Blog

  • IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    IMAGO Technologies เปิดตัว PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรม 2 โหมดการทำงาน พลิกโฉมประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยพลัง AI จาก EdPrep.ai

    ผสานการเรียนการสอนในห้องเรียน
    การอ่านทบทวนด้วยตนเอง และระบบประเมินผลไว้ในเครื่องเดียว พร้อมผู้ช่วย AI ที่ปรับการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละบุคคล

    กรุงเทพฯ, 6 ตุลาคม 2569 — IMAGO Technologies ประกาศเปิดตัว
    PaperSmart แท็บเล็ตนวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อม 2 โหมดการทำงาน
    ผสานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคล EdPrep.ai
    เข้ากับชุดเครื่องมือการสอนในชั้นเรียน ระบบประเมินผลดิจิทัล
    และระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไว้อย่างครบวงจรในอุปกรณ์เดียว

    PaperSmart ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์รูปแบบการเรียนการสอนยุคใหม่
    โดยรวบรวมทุกกิจกรรมการเรียนรู้ไว้บนหน้าจอเดียว ผู้เรียนสามารถอ่านตำรา
    ทบทวนบทเรียน จดบันทึกด้วยลายมือ และฝึกทำแบบฝึกหัดได้อย่างเป็นขั้นตอน
    ขณะที่สถาบันการศึกษาสามารถดูแลและบริหารจัดการอุปกรณ์ของนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยผ่านระบบบริหารจัดการส่วนกลาง

     

    ติวเตอร์ AI ส่วนบุคคล
    ยกระดับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง
     

    หัวใจสำคัญของ PaperSmart คือ EdPrep.ai แพลตฟอร์ม AI เพื่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล
    ที่มุ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง มองเห็นโครงสร้างความคิด
    แก้ไขจุดที่มักเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
    และเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบได้อย่างมีทิศทาง  เพราะความท้าทายสำคัญของนักเรียนในปัจจุบันไม่ใช่การค้นหาข้อมูล
    แต่คือการไม่รู้ว่าควรเรียนรู้อะไรต่อไป ไม่เข้าใจสาเหตุที่ตอบคำถามผิด
    และไม่สามารถเปลี่ยนคำแนะนำให้กลายเป็นพัฒนาการที่จับต้องได้

    EdPrep.ai จึงทำหน้าที่เสมือน “สมองที่สอง” (Second Brain) คอยช่วยอธิบายเนื้อหา
    แนะนำแบบฝึกหัด และกระตุ้นกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นตอนผ่านผู้ช่วย AI บนหน้าจอ โดยทำงานร่วมกับระบบ Smart Learning Memory ที่ประมวลผลประวัติการเรียน
    ผลการสอบ และพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
    เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและประเด็นที่ควรได้รับการเสริมทักษะเพิ่มเติมได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบในทุกครั้งที่เปิดใช้งาน

    EdPrep.ai รองรับการเตรียมสอบวัดระดับมาตรฐานสากล อาทิ IGCSE, IELTS, TOEFL และ SAT พร้อมแบบฝึกหัดที่ครอบคลุมทั้งข้อสอบปรนัย
    การคำนวณ การเขียนเรียงความ (Essay) และการสอบพูด  ในด้านผู้สอน
    เครื่องมือนี้ยังช่วยเชื่อมโยงการเรียนการสอนในห้องเรียนเข้ากับการอ่านทบทวนและการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเวลาเรียนของนักเรียนได้อย่างไร้รอยต่อ

    “เราตั้งใจนำ PaperSmart และ EdPrep.ai เข้าสู่ตลาดเพื่อยกระดับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา
    นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ทั่วไป
    แต่เป็นการผสานฮาร์ดแวร์เฉพาะทางเข้ากับซอฟต์แวร์ AI ที่สามารถปรับตัวตามผู้เรียน
    เพื่อยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนไปอีกขั้น”  Rob Hughes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (Chief Revenue Officer) ของ IMAGO Technologies กล่าว

     

    ปรับเปลี่ยนได้ 2 โหมด
    ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน
     

    ผู้ใช้สามารถสลับรูปแบบการแสดงผลของ PaperSmart ได้ทันทีเพียงแตะหน้าจอสองครั้ง
    (Double Tap) โดยมี 2 โหมดให้เลือกใช้งาน ได้แก่

    * Standard Mode: หน้าจอสีสันสดใส คมชัดสมจริง
    เหมาะสำหรับสื่อการเรียนรู้แบบอินเทอร์แอคทีฟ วิดีโอ และงานกราฟิก

    * Paper Mode: หน้าจอโทนสบายตาที่จำลองประสบการณ์การอ่านบนกระดาษ
    เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือเป็นเวลานานและการเขียนจดบันทึก

    การสลับโหมดทำได้อย่างราบรื่นโดยไม่รบกวนงานที่กำลังดำเนินอยู่
    ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน หน้าเอกสาร หรือบันทึกที่เขียนค้างไว้
    ทุกอย่างยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม พร้อมให้ผู้ใช้ทำงานต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดใหม่

    PaperSmart ยังมาพร้อม  IMAGO Collab กระดานทำงานอัจฉริยะ
    เชื่อมต่อการเรียนรู้และการทำงานร่วมกัน   IMAGO Collab ซึ่งติดตั้งมาในตัวเครื่อง
    ได้รวมฟังก์ชันไวท์บอร์ดอัจฉริยะและสมุดบันทึกดิจิทัลไว้ด้วยกัน
    ช่วยให้ครูและนักเรียนสามารถเขียน วาดภาพ จดบันทึกข้อความ
    และทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ พร้อมเทมเพลตสำเร็จรูปและรองรับการเชื่อมต่อกับ Google Workspace

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Meeting Mind สำหรับบันทึกเสียงการบรรยาย
    การประชุม หรือการอภิปรายกลุ่มแบบออฟไลน์
    พร้อมระบบถอดเสียงและสรุปเนื้อหาโดยอัตโนมัติ
    ช่วยเปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นเอกสารสรุปบทเรียนและรายการสิ่งที่ต้องดำเนินการได้ทันที

     

    เครื่องมือบริหารจัดการอุปกรณ์และควบคุมการสอบสำหรับสถาบันการศึกษา

    ทีม IT ของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยสามารถลงทะเบียน
    กำหนดนโยบาย และดูแลความปลอดภัยของ PaperSmart
    ทุกเครื่องจากระยะไกลผ่านระบบ Mobile Device Management

    มีโหมด Proctor Mode สำหรับการสอบดิจิทัล
    ช่วยจำกัดการเข้าถึงแอปพลิเคชันและฟังก์ชันที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบ
    เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างสภาพแวดล้อมการสอบที่มีความน่าเชื่อถือ

     

    การจัดจำหน่ายและโปรโมชันเปิดตัว

    IMAGO Technologies เปิดรับลงทะเบียนสำหรับสถาบันการศึกษาและองค์กรที่สนใจนำ
    PaperSmart ไปใช้งาน พร้อมมอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัว
    ทั้งราคาพิเศษสำหรับการสั่งซื้อในระดับองค์กร และแพ็กเกจจัดชุดสุดคุ้ม

    ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่
    imago.us/paper-smart-tablet/

     

    เกี่ยวกับ IMAGO Technologies 

    IMAGO Technologies เป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันห้องเรียนอัจฉริยะแบบครบวงจร (Unified Smart Classroom) และพื้นที่ทำงานร่วมกัน
    โดยมุ่งสนับสนุนสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจทั่วโลกให้สามารถจัดการเรียนการสอน
    การเรียนรู้ และการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ  IMAGO มุ่งมั่นลดช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ SaaS อัจฉริยะ
    และระบบบริหารจัดการส่วนกลางระดับสถาบัน
    เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม
    ได้ที่  imago.us

     

    ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชล

    IMAGO Technologies 
    อีเมล: hello@imago.us 
    เว็บไซต์: imago.us

    ติดตาม IMAGO Technologies ได้ทาง LinkedIn, Facebook, Instagram และ YouTube

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Thai ESG Fund ในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืนของไทย

    Thai ESG Fund ในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อการพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืนของไทย

    การลงทุนเป็นตัวเร่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    Thai ESG Fund ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ให้มาตรการจูงใจทางภาษี เครื่องมือนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ระดับชาติของไทยในการสร้างตลาดทุนที่ยั่งยืน ครอบคลุม และแข่งขันได้ในระดับโลก ด้วยการบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับกลไกตลาด ไทยได้สร้างกรอบที่การเติบโตทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมดำเนินไปพร้อมกัน

    กรอบกฎระเบียบที่สนับสนุนระบบนิเวศ ESG

    การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดย ก.ล.ต. ไทย

    ก.ล.ต. ไทยแสดงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบ Thai ESG Fund เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2025 ก.ล.ต. ได้ออกประกาศที่ ส.น. 42/2568 ซึ่งกำหนดข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลสำหรับกองทุน SRI, Thai ESG และ Thai ESG Extra กฎระเบียบนี้กำหนดให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับจักรวาลการลงทุน กลยุทธ์ เกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ เกณฑ์มาตรฐานที่สอดคล้องกับความยั่งยืน และข้อจำกัดการลงทุน

    การจำแนกกองทุนตามเป้าหมายความยั่งยืน

    กรอบกฎระเบียบแบ่งกองทุนออกเป็นสองประเภท: “SRI Focus” สำหรับกองทุนที่มีเป้าหมายความยั่งยืนเฉพาะ และ “SRI Promote” สำหรับกองทุนที่ลงทุนในกองทุนแม่ที่มีลักษณะสิ่งแวดล้อมหรือสังคมบางประการ แนวทางนี้ให้ความชัดเจนแก่นักลงทุนเกี่ยวกับโปรไฟล์ ESG ของผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาเลือก

    การมีส่วนสนับสนุนต่อตลาดการเงินอย่างยั่งยืนของไทย

    การเติบโตของตลาดพันธบัตรอย่างยั่งยืน

    การพัฒนา Thai ESG Fund ไม่สามารถแยกจากกันได้จากการเติบโตของระบบนิเวศการเงินอย่างยั่งยืนที่กว้างขึ้น ตลาดพันธบัตรอย่างยั่งยืนของไทยบันทึกมูลค่าที่น่าทึ่ง 26.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงเดือนมิถุนายน 2025 โดยพันธบัตรที่เชื่อมโยงความยั่งยืน (SLBs) คิดเป็นกว่า 20%—สัดส่วนที่สูงกว่าประเทศเศรษฐกิจอาเซียนอื่นๆ

    การทำงานร่วมกับ iniciatif การเงินสีเขียวระดับชาติ

    โปรแกรม Thai ESG Fund ถูกรวมเข้ากับ iniciatif การเงินสีเขียวระดับชาติต่างๆ รวมถึง Thailand Taxonomy ที่ให้กรอบที่ครอบคลุมซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานโลกสำหรับโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน ธนาคารขนาดใหญ่ของไทย เช่น KBank และ Krungsri ยังเพิ่มเป้าหมายการเงินอย่างยั่งยืน สร้างระบบนิเวศการระดมทุนที่เสริมสร้างซึ่งกันและกัน

    การเข้าถึงและการรวมนักลงทุน

    การกระจายคลาสหน่วยสำหรับโปรไฟล์นักลงทุนที่หลากหลาย

    บริษัทจัดการสินทรัพย์ยังคงสร้างสรรค์คลาสหน่วยต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่แตกต่างกัน SCBAM ตัวอย่างเช่น เปิดตัวคลาสหน่วยสะสม 2026 และจ่าย distribución 2026 สำหรับกองทุน Thai ESGX ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2026 โดยมีตัวเลือกการแลกเปลี่ยนระหว่างคลาสหน่วยและระหว่างกองทุนในระบบนิเวศ Thai ESG

    การคุ้มครองนักลงทุนท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็ว

    ก.ล.ต. ไทยเพิ่มการคุ้มครองนักลงทุนอย่างแข็งขันตามการเติบโตของอุตสาหกรรม ในครึ่งแรกของปี 2026 สายด่วนต่อต้านการฉ้อโกงได้รับรายงาน 4,530 รายการ—เพิ่มขึ้นกว่า 150% เมื่อเทียบปีต่อปี—และบล็อกช่องทางฉ้อโกง 374 ช่องทางบนโซเชียลมีเดีย

    ประมาณการและแนวโน้มระยะยาว

    เป้าหมายการเติบโตและความจุตลาด

    ด้วยโมเมนตัมการเติบโต 252% ตั้งแต่สิ้นปี 2024 อุตสาหกรรม Thai ESG Fund คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องตามการขยายขอบเขตสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติและการเพิ่มขึ้นของความตระหนักของนักลงทุน ความจุตลาดที่ยังมีขนาดใหญ่—โดยมีเพียงส่วนน้อยของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG เข้มงวดในปัจจุบัน—แสดงให้เห็นถึงพื้นที่การเติบโตที่มีนัยสำคัญในอนาคต

  • Thai Union และ Wholechain: บล็อกเชนและ Wi-Fi เปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ดโลก

    Thai Union และ Wholechain: บล็อกเชนและ Wi-Fi เปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ดโลก

    ความมุ่งมั่นของ Thai Union ต่อความโปร่งใสดิจิทัล

    Thai Union Group PCL หนึ่งในผู้ผลิตซีฟู้ดรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ตั้งฐานในไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Wholechain บริษัทติดตามห่วงโซ่อุปทานฐานในสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม 2026 ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายติดตั้งระบบติดตามดิจิทัลแบบ end-to-end ที่ทำงานร่วมกันได้เต็มรูปแบบทั่วปฏิบัติการโลกของ Thai Union

    ระบบนี้เปลี่ยนกระบวนการติดตามที่เดิมเป็นแบบแมนนวลและพึ่งระบบแยกส่วนให้เป็นแบบดิจิทัลที่บูรณาการเต็มรูปแบบ ทำให้ Thai Union ติดตามผลิตภัณฑ์ซีฟู้ดแต่ละชิ้นจนถึงเรือประมงเฉพาะลำได้ ช่วยให้ตอบสนองแบบเจาะจงหากเกิดปัญหาความปลอดภัยหรือการปฏิบัติตามกฎ การนำเริ่มจากทูน่าและกุ้งก่อนขยายไปชนิดอื่น สอดคล้องมาตรฐานสากลอย่าง Global Dialogue on Seafood Traceability (GDST) ข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www.thaiunion.com/

    Wi-Fi เพื่อสวัสดิภาพชาวประมง

    นอกเหนือการติดตามดิจิทัล Thai Union ตั้งเป้าให้ 50% ของเรือประมงทูน่าที่ร่วมงานมีความสามารถ Wi-Fi บนเรือภายในสิ้นปี 2026 และเพิ่มเป็น 75% ในสองปีถัดไป ความริเริ่มนี้ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพปฏิบัติการ Wi-Fi บนเรือช่วยให้ลูกเรือสื่อสารกับครอบครัวได้ดีขึ้น และสนับสนุนการรายงานข้อมูลจับสัตว์น้ำแบบเรียลไทม์ซึ่งเป็นรากฐานของระบบ e-CDT (Electronic Catch Documentation and Traceability) ของไทย

    ไทยเองพัฒนาระบบ e-CDT ระดับชาติที่ครอบคลุมการติดตามเรือธงไทย ปลานำเข้า และการตรวจสอบในโรงงานแปรรูป ระบบนี้เป็นการตอบสนองต่อข้อกำหนดตลาดโลก ทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันถือการติดตามเป็นเงื่อนไขการค้า

    จากใบเหลือง EU สู่มาตรฐานโลก

    เส้นทางไทยสู่การติดตามดิจิทัลแยกจากประวัติศาสตร์ใบเหลือง EU ในปี 2015 จากการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) ใบเหลืองบังคับให้ไทยปฏิรูปทั้งระบบจัดการประมง รวมถึงปรับกฎหมาย เพิ่มการเฝ้าระวังเรือ และระบบติดตาม ใบเหลืองถูกถอดในปี 2019 หลังไทยปฏิบัติตามข้อกำหนด EU และตั้งแต่นั้นไทยเสริมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อเนื่อง

    ความร่วมมือ Thai Union-Wholechain คือความต่อเนื่องของการปฏิรูปนั้น ทำให้บริษัทไทยเป็นผู้นำโลกด้านความโปร่งใสห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ด ด้วยระบบที่ติดตามผลิตภัณฑ์ถึงเรือเฉพาะลำ Thai Union ไม่เพียงปฏิบัติตามกฎ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคในตลาดที่ตระหนักความยั่งยืนมากขึ้น ดูข้อมูล Wholechain ที่ https://www.wholechain.com/

    อนาคตห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ดที่เชื่อมต่อ

    การรวมบล็อกเชน Wi-Fi บนเรือ และระบบ e-CDT ระดับชาติสร้างระบบนิเวศที่ข้อมูลไหลไร้รอยต่อจากทะเลถึงโต๊ะอาหาร ความท้าทายถัดไปคือทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกนำใช้โดยชาวประมงรายย่อยและเรือพื้นบ้าน ไม่ใช่แค่กองเรือบริษัทใหญ่ แต่อนาคตชัดเจน: ห่วงโซ่อุปทานซีฟู้ดโลกจะดิจิทัล โปร่งใส และเชื่อมต่อมากขึ้น

  • ไทยเดินหน้าสู่ศูนย์กลาง MRO และอากาศยานไร้คนขับ รับมือวิกฤตด้วยกลยุทธ์ระยะยาว

    ไทยเดินหน้าสู่ศูนย์กลาง MRO และอากาศยานไร้คนขับ รับมือวิกฤตด้วยกลยุทธ์ระยะยาว

    เมื่อวิกฤตกลายเป็นโอกาส

    ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันที่ทำให้การฟื้นตัวเต็มรูปแบบของอุตสาหกรรมการบินไทยต้องล่าช้าออกไปหลังปี 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศกลยุทธ์ใหม่ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ระดับโลก และการปฏิรูประบบขนส่งสินค้าทางอากาศ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

    การพัฒนาศูนย์ MRO ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

    กพท. ได้กำหนดให้การพัฒนา MRO เป็นหนึ่งในสองเสาหลักของยุทธศาสตร์ โดยใช้พื้นที่โซนเหนือและโซนใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และช่วยให้สายการบินในภูมิภาคสามารถลดต้นทุนการซ่อมบำรุงเชิงโครงสร้างผ่านการรวมศูนย์บริการในพื้นที่

    ความร่วมมือกับเวียดนาม: MRO ที่อู่ตะเภา

    นอกเหนือจากสุวรรณภูมิแล้ว ไทยยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับเวียดนามเพื่อพัฒนาศูนย์ MRO ที่สนามบินอู่ตะเภา โดย Vietjet Air และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) ร่วมมือกันพัฒนาโครงการนี้ อู่ตะเภากำลังถูกพัฒนาให้เป็น “aerotropolis” ที่ผสานโลจิสติกส์ วิศวกรรมการบิน และบริการเทคโนโลยีขั้นสูง

    การปฏิรูประบบขนส่งสินค้าทางอากาศ

    กพท. กำลังเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดในภาคการขนส่งสินค้า หลังพบว่าปริมาณสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 110 โดยเตรียมเร่งรัดพิธีการศุลกากรและการตรวจปล่อยสินค้าสำหรับสินค้าที่มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่การคว้าส่วนแบ่งตลาดการขนส่งชิ้นส่วนมูลค่าสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

    อุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับ: การเป็นเจ้าภาพ ICAO AAM 2026

    ไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ICAO Second Advanced Air Mobility 2026 (AAM 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนธันวาคม 2569 นับเป็นครั้งแรกที่การประชุมสำคัญนี้จัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการเป็นผู้นำด้านการบินแห่งอนาคต รวมถึงการพัฒนาแผนแม่บทอากาศยานไร้คนขับและอากาศยานรูปแบบใหม่

    ข้อมูลอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

    รายละเอียดกลยุทธ์ MRO และการปฏิรูประบบขนส่งสินค้าทางอากาศของ กพท. สามารถดูได้ที่ Nation Thailand

    แนวโน้มในอนาคต

    การพัฒนาศูนย์ MRO และระบบขนส่งสินค้าทางอากาศไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบินไทย แต่ยังสร้างงานทักษะสูงและถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่แรงงานไทย หากแผนทั้งหมดสำเร็จ ไทยจะไม่ใช่เพียงแค่ประตูการบิน แต่จะเป็นศูนย์กลางบริการและนวัตกรรมการบินของภูมิภาคอย่างแท้จริง


  • ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์สัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด คว้ารางวัลสูงสุดด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว” Club Tourism เริ่มจำหน่ายในต่างประเทศสำหรับฤดูกาล 2027

    ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สัมผัสความงดงามของน้ำแข็งลอย 7 จุดชมวิวและประสบการณ์ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมเดินทางร่วมกับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ท่ามกลางการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายในฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    บริษัท Club Tourism Co., Ltd. บริษัทนำเที่ยวของญี่ปุ่น ประกาศว่า ทัวร์ฮอกไกโดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ชมน้ำแข็งลอย ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จาก “Tour Grand Prix 2026” ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น

    ทัวร์ดังกล่าวได้รับการออกแบบในรูปแบบที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางร่วมกันในกำหนดการเดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านการรองรับหลายภาษา และได้รับการประเมินในระดับสูงในฐานะผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถเยี่ยมชมพื้นที่ชิเรโตโกะและอาบาชิริ ซึ่งเข้าถึงได้ยากสำหรับการเดินทางด้วยตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    จากการได้รับรางวัลครั้งนี้ Club Tourism เริ่มเปิดจำหน่ายทัวร์สำหรับตลาดต่างประเทศสำหรับฤดูหนาวปี 2027 โดยมุ่งเน้นตลาดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเผยแพร่เสน่ห์ของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    ทัวร์นี้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของฮอกไกโดในช่วงฤดูหนาวไว้ภายในเวลาเพียง 2 วัน พร้อมพาเดินทางสัมผัส 7 จุดชมวิวและประสบการณ์เกี่ยวกับน้ำแข็งลอย โดยเดินทางผ่านพื้นที่โดโตะ (Eastern Hokkaido) ซึ่งรวมถึงชิเรโตโกะ หนึ่งในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO

    นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในฤดูหนาวที่ยากจะสัมผัสได้จากการเดินทางด้วยตนเอง เช่น การโดยสารเรือตัดน้ำแข็งชมธรรมชาติ “โอโรระ” และกิจกรรมสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    URL หน้าทัวร์:
    https://tour.club-t.com/zh-CHT/tour/detail?p_from=800000&p_baitai=979&p_baitai_web=XX001&argument=UCwNomcJ&dmai=a6a8bd5b8afb02&utm_source=owned&utm_medium=pr&utm_campaign=00_owned_pr_10005&utm_content=10005&p_course_no2=22724

    ● 7 ประสบการณ์สัมผัสน้ำแข็งลอยแห่งฮอกไกโด

    ① ชมทัศนียภาพพาโนรามาของน้ำแข็งลอยจากภูเขาเท็นโตะ
    ② สัมผัสน้ำแข็งลอยที่เมืองชาริ
    ③ ชมวิวจากห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ของโรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ
    ④ น้ำตกโอชิงโกะชิน
    ⑤ สถานีคิตะฮามะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้น้ำแข็งลอยมากที่สุด
    ⑥ สถานีริมทางอะบาชิริ
    ⑦ โดยสารเรือตัดน้ำแข็ง “โอโรระ” เพื่อสัมผัสน้ำแข็งลอยอย่างใกล้ชิด

    ● ที่พักชั้นเลิศและอาหารรสเลิศ

    ที่พักคือ “โรงแรมชิเรโตโกะ ไดอิจิ” รีสอร์ตโฮเทลชั้นนำในพื้นที่ชิเรโตโกะ พร้อมเพลิดเพลินกับออนเซ็นและอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฮอกไกโด

    ● การจองที่สะดวกง่ายดาย

    นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถจองทัวร์ได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่รองรับหลายภาษา

    ● ช่วงเวลาออกเดินทาง

    มีกำหนดออกเดินทางเป็นระยะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม 2027 โดยสามารถตรวจสอบวันออกเดินทางและราคาทัวร์ได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

    [เบื้องหลังการได้รับรางวัลและคุณค่าของ “รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ”]

    “Tour Grand Prix” เป็นรางวัลที่มอบให้แก่ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น ซึ่งได้รับการวางแผนและดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น

    ทัวร์ของ Club Tourism ได้รับรางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น จากความโดดเด่นในฐานะทัวร์ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นเข้าร่วมการเดินทางในเส้นทางเดียวกัน รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาวให้มีความปลอดภัยและสะดวกสบาย พร้อมมีส่วนช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    จุดสำคัญที่ได้รับการประเมินมีดังนี้

    ● ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางในฮอกไกโดตามกำหนดการเดียวกัน พร้อมสัมผัสการแลกเปลี่ยนที่ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการต้อนรับแบบญี่ปุ่น

    ● ส่งเสริมความปลอดภัยในการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว

    ช่วยลดความเสี่ยงจากการขับรถเช่าบนถนนที่มีหิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของการท่องเที่ยวฮอกไกโดช่วงฤดูหนาว ผ่านแพ็กเกจทัวร์ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทางและคนขับรถมืออาชีพ

    ● การส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ด้วยรูปแบบทัวร์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าร่วมการเดินทางเดียวกัน ทำให้สามารถส่งเสริมนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนที่พักและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในท้องถิ่น

    นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับมารยาทในการท่องเที่ยวโดยเจ้าหน้าที่ดูแลการเดินทาง

    [แนวทางการดำเนินงานในอนาคต (ความคิดเห็นจากผู้บริหาร)]

    บริษัทมองว่ารางวัลครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงเสน่ห์ของสถานที่ท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่นกับนักเดินทางจากทั่วโลก

    Club Tourism จะเดินหน้าสื่อสารเสน่ห์ของฮอกไกโดและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นผ่านเว็บไซต์ที่รองรับหลายภาษา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางคุณภาพสูงแก่ลูกค้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    [เกี่ยวกับ Club Tourism Co., Ltd.]

    Club Tourism Co., Ltd. เป็นหนึ่งในบริษัทนำเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่น โดยวางแผนและดำเนินการทัวร์หลากหลายรูปแบบตามธีม รวมถึงทัวร์พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดการเดินทาง

    บริษัทนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการหลายภาษา

    ภาษาจีน (ตัวเต็ม)
    https://www.club-t.com/zh-CHT/

    ภาษาอังกฤษ
    https://www.club-t.com/en/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • กลยุทธ์แฟรนไชส์อาหารไทยบุกตลาดโลกปี 2026 ตั้งแต่เซ็น กรุ๊ป Five Star ถึงร้านไทยในลอนดอนและดูไบ

    กลยุทธ์แฟรนไชส์อาหารไทยบุกตลาดโลกปี 2026 ตั้งแต่เซ็น กรุ๊ป Five Star ถึงร้านไทยในลอนดอนและดูไบ

    แฟรนไชส์อาหารไทยบุกตลาดโลก: กลยุทธ์ของแบรนด์ไทยในปี 2026 เมื่อแบรนด์อาหารไทยไม่หยุดแค่ในประเทศ ปี 2569 ถือเป็นปีที่แบรนด์อาหารไทยหลายรายเร่งเครื่องขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศอย่างจริงจัง กลุ่มเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ประกาศกลยุทธ์ปี 2026 ภายใต้สามแบรนด์หลัก ได้แก่ “เขียง” “ตำมั่ว” และ “ลาวญวน” โดยใช้รูปแบบแฟรนไชส์ 100% พร้อมเป้าหมายศึกษาตลาดอินโดนีเซีย ไต้หวัน และญี่ปุ่นเพิ่มเติม การขยายตัวนี้ไม่ใช่แค่การส่งออกอาหาร แต่เป็นการส่งออกวัฒนธรรมและประสบการณ์

    Khiang Restaurant ในฟิลิปปินส์กับแผนขยายสาขา Khiang Restaurant แบรนด์อาหารไทยภายใต้เซ็น กรุ๊ป ปัจจุบันดำเนินการ 2 สาขาในเมโทรมะนิลา และมีแผนเปิดสาขาเพิ่มเติมภายในปี 2026 การเจรจาแฟรนไชส์ระดับมาสเตอร์และโอกาสสำหรับพันธมิตรท้องถิ่นรายใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการหารือ โมเดลนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยตรง และสร้างความยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับผู้ประกอบการในท้องถิ่น

    Five Star ไก่ย่างไทยกับเป้าหมาย 10,000 สาขาต่างประเทศ Five Star แบรนด์ไก่ย่างยอดนิยมของไทยที่มีประสบการณ์กว่า 40 ปี กำลังเร่งขยายสู่ตลาดโลก โดยมีแผนเข้าสู่ตลาดอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ รัสเซีย และยุโรป ปัจจุบัน Five Star มีสาขาในประเทศไทย 5,000 แห่ง และในต่างประเทศกว่า 10,000 แห่ง ตัวเลขนี้พิสูจน์ว่าอาหารไทยสามารถปรับตัวและเป็นที่ยอมรับในหลากหลายวัฒนธรรม

    ตลาดยูเออี กับโอกาสที่มาพร้อมความท้าทาย ในยูเออี ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยต้องรับมือกับผลกระทบจากสงครามที่ทำให้ยอดรับประทานในร้านลดลง 33% และรายได้ร้านชุมชนหดตัว 20% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งขึ้น 22% กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแนะนำให้ผู้ประกอบการหันมาลงทุนในแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่าง Talabat, Deliveroo และ Careem Food พร้อมปรับเมนูให้เหมาะกับการขนส่ง และพัฒนา Cloud Kitchen เพื่อลดต้นทุนคงที่

    ยุโรปกับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Luke Farrell ผู้ก่อตั้งร้าน Plaza Khao Gaeng ภัตตาคารอาหารไทยภาคใต้ในลอนดอน เปิดเผยว่าความต้องการอาหารไทย “พุ่งขึ้นเหมือนจรวด” และกำลังพิจารณาขยายสาขาเพิ่มเติมในลอนดอน นิวยอร์ก หรือสหรัฐอเมริกา หลังจากเปิดสาขาที่สามใน Covent Garden นี่เป็นสัญญาณว่าตลาดตะวันตกยังมีช่องว่างอีกมากสำหรับอาหารไทยที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน

  • คริปโทและ ETF Bitcoin: ทางเลือกการลงทุนของคนรุ่นใหม่ไทย

    คริปโทและ ETF Bitcoin: ทางเลือกการลงทุนของคนรุ่นใหม่ไทย

    คลื่นการยอมรับคริปโทในหมู่คนรุ่นใหม่

    สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์การลงทุนคนรุ่นใหม่ไทย ข้อมูล SEC Thailand ระบุว่ามีบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 1.49 ล้านบัญชี โดย 311,000 บัญชีเป็นบัญชี актив และมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 6,6 พันล้านบาท ราว 3% ของเทรดเดอร์อายุต่ำกว่า 20 ปี และราว 47% อายุต่ำกว่า 30 ปี ตัวเลขนี้ยืนยันว่าคริปโทไม่ใช่ปรากฏการณ์ชายขอบ แต่เป็นกระแสหลักสำหรับมิลเลนเนียลและ Gen Z ไทย ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ SEC Thailand

    กฎเกณฑ์ SEC Thailand เปิดทางรายย่อย

    ปี 2026 เป็นบทใหม่ของการลงทุนคริปโทในไทย SEC Thailand อนุมัติ spot Bitcoin ETF ที่ซื้อขายผ่านบัญชีโบรกเกอร์มาตรฐานในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะรัฐมนตรีไทยแก้ไขพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อรวมสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง Bitcoin เป็น underlying asset ที่ได้รับอนุญาตสำหรับฟิวเจอร์สและออปชัน ซึ่งเป็นรากฐานทางกฎหมายสำหรับการเข้าถึง ETF รายย่อยเต็มรูปแบบ SEC ยังเร่งออกกฎสำหรับ ETF ที่นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้โดยตรงใน SET โดยมีแผนขยายไปยัง Ethereum และ Solana

    ETF Bitcoin กับการซื้อขายโดยตรง: ข้อพิจารณาสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่

    สำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ การเลือกระหว่าง ETF Bitcoin กับการซื้อขายโดยตรงบนตลาดที่มีใบอนุญาตมี trade-off ที่ต้องชั่งน้ำหนัก ETF Bitcoin ให้ความสะดวกผ่านบัญชีโบรกเกอร์ที่มีอยู่ แต่มีค่าบริหารปีละประมาณ 0.5-1.5% ตรงกันข้าม การซื้อขายโดยตรงบนตลาดที่มีใบอนุญาตอย่าง Bitazza ให้การถือครองสินทรัพย์เต็มรูปแบบโดยไม่มีค่าคัสโตเดียนรายปี พร้อมยกเว้นภาษี capital gain ถึงปี 2029 สำหรับสถานะระยะยาว ความต่างของค่าธรรมเนียมอาจสูงถึงหลายหมื่นบาทในไม่กี่ปี

    ระบบนิเวศคริปโทไทยที่โตเต็มที่

    ตลาดคริปโทไทยมีมูลค่า 3.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำนวนบัญชีซื้อขายคริปโทเพิ่มจาก 3.03 ล้านบัญชีในมกราคม 2026 เป็น 3.16 ล้านบัญชีในมิถุนายน 2026 สำหรับมิลเลนเนียลและ Gen Z ไทย การผสมระหว่างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนขึ้น ผลิตภัณฑ์หลากหลาย และศักยภาพผลตอบแทนที่น่าสนใจ ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงของพวกเขา

  • “เงินตึงแต่ไม่ยอมแพ้” เจาะ 7 ความย้อนแย้งการเงิน Gen Z ไทย ที่ธนาคารต้องเข้าใจก่อนออกแบบผลิตภัณฑ์

    “เงินตึงแต่ไม่ยอมแพ้” เจาะ 7 ความย้อนแย้งการเงิน Gen Z ไทย ที่ธนาคารต้องเข้าใจก่อนออกแบบผลิตภัณฑ์

    ภาพรวมความย้อนแย้งที่ซับซ้อน

    ผลสำรวจ GEN Z FINANCIAL PULSE THAILAND 2026 Q1 โดยเอยูโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-26 ปี จำนวน 1,288 คน ระหว่างวันที่ 3-16 สิงหาคม 2569 ได้สะท้อนภาพทางการเงินของคนรุ่นใหม่ไทยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

    อยากออม แต่เงินไม่พอ

    กว่า 42% ของ Gen Z มีรายได้พอดีตัวหรือเริ่มตึงมือ แต่หากมีรายได้เพิ่ม 5,000 บาท สิ่งแรกที่อยากทำอันดับหนึ่งคือ “เก็บออม” นั่นหมายความว่า Gen Z ไม่ได้ละเลยการออม เพียงแต่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ “อยากออม แต่เงินเหลือให้ออมมีไม่มากพอ” เกือบครึ่งหนึ่ง (45.42%) ยอมรับว่าหากไม่มีรายรับเข้ามา เงินที่มีจะใช้ได้ไม่ถึง 1 เดือน

    รู้ว่าต้องมีรายได้หลายทาง แต่ยังทำไม่ได้

    แม้ 27.25% ของ Gen Z มองว่าการมีรายได้หลายทางคือวิธีสำคัญที่จะช่วยให้สถานะทางการเงินดีขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ความจริงคือกว่าครึ่งหนึ่ง (51.86%) ยังไม่มีรายได้เสริมใดๆ นี่คือช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่รู้ว่าควรทำ” กับ “สิ่งที่ทำได้จริง”

    สิ่งที่ Gen Z อยากเรียนรู้มากที่สุด

    ผลสำรวจจาก Thairath Plus ระบุว่า อันดับ 1 ของเรื่องการเงินที่ Gen Z อยากเรียนรู้คือ การเพิ่มรายได้เสริม (45%) อันดับ 2 คือการใช้แอปพลิเคชัน/AI บริหารเงิน (28%) และอันดับ 3 คืออัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (27%) ข้อมูลนี้ชี้ชัดว่าคนรุ่นใหม่ต้องการความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่ทฤษฎีทางการเงินแบบเดิม

    ความเครียดทางการเงินที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

    ผลสำรวจ 2026 Global Gen Z and Millennial Survey ของ Deloitte เผยว่าคนรุ่นใหม่ไทยมีความกังวลต่ออนาคตทางการเงินสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดย 65% ของ Gen Z ไทยและ 57% ของ Millennials ไทยได้ชะลอการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เช่น การมีบุตรและการศึกษาต่อ

  • Cariva นำ Voice AI สู่ระบบสาธารณสุขไทย พลิกโฉมการบันทึกเวชระเบียนด้วยเสียง

    Cariva นำ Voice AI สู่ระบบสาธารณสุขไทย พลิกโฉมการบันทึกเวชระเบียนด้วยเสียง

    Voice AI ที่ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการช่วยชีวิต

    ในขณะที่ Voice AI ส่วนใหญ่ในตลาดมุ่งเน้นการลดต้นทุนคอลเซ็นเตอร์หรือเพิ่มยอดขาย Cariva (Thailand) สตาร์ทอัพ Medical AI จากกรุงเทพฯ กลับนำเทคโนโลยีรู้จำเสียงไปใช้ในบริบทที่มีความหมายลึกซึ้งกว่ามาก นั่นคือ การบันทึกเวชระเบียนและการวินิจฉัยทางการแพทย์

    Cariva ก่อตั้งในปี 2021 และมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่ออัตโนมัติเอกสารทางการแพทย์และการวินิจฉัย เทคโนโลยีของบริษัทใช้การรู้จำเสียงอัตโนมัติและการวิเคราะห์ภาพเพื่อแปลงบทสนทนาทางคลินิกให้เป็นบันทึกที่มีโครงสร้างและสร้างภาพอวัยวะสามมิติ

    MOR-ASR: ระบบรู้จำเสียงทางการแพทย์ภาษาไทย

    นวัตกรรมเด่นของ Cariva คือ MOR-ASR ระบบแปลงเสียงเป็นเวชระเบียนทางการแพทย์ที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องพิมพ์ระหว่างการสัมภาษณ์ผู้ป่วย ระบบจะฟังและบันทึกบันทึกโดยอัตโนมัติ ความสามารถที่สำคัญคือการประมวลผลเสียงที่สลับระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (code-switching) รวมถึงภาษาอังกฤษที่ออกเสียงด้วยสำเนียงไทยได้อย่างแม่นยำ

    ความสามารถนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของโรงพยาบาลไทยที่แพทย์และพยาบาลมักใช้คำศัพท์ทางการแพทย์ภาษาอังกฤษปนกับภาษาไทยในบทสนทนาประจำวัน ระบบ ASR ทั่วไปที่ฝึกด้วยภาษาอังกฤษมาตรฐานมักประสบปัญหาในการถอดเสียงลักษณะนี้ แต่ MOR-ASR ได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับความท้าทายนี้โดยเฉพาะ

    ความร่วมมือกับกรุงเทพดุสิตเวชการและ 4 นวัตกรรมหลัก

    Cariva ได้ร่วมมือกับ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เพื่อนำนวัตกรรม AI เข้ามาปลดล็อกศักยภาพของโรงพยาบาลไทย โดยมุ่งเน้นการลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการรักษาผ่าน 4 นวัตกรรมหลัก ได้แก่ MOR-ASR, Medicart และอื่น ๆ  ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่าภาคสาธารณสุขไทยกำลังเปิดรับเทคโนโลยี Voice AI อย่างจริงจัง

    การเข้าร่วม OpenAI Accelerator และ Voice Agent สำหรับโรงพยาบาล

    ในเดือนสิงหาคม 2026 OpenAI ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) เปิดตัวโครงการ Accelerator สำหรับสตาร์ทอัพไทย โดย Cariva เป็นหนึ่งใน 10 สตาร์ทอัพที่ได้รับเลือก

    Cariva กำลังพัฒนา Voice Agent หลายภาษาสำหรับสายโทรศัพท์ของโรงพยาบาล ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยงานต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย และสามารถตรวจจับได้ว่าผู้โทรอาจกำลังอธิบายสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์  นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพการบริการเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์วิกฤต

    AI-Translator: ก้าวข้ามกำแพงภาษาในการรักษา

    Cariva ยังพัฒนา AI-Translator ระบบแปลทางการแพทย์แบบเรียลไทม์ที่รองรับมากกว่า 27 ภาษา รวมถึงภาษาที่ซับซ้อนอย่างโปแลนด์ ตุรกี และจีนกวางตุ้ง เครื่องมือนี้ช่วยให้โรงพยาบาลไทยสามารถสื่อสารกับผู้ป่วยต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด

    เส้นทางของ Cariva เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า Voice AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มยอดขายหรือลดต้นทุน แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในด้านที่มีความสำคัญที่สุด นั่นคือสุขภาพและการรักษาพยาบาล

  • Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    Ultima Markets ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งการเติบโต การเชื่อมโยง และความสำเร็จร่วมกันทั่วเอเชียแปซิฟิก

    ภายใต้แนวคิด “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” Ultima Markets ร่วมเฉลิมฉลองกับชุมชนในหลากหลายภูมิภาค พร้อมยึดมั่นในรากฐานของแบรนด์ และเดินหน้าสนับสนุนให้เทรดเดอร์พร้อมรับโอกาสในอนาคต

    Ultima Markets โบรกเกอร์ CFD แบบ Multi-Asset ระดับโลก ได้ร่วมฉลองครบรอบ 10 ปีด้วยกิจกรรมโรดโชว์แห่งการเฉลิมฉลองใน 6 เมืองทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขอบคุณพันธมิตร ลูกค้า และชุมชนต่าง ๆ ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

    ภายใต้แนวคิดประจำวาระครบรอบ “10 Years of Trust. Focused on Tomorrow” แคมเปญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนเทรดเดอร์ผ่านการให้ความรู้ นวัตกรรม และสภาพแวดล้อมการเทรดที่น่าเชื่อถือ

    กิจกรรมเฉลิมฉลองในครั้งนี้ได้เชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งด้านธุรกิจ การศึกษา และกิจกรรมทางสังคม

    ตั้งแต่งานเลี้ยงอาหารกลางวันในบรรยากาศหรูหราที่ออกแบบมาเพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยอย่างมีความหมายและสร้างความสัมพันธ์ ไปจนถึงงานกาล่าระดับพรีเมียมที่ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและมรดกร่วมกัน โดยแต่ละกิจกรรมสะท้อนเรื่องราวที่แตกต่างกันตลอดเส้นทาง 10 ปีของ Ultima Markets

    ไฮไลต์ของงานยังรวมถึงการแสดงภายใต้ธีมที่ถ่ายทอดเส้นทางของเทรดเดอร์ ตั้งแต่การเผชิญความท้าทาย ความแข็งแกร่งในการก้าวผ่านอุปสรรค ไปจนถึงช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ ควบคู่กับกิจกรรมชุมชนที่เต็มไปด้วยดนตรี เกม ของรางวัล และความบันเทิง

    งานช่วงค่ำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฮอลลีวูดช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความโดดเด่นและการยกย่อง ขณะที่สัมมนาด้านตลาดโดยเฉพาะมุ่งเน้นการแบ่งปันข้อมูลเชิงปฏิบัติ การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการเสริมศักยภาพให้แก่เทรดเดอร์

    นอกจากนี้ การล่องเรือในอ่าวยามค่ำคืนยังสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นสำหรับการสร้างเครือข่ายและร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางทิวทัศน์ของเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางร่วมกันสู่ทศวรรษต่อไป

    เส้นทางแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบยังขยายไปสู่ชุมชนในวงกว้างผ่านกิจกรรม CSR ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Ultima Markets ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ก้าวไกลกว่าตลาดการเงิน

    ภายในโปรแกรมฉลองครบรอบยังมีกิจกรรม “Ultimate 10 Challenge” ซึ่งพันธมิตรได้รับทองคำแท่งที่ออกแบบเป็นพิเศษ พร้อมรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

    นอกเหนือจากกิจกรรมอย่างเป็นทางการแล้ว ประสบการณ์ร่วมกับชุมชนยังสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำในมิติส่วนตัวอีกด้วย

    ในการแข่งขันไตรกีฬาที่ Ultima Markets ให้การสนับสนุนในเวียดนาม นักกีฬาหญิงที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์สามารถคว้าอันดับหนึ่งได้สำเร็จ ขณะที่เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานบริเวณเส้นชัยก็ได้เติมเต็มอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจให้กับการเฉลิมฉลองครั้งนี้

    “ที่ Ultima Markets ผู้คนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทุกกลยุทธ์การเติบโตที่เราดำเนินการ” Johnny Li, Head of APAC Marketing ของ Ultima Markets กล่าว

    “เมื่อเรามองไปข้างหน้าสู่ทศวรรษต่อไป เราจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรม และมอบสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือให้แก่เทรดเดอร์ทุกคน”

    เกี่ยวกับ Ultima Markets

    Ultima Markets เป็นโบรกเกอร์ Multi-Asset ระดับโลกที่ได้รับรางวัลมากมาย ให้บริการซื้อขาย CFD ครอบคลุม Forex สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และตราสารประเภทอื่น ๆ โดยให้บริการลูกค้าในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    บริษัทได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA แห่งสหราชอาณาจักร, FSC แห่งมอริเชียส และ FSCA แห่งแอฟริกาใต้ พร้อมมีสำนักงานตั้งอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES