Category: Press Release

  • Aemorph ประกาศขยายการให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

    Aemorph ประกาศขยายการให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลในประเทศไทย

    Aemorph ประกาศขยายการให้บริการในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจไทยที่กำลังมุ่งเน้นการเติบโตบนโลกดิจิทัล

    บริษัท Aemorph ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลระดับสากล ประกาศขยายการให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจไทยที่กำลังมุ่งเน้นการเติบโตบนโลกดิจิทัล Aemorph พร้อมนำเสนอบริการที่ครอบคลุมและทันสมัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

    บริการ SEO (Search Engine Optimization)

    Aemorph มุ่งเน้นการวางกลยุทธ์ SEO ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์โครงสร้างเว็บไซต์ การค้นคว้าและวิเคราะห์คีย์เวิร์ด การปรับแต่งเนื้อหา ไปจนถึงการสร้างลิงก์คุณภาพ เพื่อให้เว็บไซต์ของธุรกิจสามารถติดอันดับการค้นหาบน Google ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ภายใต้การให้บริการ SEO ประกอบด้วยหลายระดับเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด:

    SEO ระดับองค์กร (Enterprise SEO)ออกแบบกลยุทธ์ SEO สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างซับซ้อน มุ่งเน้นการบริหารจัดการเว็บไซต์หลายหมวดหมู่และหลายพันหน้าพร้อมกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ในระดับองค์กร

    SEO ระดับโลก (Global SEO)เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ Aemorph ใช้กลยุทธ์การทำ SEO หลายภาษา (Multilingual SEO) และหลายภูมิภาค (Multiregional SEO) เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

    SEO ท้องถิ่น (Local SEO)ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจในไทยเข้าถึงลูกค้าใกล้พื้นที่ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพ Google Business Profile การทำรีวิวออนไลน์ และกลยุทธ์เฉพาะพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจท้องถิ่นเป็นที่รู้จักและค้นหาเจอได้ง่าย

    SEO อีคอมเมิร์ซ (Ecommerce SEO)มุ่งเน้นการเพิ่มยอดขายและการมองเห็นของร้านค้าออนไลน์ ทั้งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและเว็บไซต์ร้านค้า ช่วยปรับโครงสร้างสินค้า การทำคอนเทนต์ที่ตรงกับการค้นหา และการเพิ่ม Conversion

    แคมเปญ 45 วัน ของ Aemorph Aemorph เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าถึงทรัพยากรฟรีด้าน SEO เช่น คู่มือ เทคนิคเบื้องต้น และการตรวจสอบเว็บไซต์ (Free SEO Audit) เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นปรับปรุง SEO ได้ด้วยตนเอง

    บริการ Content Marketing

    เราสร้างสรรค์และจัดการเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย เนื้อหาที่ผลิตโดยทีม Aemorph ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ แต่ยังเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

    บริการ Web Development & UX Design

    ทีมงานของเราพัฒนาเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ออกแบบด้วยหลัก UX/UI ที่ทันสมัย รองรับการใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือ รวมถึงปรับแต่งให้เหมาะสมต่อการทำ SEO เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

    บริการ Data & Analytics

    Aemorph ให้บริการเก็บ วิเคราะห์ และตีความข้อมูลจากหลากหลายช่องทางออนไลน์ เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและทันเวลา ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการปรับกลยุทธ์การตลาดให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง

    บริการ Video Production

    เราผลิตวิดีโอคุณภาพสูง ทั้งวิดีโอประชาสัมพันธ์ วิดีโอสำหรับโซเชียลมีเดีย และวิดีโอเชิงธุรกิจ โดยเน้นการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และการตัดต่อที่ทันสมัย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภค

    บริการ Digital Strategy & Consulting

    Aemorph ให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ด้านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การกำหนดเป้าหมาย ไปจนถึงการออกแบบแผนปฏิบัติการ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมช่วยธุรกิจไทยวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

    Aemorph มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางดิจิทัลให้กับธุรกิจไทย

    การขยายบริการครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ Aemorph ที่จะนำความเชี่ยวชาญและมาตรฐานการทำงานระดับนานาชาติมาเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจในประเทศไทย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดดิจิทัล โดยทางทีมงาน Aemorph ได้เปิดให้บริการ SEO คลินิกแล้ว ตรวจสอบได้เลยที่นี่!

  • ASUENE  (THAILAND) Achieves ISO/IEC 29110 Certification for Software Development

    ASUENE (THAILAND) Achieves ISO/IEC 29110 Certification for Software Development

    ASUENE Inc. announced that its overseas subsidiary, ASUENE (THAILAND) Ltd. has achieved the ISO/IEC 29110 certification for software development by the British Standards Institution (BSI).

    This certification, an international standard for software development processes, objectively demonstrates that ASUENE (THAILAND)’s project management and software development practices meet global standards and deliver high-quality services.

    Background of ISO/IEC 29110 Certification

    In Thailand, efforts toward achieving carbon neutrality by 2050 are accelerating, with initiatives such as the “Climate Change Act” draft now under public review and other institutional frameworks being developed. As a result, not only manufacturers in sectors like automotive and electronics, but also leading companies driving the Thai economy are expected to comply with these emerging regulations. Buyer companies, in particular, require software systems that ensure accuracy, reliability, and consistency in collecting, analyzing, and reporting GHG emissions data.

    Against this backdrop, ASUENE (THAILAND) has obtained ISO/IEC 29110 certification, demonstrating its capability to deliver high-quality systems and software products.

    ASUENE is a climate tech company with the mission of “Changing the world for the next generation.” We provide an all-in-one decarbonization solution and, through our carbon accounting platform “ASUENE,” drives decarbonization across entire supply chains. Our solutions are currently deployed by more than 15,000 companies in Japan and abroad, making us Asia’s leading provider in this field. With global hubs in six countries, we continue to accelerate our global expansion. Moving forward, we remain committed to strengthening customer trust while continuously enhancing our quality management systems.

    About ISO/IEC 29110 Certification

    ISO/IEC 29110 is a software development process standard designed for small organizations, objectively demonstrating compliance with internationally recognized quality management frameworks.

    Overview of ISO/IEC 29110 Certification

    Certified Organization: ASUENE (THAILAND) Ltd.
    Scope of Certification: Software Development Process and Project Management Process
    Standard Applied for Assurance: ISO/IEC 29110-4-1:2018 (Lifecycle Profiles for VSEs)
    Date of Certification: August 16, 2025

    About ASUENE (THAILAND) Ltd. 

    Company Name:ASUENE (THAILAND) Ltd.
    Address : Unit 2901-2904, Level 29 388, Exchange Tower, Sukhumvit Rd, Khwaeng Khlong Toei, Khlong Toei, Bangkok 10110, Thailand
    Website:https://asuene.com/th

    ASUENE Company Profile

    ASUENE Inc. is a leading Climate Tech company in Japan with the mission of ”Changing the world for the next generation”. We provide “ASUENE”, a carbon accounting platform to measure, report and reduce carbon emissions of companies and we contribute to the net zero society.

  • ศิลปะดิจิทัลสองภาษา ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสาน

    ศิลปะดิจิทัลสองภาษา ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสาน

    อาจารย์เดวิด นักเขียนและศิลปินชาวต่างชาติผู้พำนักในอีสานมากว่า 20 ปี เปิดตัวผลงานศิลปะดิจิทัลสองภาษาในปี 2568 ถ่ายทอดกวีนิพนธ์และวัฒนธรรมอีสานสู่ผู้ชมทั่วโลก

    าจารย์เดวิด นักเขียนและศิลปินชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสกลนครมานานกว่า 20 ปี ได้ประกาศเปิดตัวร้าน Etsy ใหม่ชื่อ “ThaiPoetryArt” ซึ่งนำเสนอผลงานศิลปะดิจิทัลที่ผสมผสานภาพวาดสไตล์ไทยเข้ากับบทกวีสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) โดยร้านนี้เป็นส่วนต่อขยายจากหนังสือกวี “บทกวีจากสกลนคร” ที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปี 2568 โดยสำนักพิมพ์ Ysaan Books และได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้อ่านทั้งในและต่างประเทศ

    หนังสือ “บทกวีจากสกลนคร” ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 เป็นรวมบทกวีสองภาษาที่สะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรมอีสาน ธรรมะพุทธศาสนา และความงามของธรรมชาติในสกลนคร โดยอาจารย์เดวิดได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและการเดินทางในพื้นที่นี้

    หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยกับนานาชาติ โดยมีบทกวีมากกว่า 20 บทที่ผสมผสานความเรียบง่ายของชีวิตชนบทเข้ากับปรัชญาพุทธ

    ร้าน “ThaiPoetryArt” บน Etsy นำบทกวีจากหนังสือเล่มนี้มาผสานกับงานศิลปะดิจิทัล โดยเริ่มต้นจากภาพถ่ายจริงที่อาจารย์เดวิดถ่ายในสกลนคร เช่น ทางเดินป่าภายใต้แสงจันทร์เต็มดวงในเรื่องราวของพระอาจารย์วัน อุตตโม ชายผู้ไม่เกรงกลัวกระสุนปืน หรือแก้วชาดอกอัญชันสีน้ำเงินสดใสยามพระอาทิตย์ตกดิน

    ศิลปะดิจิทัลของอาจารย์เดวิด เหมาะสำหรับตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร และสถานประกอบการ

    จากนั้นภาพเหล่านี้ถูกแปลงเป็นภาพวาดดิจิทัลด้วยเทคนิคที่เพิ่มเนื้อสัมผัสคล้ายพู่กัน สีสันเข้มข้น และเงาที่นุ่มนวล ก่อนจะแทรกบทกวีสองภาษาเข้าไปอย่างกลมกลืน สร้างผลงานที่ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายหรือบทกวี แต่เป็นการเล่าเรื่องแบบไทยสมัยใหม่

    งานศิลปะตกแต่งบ้าน พร้อมพิมพ์คุณภาพสูงและ eBook ฟรี

    ผลงานศิลปะชุดแรกมี 12 ชิ้น ครอบคลุมธีมต่าง ๆ เช่น ความกล้าหาญทางพุทธศาสนา (พระอาจารย์วัน อุตตโม), ความสุขในความเรียบง่าย (ชาดอกอัญชัน), การเปลี่ยนแปลง (หนอนผีเสื้อ), ฤดูกาล (ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูร้อน), คุณธรรมไทย (น้ำใจ), ประวัติศาสตร์ (พระธาตุภูเพ็ก), ธรรมชาติ (ฝน), และรากฐานความรู้ (ต้นไม้มหาวิทยาลัย)

    ผลงานแต่ละชิ้นพิมพ์บนกระดาษแมตต์คุณภาพสูง มีให้เลือก 3 ขนาด (12×18, 20×30, 24×36 นิ้ว) ราคา 28–37 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจัดส่งฟรีทั่วโลก และทุกการสั่งซื้อจะได้รับ eBook ดิจิทัลของ “บทกวีจากสกลนคร” เป็นของขวัญพิเศษในช่วงเวลาจำกัด

    อาจารย์เดวิดกล่าวว่า

    “งานศิลปะเหล่านี้ไม่ใช่แค่ภาพ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ชมสัมผัสถึงจิตวิญญาณของสกลนครและอีสาน ผมหวังว่าร้านนี้จะเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมไทยกับโลกใบนี้ ต่อยอดจากหนังสือที่ผมตีพิมพ์ต้นปี”

    ร้าน “ThaiPoetryArt” บน Etsy เปิดให้บริการแล้วที่ https://thaipoetryart.etsy.com

  • Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ยกระดับห้องปฏิบัติการและนวัตกรรม สู่อนาคตเศรษฐกิจไทย

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ยกระดับห้องปฏิบัติการและนวัตกรรม สู่อนาคตเศรษฐกิจไทย

    กรุงเทพฯ, 1 สิงหาคม 2568 – ประเทศไทยตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านวิทยาศาสตร์
    ห้องปฏิบัติการ เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีสุขภาพในระดับภูมิภาค
    กับการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของงาน
    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 (ไทยแลนด์
    แล็บ อินเตอร์เนชันแนล 2025) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน
    2568 ณ
    ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของการจัดงาน
    ซึ่งในปีนี้
    งานได้ขยายขอบเขตครอบคลุมครบทุกอุตสาหกรรมสำคัญ โดยรวม 4 งานหลัก
    ได้แก่

    Thailand LAB
    INTERNATIONAL
    (ไทยแลนด์ แล็บ อินเตอร์เนชันแนล) BioAP
    INTERNATIONAL
    (ไบโอเอพี อินเตอร์เนชันแนล) FutureCHEM
    INTERNATIONAL
    (ฟิวเจอร์เคม อินเตอร์เนชันแนล)การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Health &
    Innovation Asia (เฮลท์ แอนด์ อินโนเวชั่น เอเชีย) พร้อมโซนใหม่
    Food For Health Pavilion (ฟู้ด ฟอร์ เฮลท์ พาวิลเลียน)

    ซึ่งจัดโดยบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมที่เชื่อมโยง
    วิทยาศาสตร์ สุขภาพ และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ไว้ในงานเดียว ภายในงานจะมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 15,000 ตารางเมตร
    รวมผู้แสดงสินค้ากว่า 500 แบรนด์จาก 12 ประเทศ แบ่งเป็นผู้แสดงสินค้าไทย 60% และนานาชาติ 40%
    พร้อมพาวิลเลียนจาก จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะจุดศูนย์กลางของห่วงโซ่อุตสาหกรรมห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาคเอเชีย

    Image

    การขยายสู่ตลาดใหม่ของงาน Thailand LAB
    INTERNATIONAL 2025 ไม่ใช่แค่การเพิ่มขนาดของงาน แต่คือการต่อยอด ‘พลังแห่งความร่วมมือ’
    ที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง
    คุณอนุชา พันธุ์พิเชฐ
    ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านห้องปฏิบัติการและสุขภาพ บริษัท วีเอ็นยู
    เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า “เรามีการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่
    อาทิ Big Data Institute, TED Fund, KX Knowledge
    Xchange
    , BART Lab, สมาคมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์, สมาคมโปรตีนแห่งประเทศไทย และ ศูนย์
    MIND Center โรงพยาบาลรามาธิบดี นับเป็นเครื่องยืนยันว่า
    Thailand LAB ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแสดงเทคโนโลยี
    แต่คือ ‘ฐานปฏิบัติการระดับชาติ’
    สำหรับการต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีแห่งอนาคต”

    “เรายังมีแรงสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและสมาคมชั้นนำที่สนับสนุนเราเสมอมา
    ทั้ง กรมวิทยาศาสตร์บริการ, กรมปศุสัตว์, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, สวทช., วว.,
    สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ, สถาบันอาหาร
    ,
    และอีกมากมาย
    ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานนี้สามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ตั้งแต่ห้องแล็บ วิจัย
    การผลิต จนถึงสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” คุณอนุชา กล่าว

    เวทีเจรจาการค้าเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือห้องปฏิบัติการฯ

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้า
    แต่คือเวทีเจรจาการค้าและนวัตกรรมที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับธุรกิจ
    เพื่อผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้จริงในภาคสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร
    และสิ่งแวดล้อม ปีนี้เสริมความน่าสนใจด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ Startup
    Pavilion สำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่, การเปิดตัวสินค้าใหม่,
    การประกวดบูธสวยงามและยั่งยืน, กิจกรรมจับคู่ธุรกิจทั้งออนไลน์และออนไซต์,
    และครั้งแรกกับ โครงการ Carbon Neutrality Program ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของงานในการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

    Image

    สัมมนาวิชาการมากกว่า 65 สัมมนาจาก
    160 วิทยากรทั่ววงการ

    ภายในงานมีการประชุมสัมมนามากกว่า 65 หัวข้อ
    จาก 26 องค์กรทั้งหน่วยงานในไทยและต่างประเทศ หลากหลายหมวดหมู่
    ทั้งเทคโนโลยีชีวภาพ การวินิจฉัย ห้องปฏิบัติการดิจิทัล และเคมีขั้นสูง โดยวิทยากรมากกว่า
    160 ท่าน โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น:

    ·      
    Biotech
    Frontiers Forum #6 โดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)

    ·       Biotechnology
    International Congress ครั้งที่ 9 โดย BIC
    2025

    ·       การใช้งานวัสดุคอมโพสิตในห้องปฏิบัติการ
    (Composites
    in Laboratory Applications)

    ·       Global Testing
    Standards for Business Resilience โดย สวทช.

    ·       AI Applications for
    ISO/IEC 17025 Labs โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

    ·      
    นวัตกรรมเครื่องสำอางและความยั่งยืน โดย
    สมาคมการค้าคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย (TCOS)  เป็นต้น

    Image

    ขับเคลื่อนอนาคตนวัตกรรมของไทย

    Thailand LAB INTERNATIONAL 2025 และงานที่จัดร่วมกัน
    ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของนวัตกรรมไทย ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัย ธุรกิจ
    และนโยบายเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งกระบวนการวินิจฉัย ขยายการผลิตชีวภาพ
    หรือนิยามใหม่ของแนวคิด “อาหารคือยา” ล้วนสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยในอนาคตต้องขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์
    เทคโนโลยี และความร่วมมือข้ามภาคส่วน ขอเชิญนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบการ นักลงทุน
    และสตาร์ทอัพ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

    ขอเชิญผู้ที่สนใจเยี่ยมชมงาน Thailand LAB
    INTERNATIONAL 2025
    จัดร่วมกับ BioAP INTERNATIONAL, FutureCHEM
    INTERNATIONAL
    และ Health & Innovation Asia ระหว่างวันที่ 3–5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:  www.thailandlab.com 

    ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อลุ้นรับของรางวัล
    ได้ที่  https://eventpassinsight.co/el/to/THLAB0030

  • OAKHOUSE บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศโครงการทุนการศึกษาพิเศษ สำหรับนักเรียนไทยในงาน Nippon Haku Bangkok 2025

    OAKHOUSE บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศโครงการทุนการศึกษาพิเศษ สำหรับนักเรียนไทยในงาน Nippon Haku Bangkok 2025

    สนับสนุนการศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่นด้วยโครงการทุนการศึกษาพร้อมที่พักฟรี 3 เดือน

    กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – สิงหาคม 2025 – บริษัท OAKHOUSE จำกัด ผู้บุกเบิกด้านบริการที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น (สำนักงานใหญ่: เขตโทชิมะ กรุงโตเกียว, ก่อตั้งเมื่อปี 1992, ประธานกรรมการ: Takeshi Yamanaka) ประกาศว่าจะเข้าร่วมงาน “Nippon Haku Bangkok 2025”
    ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29–31 สิงหาคม 2025 ณ กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทยที่จะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

    ■ เปิดตัวโครงการทุนการศึกษาที่ไม่เหมือนใคร
    ภายในงานครั้งนี้ OAKHOUSE ได้ประกาศเปิดตัวโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาไทย โดยมีจุดเด่นคือการมอบสิทธิ์เข้าพักอาศัยฟรีในที่พักซึ่งทางบริษัทเป็นผู้บริหารจัดการเองโดยตรงเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของการไปศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นการสนับสนุนเพื่อเพื่มจำนวนนักศึกษาไทยให้สามารถทำตามฝันในการไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้มากขึ้น

    ■ ผู้นำด้านบริการที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติ
    นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1992 บริษัท OAKHOUSE ได้มุ่งมั่นให้บริการด้านที่พักอาศัยเพื่อชาวต่างชาติใน
    ประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทดูแลและบริหารจัดการที่พักแบบ Co-living (แชร์เฮาส์)
    กว่า 4,800 ห้อง และอพาร์ตเมนต์พร้อมเฟอร์นิเจอร์กว่า 850 ห้อง โดยสามารถรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยมากกว่า 97% ซึ่งถือเป็นระดับชั้นนำในอุตสาหกรรม

    จุดเด่นของบริษัทอยู่ที่การออกแบบบริการโดยคำนึงถึงความต้องการของชาวต่างชาติแบบรอบด้าน

    ・ไม่เรียกเก็บเงินประกัน ค่ากุญแจ และค่าธรรมเนียมตัวแทน
    ・ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันและไม่มีค่าต่อสัญญา
    ・ห้องพักทุกห้องมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครัน
    ・สามารถทำสัญญาเช่าได้ตั้งแต่เช่า 1 เดือน
    ・รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต
    ・ไม่จำกัดศาสนา ภาษา หรือเพศ

    ในประเทศญี่ปุ่น ชาวต่างชาติต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการเมื่อต้องการเช่าที่พักอาศัย อันดับแรก ที่พักอาศัยส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมีระยะสัญญาเช่า 2 ปี ซึ่งไม่เอื้อต่อผู้ที่ต้องการพำนักระยะสั้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ของที่พักยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ผู้เช่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
    อีกทั้งในการตรวจสอบผู้เช่า หลายกรณีต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ญี่ปุ่น และอาจต้องมีผู้ค้ำประกันเป็นคนญี่ปุ่นด้วย เอกสารสัญญาเช่าทั้งหมดเป็นภาษาญี่ปุ่น และการอธิบายเงื่อนไขต่างๆก็เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน ซึ่งทำให้ชาวต่างชาติที่ไม่ชำนาญภาษาญี่ปุ่นไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาสัญญาได้ และอาจก่อให้เกิดปัญหาหรือความเข้าใจผิดได้
    เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ OAKHOUSE ได้จัดตั้งระบบสนับสนุนแบบครบวงจรสำหรับชาวต่างชาติ ให้สามารถค้นหาที่พักได้อย่างมั่นใจ โดยมีบริการอธิบายรายละเอียดต่างๆในหลายภาษา และมีเงื่อนไขสัญญาที่ยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุนการเข้าพักอย่างครบวงจร ทำให้ผู้เช่าสามารถค้นหาที่พักที่เหมาะสมกับตัวเองได้ไม่ยาก
    และไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคด้านภาษาและความแตกต่างของระบบ

    ■ การรองรับหลายภาษาและการขยายสู่ตลาดโลก
    เว็บไซต์ของ OAKHOUSE รองรับหลายภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เกาหลี และจีน พร้อมทั้งมีบริการลูกค้าเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีการจัดทำหนังสือสัญญาเป็นภาษาอังกฤษ และระบบทำสัญญาแบบออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในการใช้งาน
    นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมงานออกบูธด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่นและนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชียอย่างต่อเนื่อง เพื่อแนะนำบริการให้กับนักเรียนจากทั่วโลกที่สนใจศึกษาต่อในญี่ปุ่นได้โดยตรง

    ■ เนื้อหาการจัดแสดงที่ Nippon Haku Bangkok
    Nippon Haku Bangkok เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
    เมื่อปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงานประมาณ 130,000 คน ครอบคลุมด้านการศึกษา การท่องเที่ยว ศิลปะ วัฒนธรรมอาหาร ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และงานอดิเรกต่าง ๆ

    ที่บูธ OAKHOUSE ผู้เข้าชมงานจะได้รับบริการดังต่อไปนี้

    ・การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนไทย
    ・การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการหาที่พักในญี่ปุ่น
    ・การให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น (บ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม)

    ■ รายละเอียดงาน
    ชื่องาน: Nippon Haku Bangkok 2025
    วันที่จัดงาน: วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม – วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2025
    สถานที่จัดงาน: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
     นักเรียนไทยทุกคนที่วางแผนศึกษาต่อในประเทศญี่ปุ่น ขอเชิญแวะเยี่ยมชมบูธของ OAKHOUSE
    เพื่อรับรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการทุนการศึกษาพิเศษ

    ImageImageImage

  • povo เริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบออนไลน์

    povo เริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบออนไลน์

    บริษัท KDDI จะเริ่มให้บริการ “Japan SIM” eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแบบออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2025 ผู้ใช้สามารถสมัครแพ็กเกจข้อมูลจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ และดาวน์โหลดโปรไฟล์ eSIM (ซิมการ์ดแบบฝังในอุปกรณ์) ได้ล่วงหน้าในระหว่างการเตรียมการเดินทาง เพื่อให้สามารถใช้งานสัญญาณเครือข่ายของ povo2.0 ได้ทันทีตั้งแต่เดินทางมาถึงญี่ปุ่น

    “Japan SIM” ได้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในร้านสะดวกซื้อ Lawson กว่า 14,600 สาขาทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถซื้อได้ด้วยเงินสดที่เคาน์เตอร์ และเลือกแพ็กเกจการใช้งานที่ตรงกับความต้องการส่วนบุคคล ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างดีในฐานะ eSIM สำหรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยครั้งนี้ได้ขยายช่องทางการสมัครผ่านออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถดำเนินการสมัครล่วงหน้าได้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง

    ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานจากแพ็กเกจทั้งหมด 10 แบบ ครอบคลุมทั้งแบบปริมาณข้อมูลกำหนดตายตัว และแบบไม่จำกัดการใช้งาน ตามระยะเวลาและความต้องการที่แตกต่างกัน

    เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดให้บริการออนไลน์ KDDI จะมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่สมัครใช้งาน povo2.0 ผ่าน “Japan SIM” โดยจะได้รับรหัสโปรโมชั่นสำหรับ “ใช้งานข้อมูลไม่จำกัด 24 ชั่วโมง” (หมายเหตุ)

    KDDI มุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้บริการ “Japan SIM” ต่อไป เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะดวกสบายและน่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น

    ■ รายละเอียดแพ็กเกจ “Japan SIM” แบบออนไลน์
     (ชื่อแพ็กเกจ : ค่าธรรมเนียม)
    ・Data Top-up 1GB (3 วัน) : 300 เยน
    ・Data Top-up 3GB (3 วัน) : 600 เยน
    ・Data Top-up 5GB (5 วัน) : 900 เยน
    ・Data Top-up 10GB (7 วัน) : 1,430 เยน
    ・Data Top-up 10GB (15 วัน) : 1,750 เยน
    ・Data Top-up 20GB (30 วัน) : 2,700 เยน
    ・Unlimited Data (2 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 190 เยน
    ・Unlimited Data (6 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 260 เยน
    ・Unlimited Data (24 ชั่วโมง) (หมายเหตุ) : 660 เยน
    ・Unlimited Data (3 วัน) (หมายเหตุ) : 1,540 เยน
    ※ แพ็กเกจอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
     “Japan SIM” ที่จำหน่ายที่ร้าน Lawson อาจมีแพ็กเกจแตกต่างออกไป

    ■แคมเปญสมัครใช้งานครั้งแรก

    (รายละเอียดแคมเปญ)
    ・สิทธิประโยชน์: รับรหัสโปรโมชั่น “ใช้งานข้อมูลไม่จำกัด 24 ชั่วโมง” (หมายเหตุ) หลังจากสมัครใช้งานครั้งแรก

    (ระยะเวลา)
    ・เริ่มตั้งแต่ 28 สิงหาคม 2025 – วันสิ้นสุดยังไม่มีกำหนด
    ※วันสิ้นสุดจะแจ้งให้ทราบภายหลังผ่านเว็บไซต์

    ■ วิธีการใช้งาน “Japan SIM”

    Image

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://povo.jp/japan-sim/online/

    (หมายเหตุ) ความเร็วอินเทอร์เน็ตอาจถูกจำกัดในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่น

    ※ ราคาทั้งหมดรวมภาษีแล้ว เว้นแต่จะระบุเป็นอย่างอื่น

  • การผสมผสาน AI เข้ากับการขุดบนคลาวด์ = กำไรอัตโนมัติ การขุดบนคลาวด์ของ BTC Miner ช่วยให้คุณเพิ่มรายได้แบบพาสซีฟได้อย่างสบายใจ

    การผสมผสาน AI เข้ากับการขุดบนคลาวด์ = กำไรอัตโนมัติ การขุดบนคลาวด์ของ BTC Miner ช่วยให้คุณเพิ่มรายได้แบบพาสซีฟได้อย่างสบายใจ

    สกุลเงินดิจิทัล การขุดบนคลาวด์ รายได้แบบพาสซีฟ

    การผสมผสาน AI เข้ากับการขุดบนคลาวด์ = กำไรอัตโนมัติ การขุดบนคลาวด์ของ BTC Miner ช่วยให้คุณเพิ่มรายได้แบบพาสซีฟได้อย่างสบายใจ

    Image

    ด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมต่างๆ จึงใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกำไรสูงสุด ในภาคคริปโทเคอร์เรนซี การผสมผสาน AI เข้ากับการขุดบนคลาวด์กำลังเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งครั้งใหม่ให้กับนักลงทุน BTC Miner แพลตฟอร์มการขุดบนคลาวด์ชั้นนำระดับโลก เป็นรายแรกที่นำ AI มาใช้กับการจัดการพลังงานการประมวลผลสำหรับการขุดบนคลาวด์ ด้วยการใช้อัลกอริทึมอัจฉริยะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการขุด นักลงทุนจึงสามารถสร้างรายได้แบบพาสซีฟแบบอัตโนมัติได้อย่างแท้จริง

    กำไรอัตโนมัติของ AI คืออะไร

    กำไรอัตโนมัติของ AI หมายถึงการใช้อัลกอริทึมและแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลตลาดโดยอัตโนมัติ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร คาดการณ์แนวโน้มราคา และจัดสรรการลงทุนและกำไรโดยไม่ต้องมีการแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่

    เมื่อเทียบกับการดำเนินการแบบแมนนวลแบบเดิม ระบบอัตโนมัติของ AI มีข้อดีดังต่อไปนี้: การดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ: การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน พร้อมการปรับกลยุทธ์แบบเรียลไทม์; ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: การตัดสินใจที่แม่นยำโดยอิงจากข้อมูลในอดีตและแบบเรียลไทม์

    การขุดบนคลาวด์คืออะไร

    การขุดบนคลาวด์เป็นวิธีการขุดคริปโทเคอร์เรนซีที่ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องขุดหรือจัดตั้งฟาร์มขุด นักลงทุนเพียงแค่เช่าพลังประมวลผลออนไลน์เพื่อรับผลตอบแทนแบบคงที่หรือแบบลอยตัวรายวัน ขจัดความยุ่งยากจากการเสื่อมราคาของฮาร์ดแวร์ ค่าบำรุงรักษา และค่าไฟฟ้าที่สูง

    การผสานรวม AI และคลาวด์คอมพิวติ้งหมายความว่าอย่างไร

    BTC Miner นำ AI มาสู่การขุดบนคลาวด์ ด้วยระบบจัดตารางการใช้พลังงานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ BTC Miner สามารถ:

    จัดสรรทรัพยากรการขุดทั่วโลกโดยอัตโนมัติ ปรับสมดุลระหว่างความยากและผลตอบแทนในการขุด ปรับอัตราส่วนการใช้พลังงานต่อผลผลิตแบบไดนามิก ปรับปรุงประสิทธิภาพผลผลิต และลดต้นทุนการดำเนินงาน

    ในรูปแบบนี้ นักลงทุนเพียงแค่เลือกสัญญา ระบบ AI จะจัดการกระบวนการขุดทั้งหมดโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด

    เงินต้นและดอกเบี้ยที่รับประกันมอบความมั่นคงให้กับนักลงทุนที่ระมัดระวัง ช่วยให้ผู้ใช้อุ่นใจและมีรายได้ที่มั่นคงตลอดเวลา

    ประโยชน์ของการขุดบนคลาวด์ด้วย AI ของ BTC Miner

    ลงทะเบียนและรับโบนัส 500 ดอลลาร์ ทำให้การเข้าร่วมเป็นเรื่องง่าย

    สัญญาเงินต้นและดอกเบี้ยที่รับประกัน: รับประกันผลตอบแทน 100% ของเงินต้น พร้อมผลตอบแทนรายวันที่มั่นคงที่ 2%-7%

    ครอบคลุมทั่วโลก: กว่า 80 ประเทศและภูมิภาค รองรับหลายภาษา และบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

    ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสีเขียว: พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และฟาร์มขุดพลังงานสะอาดอื่นๆ

    รองรับหลายสกุลเงิน: BTC, ETH, XRP, DOGE, USDT และอื่นๆ

    ฝากและถอนเงินได้ทันที ช่วยให้มั่นใจได้ถึงกระแสเงินสดที่ราบรื่น

    เริ่มต้นสร้างรายได้ด้วย AI ได้อย่างไร?

    ลงทะเบียนบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ → https://btcminer.net

    เลือกสัญญา สั่งซื้อได้ในคลิกเดียว และชำระผลกำไรของคุณโดยอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง

    ดูบันทึกและการถอนเงินแบบเรียลไทม์บนแดชบอร์ด

    การแสดงสัญญา BTC Miner: คลิกที่นี่เพื่อดูสัญญาพรีเมียม

    สัญญามูลค่า 500 ดอลลาร์ ระยะเวลา 1 วัน กำไรรายวัน 2 ดอลลาร์ กำไรรวม 2 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 200 ดอลลาร์ ระยะเวลา 2 วัน กำไรรายวัน 10 ดอลลาร์ กำไรรวม 20 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 300 ดอลลาร์ ระยะเวลา 3 วัน กำไรรายวัน 4.95 ดอลลาร์ กำไรรวม 14.85 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 1,000 ดอลลาร์ ระยะเวลา 7 วัน กำไรรายวัน 20.10 ดอลลาร์ กำไรรวม 140.7 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 2,500 ดอลลาร์ ระยะเวลา 10 วัน กำไรรายวัน 62.75 ดอลลาร์ กำไรรวม 620.75 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 5,000 ดอลลาร์ ระยะเวลา 15 วัน กำไรรายวัน 137.5 ดอลลาร์ กำไรรวม 2,062.5 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 10,000 ดอลลาร์ ระยะเวลา 20 วัน กำไรรายวัน 300 ดอลลาร์ กำไรรวม 6,000 ดอลลาร์

    สัญญามูลค่า 30,000 ดอลลาร์ ระยะเวลา 30 วัน กำไรต่อวัน 1,086 ดอลลาร์ รวมกำไร 32,580 ดอลลาร์

    นักขุด BTC ยังสามารถสร้างรายได้สูงผ่านโปรแกรมพันธมิตร

    รับโบนัส 7% สำหรับธุรกรรมของนักลงทุนระดับ 1 และโบนัส 2% สำหรับธุรกรรมของนักลงทุนระดับ 2

    ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่พลิกโฉมโลกมากที่สุดแห่งปี 2025 ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงโลกเช่นเดียวกับในยุคแรกๆ ของ Bitcoin หากคุณพลาดโอกาสรับเงินปันผลจาก Bitcoin อย่าพลาดการขุดบนคลาวด์ด้วย AI โอกาสใหม่ในการสร้างผลกำไรอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ให้เทคโนโลยีช่วยสร้างความมั่งคั่งของคุณอย่างต่อเนื่อง

    ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโต การผสมผสานระหว่าง AI และการทำเหมืองบนคลาวด์ช่วยให้นักลงทุนมีวิธีการสร้างรายได้ที่ปราศจากความเสี่ยง อัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพ BTC Miner ใช้สัญญาดอกเบี้ยที่รับประกันเงินต้นและการกำหนดตารางเวลาการลงทุนด้วย AI ช่วยให้นักลงทุนไม่เพียงแต่ “สร้างรายได้แม้ขณะหลับ” เท่านั้น แต่ยังได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมั่นคงจากการเติบโตระยะยาวของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีอีกด้วย

    เข้าร่วมตอนนี้และเข้าสู่ยุคแห่งความมั่งคั่งอัจฉริยะ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://btcminer.net

    อีเมลอย่างเป็นทางการ: info@btcminer.net

    ที่อยู่บริษัท: 17 Whitworth Drive, Randlay, Telford, Shropshire

    รหัสไปรษณีย์: TF3 2NN

    สื่อ: Kevin Byers

    #คริปโต

    #CloudMining

    #PassiveIncome

    #AIAutomatedEarnings

    #FreeIncome

    #Mining

    #AICloudMining

  • บริษัทยางพาราของไทย (G T Rubber) ร่วมกับบริษัท AgriTech จากอินโดนีเซียทำแผนที่แปลงเกษตรกว่า 15,000 แปลง และยืนยันตัวเกษตรกร 4,500 รายเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า

    บริษัทยางพาราของไทย (G T Rubber) ร่วมกับบริษัท AgriTech จากอินโดนีเซียทำแผนที่แปลงเกษตรกว่า 15,000 แปลง และยืนยันตัวเกษตรกร 4,500 รายเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า

    กว่า 90% ของยางธรรมชาติของโลกปลูกโดยเกษตรกรรายย่อย แต่หลายคนยังคงมองไม่เห็นในห่วงโซ่อุปทานที่เป็นทางการ ไทยเป็นผู้นําการผลิตที่ 34% ตามด้วยอินโดนีเซีย (26%) เวียดนาม (8%) จีน (7%) และอินเดีย (7%) 
    ป่าไม้มากกว่า 4 ล้านเฮกตาร์ (พื้นที่ขนาดใหญ่เท่ากับสวิตเซอร์แลนด์) ถูกแผ้วถางเพื่อทําสวนยางพาราตั้งแต่ปี 1993 โดยส่วนใหญ่อยู่ในระบบนิเวศที่อ่อนไหว เพื่อหยุดการสูญเสียเพิ่มเติม การตรวจสอบย้อนกลับเป็นสิ่งสําคัญทั่วทั้งอุตสาหกรรม 
    แปลงยางพารากว่า 15,000 แปลงได้รับการทำแผนที่ และเกษตรกร 4,500 รายได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว ภายใต้โครงการตรวจสอบย้อนกลับที่ดำเนินการโดย
    G T Rubber ร่วมกับบริษัท AgriTech จากอินโดนีเซีย KOLTIVA ความพยายามครั้งนี้ยังได้อบรมพ่อค้าคนกลางกว่า 200 รายเกี่ยวกับข้อกำหนดของกฎระเบียบ EUDR เพื่อป้องกันไม่ให้ยางที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

    ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการยางธรรมชาติชั้นนําของโลกกําลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญเนื่องจากกฎระเบียบและกลไกตลาดมาบรรจบกันในการตรวจสอบย้อนกลับและความยั่งยืน ระดับแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ G T Rubber ซึ่งเป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมหลักที่ร่วมมือกับ Koltiva บริษัทเทคโนโลยีการเกษตร Koltiva เพื่อใช้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับและการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวดซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบการตัดไม้ทําลายป่าของสหภาพยุโรป เพื่อดำเนินการระบบการตรวจสอบย้อนกลับแบบครบวงจร ที่สามารถเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และติดตามการผลิตยางพาราตั้งแต่สวนของเกษตรกรรายย่อยจนถึงการส่งออก 

    การกระจายตัว การรวมตัว และความท้าทายในการตรวจสอบย้อนกลับ 

     ยางธรรมชาติมากกว่า 90% ทั่วโลกผลิตโดยเกษตรกรรายย่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ดําเนินการนอกห่วงโซ่อุปทานที่เป็นทางการ และมีความเชื่อมโยงกับผู้แปรรูปหรือผู้ซื้อที่จํากัด (SPOTT, 2022) ไทยเป็นผู้นําการผลิตที่ 34% ตามด้วยอินโดนีเซีย (26%) เวียดนาม (8%) จีน (7%) และอินเดีย (7%) แม้ว่าภาคส่วนนี้จะสนับสนุนการดํารงชีวิตหลายล้านคน แต่การขยายตัวอย่างรวดเร็วได้กระตุ้นให้เกิด การตัดไม้ทําลายป่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความ ขัดแย้งในการครอบครองที่ดิน เครือข่ายตัวกลางที่กระจัดกระจาย เช่น ผู้ค้าและผู้รวบรวม เพิ่มความทึบมากขึ้น ทําให้การตรวจสอบย้อนกลับและความยั่งยืนทําได้ยากต่อการบังคับใช้ 

    การศึกษาในปี 2023 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เน้นย้ําถึงความเร่งด่วน: ป่ามากกว่า 4 ล้านเฮกตาร์ (พื้นที่ขนาดใหญ่เท่ากับสวิตเซอร์แลนด์) ถูกแถางเพื่อทําสวนยางพาราตั้งแต่ปี 1993 ครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2000 ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อระบบนิเวศ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของภาคส่วนนี้มีความสําคัญ แต่ยางพารายังคงขาดหายไปจากวาทกรรมการตัดไม้ทําลายป่าทั่วโลกเป็นหลัก 

    ความสามารถในการตรวจสอบแหล่งกําเนิดการจัดหา จนถึงระดับฟาร์ม จะเป็นตัวกําหนดว่าผู้ส่งออกรายใดสามารถเข้าถึงตลาดโลกระดับพรีเมียมต่อไปได้ 

    กระบวนการสัมภาษณ์เกษตรกร เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจเกษตรกร

    โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในระดับฟาร์ม 

    G T Rubber กําลังพัฒนาการตรวจสอบย้อนกลับและการจัดการความเสี่ยงโดยการปรับใช้ระบบดิจิทัลจาก Koltiva บริษัท AgriTech ของอินโดนีเซีย ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายของที่ดิน ประเมินความเสี่ยงจากการตัดไม้ทําลายป่า และเชื่อมโยงข้อมูลระดับฟาร์มกับธุรกรรมการจัดหา ชุดข้อมูลแบบละเอียดนี้เป็นกระดูกสันหลังของกรอบการปฏิบัติตามข้อกําหนดของ G T Rubber ทําให้สามารถตรวจสอบแบบเรียลไทม์และตั้งค่าสถานะความเสี่ยงได้ ระบบนี้เตรียมบริษัทให้พร้อมสําหรับการผสานรวมอย่างราบรื่นกับระบบสารสนเทศของสหภาพยุโรป (EUIS) ที่กําลังจะมาถึง ซึ่งจะต้องมีการเปิดเผยตําแหน่งทางภูมิศาสตร์โดยละเอียดและการตรวจสอบสถานะ 

    จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่เกษตรกรรายย่อยกว่า 15,000 แปลง ทั่วประเทศไทย โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกยางพารามากกว่า 4,500 รายผ่านการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ การตรวจสอบการถือครองที่ดิน และการประเมินความเสี่ยงจากการตัดไม้ทําลายป่า จุดข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเหล่านี้เชื่อมต่อโดยตรงกับธุรกรรมการจัดหาภายในระบบสารสนเทศการจัดการแบบรวมศูนย์ (MIS) ทําให้ทีมกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ G T Rubber สามารถติดตาม ประเมิน และตอบสนองต่อความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ 

    ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องกับ EUIS ที่กําลังจะมาถึง ระบบรองรับการติดตามตําแหน่งทางภูมิศาสตร์โดยละเอียดและการรายงานการตรวจสอบสถานะ ข้อกําหนดที่สําคัญภายใต้กฎระเบียบการตัดไม้ทําลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ด้วยการรวมการตรวจสอบและการตรวจสอบไว้ในแพลตฟอร์มเดียว G T Rubber เสริมความโปร่งใสและความพร้อมเมื่อกฎระเบียบด้านความยั่งยืนมีการพัฒนา 

    “การตัดไม้ทําลายป่าที่เชื่อมโยงกับยางพารามักถูกประเมินต่ําเกินไปในวาทกรรมระดับโลก แต่ข้อมูลก็ชัดเจน—หลายล้านเฮกตาร์สูญหายไปในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา หากเราต้องการรักษาการเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศเราต้องก้าวไปไกลกว่าการประกาศและเข้าสู่ระบบที่สร้างข้อมูลที่ตรวจสอบได้และนําไปใช้ได้จริงจากภาคสนาม นั่นเป็นวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงบนพื้นดิน” Manfred Borer ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งของ KOLTIVA กล่าว “EUDR และกฎระเบียบที่คล้ายคลึงกันไม่ใช่อุปสรรคชั่วคราว แต่เป็นป้ายบอกทางว่าการค้าโลกกําลังมุ่งหน้าไปทางไหน สําหรับธุรกิจความสามารถในการแสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบย้อนกลับจนถึงระดับฟาร์มเป็นส่วนสําคัญของความยืดหยุ่นในระยะยาว นี่คือการทําให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานของเราสามารถปรับตัวได้ ไม่ใช่แค่กฎเกณฑ์ของวันนี้ แต่ให้เข้ากับความคาดหวังในวันพรุ่งนี้ด้วย” 

    คอขวดของตัวแทนจําหน่าย: การฝึกอบรมและการแยกเป็นเครื่องมือบรรเทาผลกระทบ 

    ตัวแทนจําหน่ายมักเป็นตัวแทนของจุดอ่อนในห่วงโซ่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยดําเนินการในพื้นที่ห่างไกลที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่จํากัดและขาดความรู้เกี่ยวกับความต้องการด้านกฎระเบียบใหม่ ตัวแทนจําหน่ายกว่า 200 รายในเครือข่ายของ G T Rubber ได้รับการฝึกอบรมอย่างมีโครงสร้างผ่านโครงการเสริมสร้างศักยภาพ การฝึกอบรมและการฝึกสอนผสมผสานความรู้ด้านกฎระเบียบเข้ากับการนําไปใช้จริงโดยให้คําแนะนําภาคปฏิบัติและการประเมินก่อนและหลังการประเมินเพื่อประเมินความเข้าใจของตัวแทนจําหน่ายเกี่ยวกับทั้ง EUDR และแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบย้อนกลับ นอกจากนี้ยังมีระบบการติดฉลากสําหรับการ แยกที่สอดคล้องกับข้อกําหนด (สําหรับยางทั้งที่สอดคล้องและไม่เป็นไปตามข้อกําหนด) และมีการนําโปรโตคอลการจัดหามาใช้เพื่อลดการปนเปื้อนของอุปทานที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว 

    “ข้อมูลฟาร์มเพียงอย่างเดียวจะไม่รับประกันการปฏิบัติตามข้อกําหนด หากตัวแทนจําหน่ายเพิ่มยางที่ไม่ได้รับการยืนยันลงในอุปทาน ทั้งแบทช์และความน่าเชื่อถือของระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะกลายเป็นคําถาม นั่นเป็นเหตุผลที่เราให้ความสําคัญกับการสร้างขีดความสามารถและการตรวจสอบในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการรวมเกิดขึ้น” Olivier Barents หัวหน้าอาวุโสฝ่ายการตลาด APAC ของ KOLTIVA กล่าว “ความเสี่ยงมีอยู่จริง: การจัดส่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกําหนดหนึ่งรายการอาจส่งผลให้เกิดบทลงโทษที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือการปฏิเสธการจัดส่ง นั่นเป็นเหตุผลที่เราให้ความสําคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับไม่เพียง แต่ในระดับฟาร์มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวแทนจําหน่ายด้วย ผ่านการฝึกอบรมที่ตรงเป้าหมายและเครื่องมือตรวจสอบย้อนกลับ การจัดส่งที่ไม่มีเอกสารเพียงครั้งเดียวอาจเป็นอันตรายต่อการเข้าถึงตลาด บทบาทของเราคือจัดเตรียมซัพพลายเออร์ด้วยระบบที่ระบุและแก้ไขความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนที่จะบานปลายไปสู่การละเมิดกฎระเบียบ” 

    กระบวนการตรวจสอบภาคสนาม (Ground-truthing) เพื่อการทำแผนที่พื้นที่เพาะปลูก

    กรอบการมีส่วนร่วมของการตรวจสอบย้อนกลับสามชั้น 

    ความคิดริเริ่มล่าสุดในภาคใต้ของประเทศไทยจาก G T Rubber นําเสนอรูปแบบที่ใช้งานได้จริงสําหรับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานยางที่ปราศจากการตัดไม้ทําลายป่า โปรแกรมนี้มีโครงสร้างตามกรอบการมีส่วนร่วมสามระดับที่เริ่มต้นด้วยการจัดตําแหน่งเชิงกลยุทธ์ในระดับองค์กร ตามด้วยการฝึกอบรมที่ตรงเป้าหมายสําหรับตัวแทนจําหน่ายในท้องถิ่น และการฝึกสอนอย่างต่อเนื่องสําหรับเกษตรกรรายย่อยในภูมิภาคการจัดหาที่สําคัญ วิธีการแบบเลเยอร์นี้ช่วยเสริมความสมบูรณ์ของข้อมูลและปรับปรุงการตรวจสอบย้อนกลับที่จุดรวมที่สําคัญ ซึ่งมักเป็นจุดเชื่อมโยงที่อ่อนแอที่สุดในความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน 

    สิ่งที่ทําให้โมเดลนี้แตกต่างคือการรวมระบบตรวจจับความเสี่ยงหลายระบบ ภาพถ่ายดาวเทียม บันทึกการใช้ที่ดินแห่งชาติ และแพลตฟอร์มการแจ้งเตือนการตัดไม้ทําลายป่ารวมกันเพื่อสร้างโปรไฟล์แบบไดนามิกและอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่จัดหา โปรไฟล์เหล่านี้สนับสนุนการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยํายิ่งขึ้นและเปิดใช้งานการแทรกแซงล่วงหน้า 

    GT Rubber วางแผนที่จะขยายโครงการริเริ่มการตรวจสอบย้อนกลับไปยังจังหวัดต่างๆ มากขึ้นในปี 2568 โดยมีเป้าหมายที่จะให้ผู้ผลิตรายย่อยอย่างน้อย 10,000 รายภายในปี 2570 และเพิ่มส่วนแบ่งยางที่ผ่านการตรวจสอบแล้วในผลผลิตทั้งหมด บริษัทยังทํางานอย่างใกล้ชิดกับ Koltiva เพื่อเสริมสร้างกรอบการตรวจสอบย้อนกลับให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติดิจิทัลและการวิเคราะห์ใหม่ๆ เพื่อระบุช่องว่างในการจัดหาและตรวจสอบประสิทธิภาพระดับภาคสนาม 

    “นี่คือความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” ธนพล ธนันทัญชราพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีที ราเบอร์ จํากัด กล่าว “ผู้ซื้อไม่ได้แค่ขอคุณภาพอีกต่อไป แต่พวกเขาต้องการหลักฐานว่าวัสดุสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้และปราศจากการตัดไม้ทําลายป่า นั่นคืออนาคตของการค้าโลก”

  • รายได้รายวันแบบง่ายๆ: Lyn Alden หนุน BTC Miner ให้กลายเป็นเครื่องทำรายได้แบบพาสซีฟ

    รายได้รายวันแบบง่ายๆ: Lyn Alden หนุน BTC Miner ให้กลายเป็นเครื่องทำรายได้แบบพาสซีฟ

    สกุลเงินดิจิทัล การขุดบนคลาวด์ เงินต้นและดอกเบี้ยรับประกัน

    รายได้รายวันแบบง่ายๆ: Lyn Alden หนุน BTC Miner ให้กลายเป็นเครื่องทำรายได้แบบพาสซีฟ

    Image

    ETF Ethereum มีเงินไหลเข้ากว่า 2.22 ร้อยล้านดอลลาร์ สถาบันกำลังสนับสนุน BTC Miner เพียงสมัครแล้วเริ่มรับรายได้รายวัน—ไม่มีความซับซ้อน

    ETF Ethereum spot มีเงินทุนไหลเข้าถึง 222 ล้านดอลลาร์ เมื่อวานนี้เป็นวันที่สามของการไหลเข้าต่อเนื่อง ทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดสูงขึ้น Bitcoin ยังคงถือครองตลาดกว่า 60% ของมูลค่ารวม ทำให้สถาบันยังให้ความสนใจอย่างมาก 

    Lyn Alden นักวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจระดับสูงกล่าวว่า:

    “มูลค่าของ Bitcoin มาจากผลเน็ตเวิร์กและทรัพยากรที่จำกัด แต่สิ่งที่ทรงคุณค่าจริงคือการเปลี่ยนมันให้เป็นรายได้อย่างอัจฉริยะ” ประโยคนี้สะท้อนบทบาทของ BTC Miner อย่างชัดเจน

    จุดเด่นของ BTC Miner:

    รายได้รายวันสูงถึง 7% จาก smart contract—อัตโนมัติ ไม่มีความยุ่งยาก

    ใช้งานได้ทันทีผ่านมือถือ—ไม่ต้องมีความรู้เรื่องคริปโต

    รับเครดิตทดลอง $500—ไม่ต้องลงทุนก่อน

    รองรับหลายคริปโต—BTC, ETH, XRP, DOGE, BNB, ADA, USDT, USDC

    ปลอดภัยและรักษ์โลก—ใช้พลังงานหมุนเวียน ระบบเข้ารหัสระดับธนาคาร พร้อมบริการรองรับหลายภาษา

    เสียงจากผู้ใช้: “ผมไม่มีเวลามานั่งเทรดเลย ผมลองใช้ BTC Miner เฉยๆ พอเช้ามาก็มีรายได้แล้ว—มันง่ายจนแปลกใจ” — มาร์ค ที., เบอร์ลิน

    4 ขั้นตอนเริ่มต้น:

    เยี่ยมชม [btcminer.net]

    รับเครดิตทดลอง $500

    เปิด smart contract แรกแล้วเริ่มรับรายวัน

    ชวนเพื่อนมาใช้—รับ ค่าคอมมิชชั่น 7%

    ปัจจัยหนุนตลาด:

    ETH ETF และ Bitcoin มีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง

    นโยบายใหม่เอื้อต่อการลงทุนสถาบัน 、

    BTC Miner แปลงโอกาสสู่รายได้รายวันที่เข้าถึงได้จริง

    ติดต่อสื่อมวลชน: https://btcminer.net

  • แพลตฟอร์มอ่านและโพสต์มังงะ “Comilio” เปิดให้บริการเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาไทยอินโดนีเซีย พร้อมเผยแพร่ผลงานร่วมของนักวาดมังงะชื่อดัง “ยาชิโระ อะซึกิ” และนักแสดงหญิงชาวไทยคุณ Matt Peranee

    แพลตฟอร์มอ่านและโพสต์มังงะ “Comilio” เปิดให้บริการเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาไทยอินโดนีเซีย พร้อมเผยแพร่ผลงานร่วมของนักวาดมังงะชื่อดัง “ยาชิโระ อะซึกิ” และนักแสดงหญิงชาวไทยคุณ Matt Peranee

    มังงะท่องเที่ยวที่ถ่ายทอดเรื่องราวในร้านอาหารญี่ปุ่น “Minamoto Shabu” ที่กรุงเทพฯ

    บริษัท ยูทูเทค จำกัด (สำนักงานใหญ่: เขตชินจูกุ โตเกียว, ประธานบริษัท: ไดกิ มินางาวะ) ประกาศเปิดตัวฟังก์ชันใหม่อย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม Comilio (คอมิริโอะ) สำหรับการอ่านและโพสต์มังงะแปลภาษาไทย รวมถึงภาษาอินโดนีเซีย และเผยแพร่มังงะออนไลน์ เรื่องใหม่ที่ร่วมผลิตระหว่างนักวาดการ์ตูนชื่อดังและนักแสดงชาวไทยชื่อดัง
    1. เปิดให้ใช้งานเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ
    9 พฤษภาคม 2025 Comilio ได้พัฒนาเทคโนโลยี AI แปลภาษามาอย่างต่อเนื่อง และเปิดใช้งานเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดใช้งานนี้จะช่วยผลักดันให้แพร่หลายสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้นไปอีก นอกเหนือจากตลาดเดิมที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเกาหลี
    2. เพิ่มจำนวนหน้าแปลอัตโนมัติฟรีเป็น 500 หน้า
     เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวในวันเดียวกันนี้ ได้มีการเพิ่มโควตาจำนวนหน้าของการแปลอัตโนมัติรายเดือนจากเดิมเป็น 500 หน้า การเพิ่มโควตานี้ ช่วยให้นักวาดการ์ตูนและครีเอเตอร์ สามารถเผยแพร่ผลงานเพื่อเข้าถึงแฟน ๆ ได้หลากหลายภาษาโดยที่ยังสามารถควบคุมต้นทุนไว้ได้อีกด้วย
    3. เผยแพร่ผลงานร่วมของ “ยาชิโระ อะซึกิ” และ “Matt Peranee”
    เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง “ยาชิโระ อะซึกิ” ได้เผยแพร่มังงะบันทึกการเดินทางบนแพลตฟอร์ม “Comilio” โดยมีฉากหลังอยู่ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “Minamoto Shabu” ซึ่งบริหารโดยนักแสดงสาวชื่อดังของไทย Matt Peranee (แมท ภีรนีย์) ซึ่งมีผู้ติดตามใน Instagram ถึง 2.93 ล้านคน ในผลงานชิ้นนี้ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางของยาชิโระขณะพักอยู่ที่กรุงเทพฯ ผ่านมุมมองที่สนุกสนาน ครอบคลุมทั้งเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และการพบปะผู้คน นับว่าเป็นเนื้อหาที่สามารถสร้างความเพลิดเพลิน ในฐานะของไกด์นำเที่ยวได้อีกด้วย

    อ่านมังงะฉบับเต็มได้ที่:
    https://Comilio.app/comic/wbynat6n4nwhu2h0
    ・คุณ Matt Peranee Instagram:https://www.instagram.com/mattperanee
    ・ยาชิโระ อะซึกิ X (Twitter):https://x.com/yashi09

    ◆ เกี่ยวกับ Comilio
    “Comilio” คือแพลตฟอร์มยุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็สามารถโพสต์และอ่านมังงะได้อย่างง่ายดาย รองรับทั้งรูปแบบโพสต์ฟรี แบบเสียค่าใช้จ่าย และแบบเฉพาะแฟนคลับ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันตัวอ่านคุณภาพสูงและระบบแปลภาษาอัตโนมัติเชื่อมโยงผู้อ่านและครีเอเตอร์จากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน

    เว็บไซต์:https://Comilio.app/
    X:https://x.com/Comilio_app

    ในอนาคตทางบริษัทของเราจะมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มให้รองรับภาษาต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเสริมฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมมังงะของญี่ปุ่นให้เผยแพร่สู่สายตาชาวโลกได้มากยิ่งขึ้น