายไฟ โดย Wacom One 14 จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows
    10 ขึ้นไป, macOS 13 ขึ้นไป และ Chromebook

    ปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ของคุณ

    Wacom One 14 มาพร้อมชุดแอปพลิเคชันสร้างสรรค์หลากหลายประเภท ให้ผู้ใช้เริ่มต้นสร้างผลงานได้ทันที โดยมี Clip Studio Paint Pro, Magma และ
    Concepts รองรับงานวาดภาพและการ์ตูน Passpartout 2 เพิ่มประสบการณ์ทางด้านศิลปะแบบอินเทอร์แอคทีฟที่สนุกสนาน Foxit PDF Editor รองรับการใช้งานด้านการเรียน งานเอกสาร และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ส่วน Skillshare เปิดโอกาสให้เข้าถึงบทเรียนออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านงานสร้างสรรค์ เครื่องมือทั้งหมดนี้จะช่วยให้มือใหม่และผู้ที่ทำงานอดิเรกด้านศิลปะสามารถสำรวจและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน

    “Wacom One 14 ได้รับการออกแบบมาสำหรับก้าวแรกของผู้ที่กำลังจะเข้าสู่โลกของการวาดภาพและการสร้างภาพประกอบในแบบดิจิทัล” โคจิ ยาโนะ
    รองประธานอาวุโสฝ่าย Creative Experience ของ Wacom กล่าว “ด้วยการผสานหน้าจอขนาดใหญ่เข้ากับเทคโนโลยีปากกาที่เชื่อถือได้ ในรูปแบบที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นด้านงานสร้างสรรค์ ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้ได้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ตั้งแต่วันแรกที่ใช้”

    พร้อมวางจำหน่าย

    Wacom One 14 จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ผ่านทาร้านค้าตัวแทนจำหน่าย

    ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.wacom.com/products/pen-displays/wacom-one

  • National Innovation Agency Presents AgTech CONNEXT to ASEAN Demo Day 2025

    National Innovation Agency Presents AgTech CONNEXT to ASEAN Demo Day 2025

    The National Innovation Agency (Public Organization), Thailand (NIA) is proud to announce the AgTech CONNEXT to ASEAN Demo Day, taking place on 17 September 2025 as part of Horti & Agri Indonesia and ILDEX Indonesia 2025.

    Image

    This
    high-profile event will spotlight five outstanding AgTech startups that
    are redefining the future of agriculture with smarter, more sustainable
    solutions for the ASEAN region and beyond:

    ·       
    BIOM Co., Ltd.
    – Powering sustainable farming with smart microbes and science-driven
    bio-solutions

    ·       
    Pureplus Bio Agrotech Co., Ltd. – Biotree: Boosting soil health with smart, automated
    microbial technology

    ·       
    Consultech Co., Ltd. – Smart AI for perfect eggs – Inspect, analyze, and optimize in
    real-time

    ·       
    Algaeba Company Limited – SeaThru MOBILE: A web-based AI tool for fast, accurate
    fish-shrimp counting

    ·       
    Aqua Conquest Co., Ltd. – Boost shrimp health with innovation, cut losses, and grow
    smarter

    The Demo Day
    provides a platform for entrepreneurs to present their innovations to
    investors, agribusiness leaders, and policymakers, with the aim of driving
    technology adoption and expanding opportunities across ASEAN.

    The event is
    expected to attract a wide audience of farmers, agribusiness executives,
    investors, and technology partners who are eager to explore new solutions and
    expand their networks in one of Asia’s fastest-growing agricultural markets.

    Algaeba Company LimitedBIOM Co., Ltd.Consultech Co., Ltd.Pureplus Bio Agrotech Co., Ltd.Aqua Conquest Co., Ltd.

    The AgTech
    CONNEXT to ASEAN Demo Day
    offers a unique gateway to discover breakthrough
    agricultural technologies that are shaping the future of farming, meet the next
    generation of bold AgTech entrepreneurs, and explore exciting business and
    investment opportunities in Indonesia and across the ASEAN region.🌾 Don’t miss this chance to see innovation in
    action!

    Register
    now to attend Horti
    & Agri Indonesia
    and the AgTech CONNEXT to ASEAN Demo Day:
    https://ildexid2025.jupinnothai.net/Registration/ChooseTypeRegis.aspx?codeInv=Horti04

  • Shimamo

    Shimamo

    Shimamo ปล่อยเพลงใหม่“Lonely Star” 12 ก.ย. 2025 สะท้อนด้านสดใสและด้านมืดของโลกโซเชียล

    ศิลปินรุ่นใหม่ “ShimaMo” ศิลปินเจ้าของเสียงร้อง “หนึ่งเดียว” ที่โดดเด่นบนโซเชียลศิลปินนักร้อง-นักแต่งเพลงรุ่นใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่ม GEN Z ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกขนานนามว่า “ไม่เคยมีใครเหมือนมาก่อน” และมียอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียรวมกว่า 2.5 ล้านคน ได้ปล่อยซิงเกิลดิจิทัลล่าสุด “Lonely Star” ในวันที่ 12 กันยายน 2025 (วันศุกร์) พร้อมเผยแพร่มิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการในวันเดียวกัน สำหรับภาพปกซิงเกิล ได้รับการออกแบบโดย Utsusemi Rari นักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงในผลงานแนว “ภาพล้อร่วมสมัย”
    เพลง “Lonely Star” ถ่ายทอดอารมณ์อันซับซ้อนที่อ่อนไหวระหว่างความรักและความโดดเดี่ยว บอกเล่าความสัมพันธ์จอมปลอมและรักที่คลุมเครือ ผ่านถ้อยคำตรงไปตรงมาและอารมณ์จริงจัง ด้านหนึ่งเป็นท่วงทำนองป๊อปที่ติดหู แต่เมื่อตั้งใจฟังเนื้อเพลงจะสัมผัสได้ถึง แง่มุมเสียดสี ที่สะท้อนโลกโซเชียลทั้งด้านสว่างและเงามืดอย่างลึกซึ้ง โดยผสานเข้ากับเสียงร้องทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของ ShimaMo และการเรียบเรียงแบบร็อก ทำให้เพลงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ตรึงใจผู้ฟัง

    ประวัติ ShimaMo
    ShimaMo เป็นศิลปินนักแต่งเพลงจากจังหวัดมิยางิ ผู้สร้างผลงานด้วยตนเองทั้งเนื้อร้อง ทำนอง และการเรียบเรียงเพลง ด้วยพลังเสียงที่สามารถถ่ายทอดทั้งความละเอียดอ่อนและความแข็งแกร่ง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “ศิลปินรอบด้าน” ปัจจุบันเธอมียอดผู้ติดตามบนโซเชียลมากกว่า 2.5 ล้านคน และกำลังได้รับความนิยมจาก กลุ่ม GEN Z ในโซเซียลมีเดียอย่างกว้างขวางทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกขนานนามว่า “ไม่เคยมีใครเหมือนมาก่อน”สร้างสรรค์บทเพลงที่กินใจผู้ฟังอย่างต่อเนื่อง

    ผลงานเด่นที่ผ่านมา ได้แก่
    เพลง “YOU” ที่มียอดรับชมบน TikTok กว่า 600 ล้านครั้ง
    ผู้ชนะการประกวด “TikTok Spotlight Audition”
    อันดับ 2 ใน Billboard TikTok Japan Yearly Song Ranking 2019

    ■ ช่องทางโซเซียลมีเดียของ ShimaMo
    YouTube:https://www.youtube.com/@shimamonx
    X(Twitter) :https://x.com/shimamonx 
    Instagram :https://www.instagram.com/shimamonx/
    TikTok:https://www.tiktok.com/@shimamonx
    Streaming Link :https://shimamonx.lnk.to/lonelystar

    Image

  • Aemorph ประกาศขยายการให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

    Aemorph ประกาศขยายการให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

    Aemorph ประกาศขยายการให้บริการในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจไทยที่กำลังมุ่งเน้นการเติบโตบนโลกดิจิทัล

    บริษัท Aemorph ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลระดับสากล ประกาศขยายการให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจไทยที่กำลังมุ่งเน้นการเติบโตบนโลกดิจิทัล Aemorph พร้อมนำเสนอบริการที่ครอบคลุมและทันสมัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

    บริการ SEO (Search Engine Optimization)

    Aemorph มุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ SEO ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์ การค้นคว้าและวิเคราะห์คีย์เวิร์ด การปรับแต่งเนื้อหา ไปจนถึงการสร้างลิงก์คุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ของธุรกิจสามารถติดอันดับการค้นหาบน Google ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ภายใต้การให้บริการ SEO ประกอบด้วยหลายระดับเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด:

    SEO ระดับองค์กร (Enterprise SEO)ออกแบบกลยุทธ์ SEO สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างซับซ้อน มุ่งเน้นการบริหารจัดการเว็บไซต์หลายหมวดหมู่และหลายพันหน้าพร้อมกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ในระดับองค์กร

    SEO ระดับโลก (Global SEO)เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ Aemorph ใช้กลยุทธ์การทำ SEO หลายภาษา (Multilingual SEO) และหลายภูมิภาค (Multiregional SEO) เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

    SEO ท้องถิ่น (Local SEO)ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจในไทยเข้าถึงลูกค้าใกล้พื้นที่ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพ Google Business Profile การทำรีวิวออนไลน์ และกลยุทธ์เฉพาะพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจท้องถิ่นเป็นที่รู้จักและค้นหาเจอได้ง่าย

    SEO อีคอมเมิร์ซ (Ecommerce SEO)มุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายและการมองเห็นของร้านค้าออนไลน์ ทั้งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ร้านค้า ช่วยปรับโครงสร้างสินค้า การทำคอนเทนต์ที่ตรงกับการค้นหา และการเพิ่ม Conversion

    แคมเปญ 45 วัน ของ Aemorph Aemorph เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงทรัพยากรฟรีด้าน SEO เช่น คู่มือ เทคนิคเบื้องต้น และการตรวจสอบเว็บไซต์ (Free SEO Audit) เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นปรับปรุง SEO ได้ด้วยตนเอง

    บริการ Content Marketing

    เราสร้างสรรค์และจัดการเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย เนื้อหาที่ผลิตโดยทีม Aemorph ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ แต่ยังเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

    บริการ Web Development & UX Design

    ทีมงานของเราพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบด้วยหลัก UX/UI ที่ทันสมัย รองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ รวมถึงปรับแต่งให้เหมาะสมต่อการทำ SEO เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

    บริการ Data & Analytics

    Aemorph ให้บริการเก็บ วิเคราะห์ และตีความข้อมูลจากหลากหลายช่องทางออนไลน์ เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและทันเวลา ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการปรับกลยุทธ์การตลาดให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง

    บริการ Video Production

    เราผลิตวิดีโอคุณภาพสูง ทั้งวิดีโอประชาสัมพันธ์ วิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดีย และวิดีโอเชิงธุรกิจ โดยเน้นการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และการตัดต่อที่ทันสมัย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภค

    บริการ Digital Strategy & Consulting

    Aemorph ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การกำหนดเป้าหมาย ไปจนถึงการออกแบบแผนปฏิบัติการ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยธุรกิจไทยวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

    Aemorph มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางดิจิทัลให้กับธุรกิจไทย

    การขยายบริการครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ Aemorph ที่จะนำความเชี่ยวชาญและมาตรฐานการทำงานระดับนานาชาติมาเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจในประเทศไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดดิจิทัล โดยทางทีมงาน Aemorph ได้เปิดให้บริการ SEO คลินิกแล้ว ตรวจสอบได้เลยที่นี่!

  • ASUENE  (THAILAND) Achieves ISO/IEC 29110 Certification for Software Development

    ASUENE (THAILAND) Achieves ISO/IEC 29110 Certification for Software Development

    ASUENE Inc. announced that its overseas subsidiary, ASUENE (THAILAND) Ltd. has achieved the ISO/IEC 29110 certification for software development by the British Standards Institution (BSI).

    This certification, an international standard for software development processes, objectively demonstrates that ASUENE (THAILAND)’s project management and software development practices meet global standards and deliver high-quality services.

    Background of ISO/IEC 29110 Certification

    In Thailand, efforts toward achieving carbon neutrality by 2050 are accelerating, with initiatives such as the “Climate Change Act” draft now under public review and other institutional frameworks being developed. As a result, not only manufacturers in sectors like automotive and electronics, but also leading companies driving the Thai economy are expected to comply with these emerging regulations. Buyer companies, in particular, require software systems that ensure accuracy, reliability, and consistency in collecting, analyzing, and reporting GHG emissions data.

    Against this backdrop, ASUENE (THAILAND) has obtained ISO/IEC 29110 certification, demonstrating its capability to deliver high-quality systems and software products.

    ASUENE is a climate tech company with the mission of “Changing the world for the next generation.” We provide an all-in-one decarbonization solution and, through our carbon accounting platform “ASUENE,” drives decarbonization across entire supply chains. Our solutions are currently deployed by more than 15,000 companies in Japan and abroad, making us Asia’s leading provider in this field. With global hubs in six countries, we continue to accelerate our global expansion. Moving forward, we remain committed to strengthening customer trust while continuously enhancing our quality management systems.

    About ISO/IEC 29110 Certification

    ISO/IEC 29110 is a software development process standard designed for small organizations, objectively demonstrating compliance with internationally recognized quality management frameworks.

    Overview of ISO/IEC 29110 Certification

    Certified Organization: ASUENE (THAILAND) Ltd.
    Scope of Certification: Software Development Process and Project Management Process
    Standard Applied for Assurance: ISO/IEC 29110-4-1:2018 (Lifecycle Profiles for VSEs)
    Date of Certification: August 16, 2025

    About ASUENE (THAILAND) Ltd. 

    Company Name:ASUENE (THAILAND) Ltd.
    Address : Unit 2901-2904, Level 29 388, Exchange Tower, Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Khlong Toei, Bangkok 10110, Thailand
    Website:https://asuene.com/th

    ASUENE Company Profile

    ASUENE Inc. is a leading Climate Tech company in Japan with the mission of ”Changing the world for the next generation”. We provide “ASUENE”, a carbon accounting platform to measure, report and reduce carbon emissions of companies and we contribute to the net zero society.

  • ศิลปะดิจิทัลสองภาษา ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสาน

    ศิลปะดิจิทัลสองภาษา ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสาน

    อาจารย์เดวิด นักเขียนและศิลปินชาวต่างชาติผู้พำนักในอีสานมากว่า 20 ปี เปิดตัวผลงานศิลปะดิจิทัลสองภาษาในปี 2568 ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสานสู่ผู้ชมทั่วโลก

    าจารย์เดวิด นักเขียนและศิลปินชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสกลนครมานานกว่า 20 ปี ได้ประกาศเปิดตัวร้าน Etsy ใหม่ชื่อ “ThaiPoetryArt” ซึ่งนำเสนอผลงานศิลปะดิจิทัลที่ผสมผสานภาพวาดสไตล์ไทยเข้ากับบทกวีสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) โดยร้านนี้เป็นส่วนต่อขยายจากหนังสือกวี “บทกวีจากสกลนคร” ที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี 2568 โดยสำนักพิมพ์ Ysaan Books และได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้อ่านทั้งในและต่างประเทศ

    หนังสือ “บทกวีจากสกลนคร” ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 เป็นรวมบทกวีสองภาษาที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรมอีสาน ธรรมะพุทธศาสนา และความงามของธรรมชาติในสกลนคร โดยอาจารย์เดวิดได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและการเดินทางในพื้นที่นี้

    หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยกับนานาชาติ โดยมีบทกวีมากกว่า 20 บทที่ผสมผสานความเรียบง่ายของชีวิตชนบทเข้ากับปรัชญาพุทธ

    ร้าน “ThaiPoetryArt” บน Etsy นำบทกวีจากหนังสือเล่มนี้มาผสานกับงานศิลปะดิจิทัล โดยเริ่มต้นจากภาพถ่ายจริงที่อาจารย์เดวิดถ่ายในสกลนคร เช่น ทางเดินป่าภายใต้แสงจันทร์เต็มดวงในเรื่องราวของพระอาจารย์วัน อุตตโม ชายผู้ไม่เกรงกลัวกระสุนปืน หรือแก้วชาดอกอัญชันสีน้ำเงินสดใสยามพระอาทิตย์ตกดิน

    ศิลปะดิจิทัลของอาจารย์เดวิด เหมาะสำหรับตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร และสถานประกอบการ

    จากนั้นภาพเหล่านี้ถูกแปลงเป็นภาพวาดดิจิทัลด้วยเทคนิคที่เพิ่มเนื้อสัมผัสคล้ายพู่กัน สีสันเข้มข้น และเงาที่นุ่มนวล ก่อนจะแทรกบทกวีสองภาษาเข้าไปอย่างกลมกลืน สร้างผลงานที่ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายหรือบทกวี แต่เป็นการเล่าเรื่องแบบไทยสมัยใหม่

    งานศิลปะตกแต่งบ้าน พร้อมพิมพ์คุณภาพสูงและ eBook ฟรี

    ผลงานศิลปะชุดแรกมี 12 ชิ้น ครอบคลุมธีมต่าง ๆ เช่น ความกล้าหาญทางพุทธศาสนา (พระอาจารย์วัน อุตตโม), ความสุขในความเรียบง่าย (ชาดอกอัญชัน), การเปลี่ยนแปลง (หนอนผีเสื้อ), ฤดูกาล (ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูร้อน), คุณธรรมไทย (น้ำใจ), ประวัติศาสตร์ (พระธาตุภูเพ็ก), ธรรมชาติ (ฝน), และรากฐานความรู้ (ต้นไม้มหาวิทยาลัย)

    ผลงานแต่ละชิ้นพิมพ์บนกระดาษแมตต์คุณภาพสูง มีให้เลือก 3 ขนาด (12×18, 20×30, 24×36 นิ้ว) ราคา 28–37 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจัดส่งฟรีทั่วโลก และทุกการสั่งซื้อจะได้รับ eBook ดิจิทัลของ “บทกวีจากสกลนคร” เป็นของขวัญพิเศษในช่วงเวลาจำกัด

    อาจารย์เดวิดกล่าวว่า

    “งานศิลปะเหล่านี้ไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ชมสัมผัสถึงจิตวิญญาณของสกลนครและอีสาน ผมหวังว่าร้านนี้จะเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยกับโลกใบนี้ ต่อยอดจากหนังสือที่ผมตีพิมพ์ต้นปี”

    ร้าน “ThaiPoetryArt” บน Etsy เปิดให้บริการแล้วที่ https://thaipoetryart.etsy.com

  • Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ยกระดับห้องปฏิบัติการและนวัตกรรม สู่อนาคตเศรษฐกิจไทย

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ยกระดับห้องปฏิบัติการและนวัตกรรม สู่อนาคตเศรษฐกิจไทย

    กรุงเทพฯ, 1 สิงหาคม 2568 – ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านวิทยาศาสตร์
    ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสุขภาพในระดับภูมิภาค
    กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของงาน
    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 (ไทยแลนด์
    แล็บ อินเตอร์เนชันแนล 2025) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน
    2568 ณ
    ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของการจัดงาน
    ซึ่งในปีนี้
    งานได้ขยายขอบเขตครอบคลุมครบทุกอุตสาหกรรมสำคัญ โดยรวม 4 งานหลัก
    ได้แก่

    Thailand LAB
    INTERNATIONAL
    (ไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชันแนล) BioAP
    INTERNATIONAL
    (ไบโอเอพี อินเตอร์เนชันแนล) FutureCHEM
    INTERNATIONAL
    (ฟิวเจอร์เคม อินเตอร์เนชันแนล)การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Health &
    Innovation Asia (เฮลท์ แอนด์ อินโนเวชั่น เอเชีย) พร้อมโซนใหม่
    Food For Health Pavilion (ฟู้ด ฟอร์ เฮลท์ พาวิลเลียน)

    ซึ่งจัดโดยบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่เชื่อมโยง
    วิทยาศาสตร์ สุขภาพ และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ไว้ในงานเดียว ภายในงานจะมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 15,000 ตารางเมตร
    รวมผู้แสดงสินค้ากว่า 500 แบรนด์จาก 12 ประเทศ แบ่งเป็นผู้แสดงสินค้าไทย 60% และนานาชาติ 40%
    พร้อมพาวิลเลียนจาก จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะจุดศูนย์กลางของห่วงโซ่อุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย

    Image

    การขยายสู่ตลาดใหม่ของงาน Thailand LAB
    INTERNATIONAL 2025 ไม่ใช่แค่การเพิ่มขนาดของงาน แต่คือการต่อยอด ‘พลังแห่งความร่วมมือ’
    ที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง
    คุณอนุชา พันธุ์พิเชฐ
    ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านห้องปฏิบัติการและสุขภาพ บริษัท วีเอ็นยู
    เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “เรามีการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่
    อาทิ Big Data Institute, TED Fund, KX Knowledge
    Xchange
    , BART Lab, สมาคมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์, สมาคมโปรตีนแห่งประเทศไทย และ ศูนย์
    MIND Center โรงพยาบาลรามาธิบดี นับเป็นเครื่องยืนยันว่า
    Thailand LAB ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงเทคโนโลยี
    แต่คือ ‘ฐานปฏิบัติการระดับชาติ’
    สำหรับการต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแห่งอนาคต”

    “เรายังมีแรงสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและสมาคมชั้นนำที่สนับสนุนเราเสมอมา
    ทั้ง กรมวิทยาศาสตร์บริการ, กรมปศุสัตว์, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, สวทช., วว.,
    สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ, สถาบันอาหาร
    ,
    และอีกมากมาย
    ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานนี้สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ห้องแล็บ วิจัย
    การผลิต จนถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” คุณอนุชา กล่าว

    เวทีเจรจาการค้าเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือห้องปฏิบัติการฯ

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า
    แต่คือเวทีเจรจาการค้าและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับธุรกิจ
    เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้จริงในภาคสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร
    และสิ่งแวดล้อม ปีนี้เสริมความน่าสนใจด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ Startup
    Pavilion สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่, การเปิดตัวสินค้าใหม่,
    การประกวดบูธสวยงามและยั่งยืน, กิจกรรมจับคู่ธุรกิจทั้งออนไลน์และออนไซต์,
    และครั้งแรกกับ โครงการ Carbon Neutrality Program ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของงานในการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    Image

    สัมมนาวิชาการมากกว่า 65 สัมมนาจาก
    160 วิทยากรทั่ววงการ

    ภายในงานมีการประชุมสัมมนามากกว่า 65 หัวข้อ
    จาก 26 องค์กรทั้งหน่วยงานในไทยและต่างประเทศ หลากหลายหมวดหมู่
    ทั้งเทคโนโลยีชีวภาพ การวินิจฉัย ห้องปฏิบัติการดิจิทัล และเคมีขั้นสูง โดยวิทยากรมากกว่า
    160 ท่าน โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น:

    ·      
    Biotech
    Frontiers Forum #6 โดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)

    ·       Biotechnology
    International Congress ครั้งที่ 9 โดย BIC
    2025

    ·       การใช้งานวัสดุคอมโพสิตในห้องปฏิบัติการ
    (Composites
    in Laboratory Applications)

    ·       Global Testing
    Standards for Business Resilience โดย สวทช.

    ·       AI Applications for
    ISO/IEC 17025 Labs โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

    ·      
    นวัตกรรมเครื่องสำอางและความยั่งยืน โดย
    สมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย (TCOS)  เป็นต้น

    Image

    ขับเคลื่อนอนาคตนวัตกรรมของไทย

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 และงานที่จัดร่วมกัน
    ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของนวัตกรรมไทย ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัย ธุรกิจ
    และนโยบายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งกระบวนการวินิจฉัย ขยายการผลิตชีวภาพ
    หรือนิยามใหม่ของแนวคิด “อาหารคือยา” ล้วนสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยในอนาคตต้องขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์
    เทคโนโลยี และความร่วมมือข้ามภาคส่วน ขอเชิญนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ นักลงทุน
    และสตาร์ทอัพ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

    ขอเชิญผู้ที่สนใจเยี่ยมชมงาน Thailand LAB
    INTERNATIONAL 2025
    จัดร่วมกับ BioAP INTERNATIONAL, FutureCHEM
    INTERNATIONAL
    และ Health & Innovation Asia ระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:  www.thailandlab.com 

    ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อลุ้นรับของรางวัล
    ได้ที่  https://eventpassinsight.co/el/to/THLAB0030

  • OAKHOUSE บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศโครงการทุนการศึกษาพิเศษ สำหรับนักเรียนไทยในงาน Nippon Haku Bangkok 2025

    OAKHOUSE บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศโครงการทุนการศึกษาพิเศษ สำหรับนักเรียนไทยในงาน Nippon Haku Bangkok 2025

    สนับสนุนการศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่นด้วยโครงการทุนการศึกษาพร้อมที่พักฟรี 3 เดือน

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – สิงหาคม 2025 – บริษัท OAKHOUSE จำกัด ผู้บุกเบิกด้านบริการที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่: เขตโทชิมะ กรุงโตเกียว, ก่อตั้งเมื่อปี 1992, ประธานกรรมการ: Takeshi Yamanaka) ประกาศว่าจะเข้าร่วมงาน “Nippon Haku Bangkok 2025”
    ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 สิงหาคม 2025 ณ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

    ■ เปิดตัวโครงการทุนการศึกษาที่ไม่เหมือนใคร
    ภายในงานครั้งนี้ OAKHOUSE ได้ประกาศเปิดตัวโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทย โดยมีจุดเด่นคือการมอบสิทธิ์เข้าพักอาศัยฟรีในที่พักซึ่งทางบริษัทเป็นผู้บริหารจัดการเองโดยตรงเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นการสนับสนุนเพื่อเพื่มจำนวนนักศึกษาไทยให้สามารถทำตามฝันในการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้มากขึ้น

    ■ ผู้นำด้านบริการที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติ
    นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1992 บริษัท OAKHOUSE ได้มุ่งมั่นให้บริการด้านที่พักอาศัยเพื่อชาวต่างชาติใน
    ประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทดูแลและบริหารจัดการที่พักแบบ Co-living (แชร์เฮาส์)
    กว่า 4,800 ห้อง และอพาร์ตเมนต์พร้อมเฟอร์นิเจอร์กว่า 850 ห้อง โดยสามารถรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยมากกว่า 97% ซึ่งถือเป็นระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม

    จุดเด่นของบริษัทอยู่ที่การออกแบบบริการโดยคำนึงถึงความต้องการของชาวต่างชาติแบบรอบด้าน

    ・ไม่เรียกเก็บเงินประกัน ค่ากุญแจ และค่าธรรมเนียมตัวแทน
    ・ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันและไม่มีค่าต่อสัญญา
    ・ห้องพักทุกห้องมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
    ・สามารถทำสัญญาเช่าได้ตั้งแต่เช่า 1 เดือน
    ・รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต
    ・ไม่จำกัดศาสนา ภาษา หรือเพศ

    ในประเทศญี่ปุ่น ชาวต่างชาติต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการเมื่อต้องการเช่าที่พักอาศัย อันดับแรก ที่พักอาศัยส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมีระยะสัญญาเช่า 2 ปี ซึ่งไม่เอื้อต่อผู้ที่ต้องการพำนักระยะสั้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ของที่พักยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ผู้เช่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
    อีกทั้งในการตรวจสอบผู้เช่า หลายกรณีต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ญี่ปุ่น และอาจต้องมีผู้ค้ำประกันเป็นคนญี่ปุ่นด้วย เอกสารสัญญาเช่าทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น และการอธิบายเงื่อนไขต่างๆก็เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ชาวต่างชาติที่ไม่ชำนาญภาษาญี่ปุ่นไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาสัญญาได้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือความเข้าใจผิดได้
    เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ OAKHOUSE ได้จัดตั้งระบบสนับสนุนแบบครบวงจรสำหรับชาวต่างชาติ ให้สามารถค้นหาที่พักได้อย่างมั่นใจ โดยมีบริการอธิบายรายละเอียดต่างๆในหลายภาษา และมีเงื่อนไขสัญญาที่ยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุนการเข้าพักอย่างครบวงจร ทำให้ผู้เช่าสามารถค้นหาที่พักที่เหมาะสมกับตัวเองได้ไม่ยาก
    และไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคด้านภาษาและความแตกต่างของระบบ

    ■ การรองรับหลายภาษาและการขยายสู่ตลาดโลก
    เว็บไซต์ของ OAKHOUSE รองรับหลายภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เกาหลี และจีน พร้อมทั้งมีบริการลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำหนังสือสัญญาเป็นภาษาอังกฤษ และระบบทำสัญญาแบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในการใช้งาน
    นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมงานออกบูธด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่นและนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียอย่างต่อเนื่อง เพื่อแนะนำบริการให้กับนักเรียนจากทั่วโลกที่สนใจศึกษาต่อในญี่ปุ่นได้โดยตรง

    ■ เนื้อหาการจัดแสดงที่ Nippon Haku Bangkok
    Nippon Haku Bangkok เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
    เมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานประมาณ 130,000 คน ครอบคลุมด้านการศึกษา การท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรมอาหาร ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และงานอดิเรกต่าง ๆ

    ที่บูธ OAKHOUSE ผู้เข้าชมงานจะได้รับบริการดังต่อไปนี้

    ・การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย
    ・การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหาที่พักในญี่ปุ่น
    ・การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น (บ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม)

    ■ รายละเอียดงาน
    ชื่องาน: Nippon Haku Bangkok 2025
    วันที่จัดงาน: วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2025
    สถานที่จัดงาน: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
     นักเรียนไทยทุกคนที่วางแผนศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น ขอเชิญแวะเยี่ยมชมบูธของ OAKHOUSE
    เพื่อรับรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาพิเศษ

    ImageImageImage

  • povo เริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบออนไลน์

    povo เริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบออนไลน์

    บริษัท KDDI จะเริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2025 ผู้ใช้สามารถสมัครแพ็กเกจข้อมูลจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ และดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM (ซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์) ได้ล่วงหน้าในระหว่างการเตรียมการเดินทาง เพื่อให้สามารถใช้งานสัญญาณเครือข่ายของ povo2.0 ได้ทันทีตั้งแต่เดินทางมาถึงญี่ปุ่น

    “Japan SIM” ได้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในร้านสะดวกซื้อ Lawson กว่า 14,600 สาขาทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถซื้อได้ด้วยเงินสดที่เคาน์เตอร์ และเลือกแพ็กเกจการใช้งานที่ตรงกับความต้องการส่วนบุคคล ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดีในฐานะ eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยครั้งนี้ได้ขยายช่องทางการสมัครผ่านออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถดำเนินการสมัครล่วงหน้าได้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง

    ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานจากแพ็กเกจทั้งหมด 10 แบบ ครอบคลุมทั้งแบบปริมาณข้อมูลกำหนดตายตัว และแบบไม่จำกัดการใช้งาน ตามระยะเวลาและความต้องการที่แตกต่างกัน

    เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการออนไลน์ KDDI จะมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่สมัครใช้งาน povo2.0 ผ่าน “Japan SIM” โดยจะได้รับรหัสโปรโมชั่นสำหรับ “ใช้งานข้อมูลไม่จำกัด 24 ชั่วโมง” (หมายเหตุ)

    KDDI มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้บริการ “Japan SIM” ต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวกสบายและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น

    ■ รายละเอียดแพ็กเกจ “Japan SIM” แบบออนไลน์
     (ชื่อแพ็กเกจ : ค่าธรรมเนียม)
    ・Data Top-up 1GB (3 วัน) : 300 เยน
    ・Data Top-up 3GB (3 วัน) : 600 เยน
    ・Data Top-up 5GB (5 วัน) : 900 เยน
    ・Data Top-up 10GB (7 วัน) : 1,430 เยน
    ・Data Top-up 10GB (15 วัน) : 1,750 เยน
    ・Data Top-up 20GB (30 วัน) : 2,700 เยน
    ・Unlimited Data (2 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 190 เยน
    ・Unlimited Data (6 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 260 เยน
    ・Unlimited Data (24 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 660 เยน
    ・Unlimited Data (3 วัน) (หมายเหตุ) : 1,540 เยน
    ※ แพ็กเกจอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
     “Japan SIM” ที่จำหน่ายที่ร้าน Lawson อาจมีแพ็กเกจแตกต่างออกไป

    ■แคมเปญสมัครใช้งานครั้งแรก

    (รายละเอียดแคมเปญ)
    ・สิทธิประโยชน์: รับรหัสโปรโมชั่น “ใช้งานข้อมูลไม่จำกัด 24 ชั่วโมง” (หมายเหตุ) หลังจากสมัครใช้งานครั้งแรก

    (ระยะเวลา)
    ・เริ่มตั้งแต่ 28 สิงหาคม 2025 – วันสิ้นสุดยังไม่มีกำหนด
    ※วันสิ้นสุดจะแจ้งให้ทราบภายหลังผ่านเว็บไซต์

    ■ วิธีการใช้งาน “Japan SIM”

    Image

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://povo.jp/japan-sim/online/

    (หมายเหตุ) ความเร็วอินเทอร์เน็ตอาจถูกจำกัดในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่น

    ※ ราคาทั้งหมดรวมภาษีแล้ว เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น