Blog

  • สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว”  ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    สวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี! “ลิเดีย–แมทธิว” ควงคู่บุกจีน เปิดประสบการณ์ TCL Smart Factory ใช้ AI ผลิตแอร์ 100% ตอกย้ำความพรีเมียมเต็มร้อย

    https://www.tcl.com/th
    https://www.facebook.com/TCLThailand

    #TCLACTheParadigmShift2026
    #ยกระดับนวัตกรรมและขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตตอกย้ำผู้นำตลาดเครื่องปรับอากาศระดับพรีเมียม

    ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ TCL Electronics (Thailand) ภายใต้แนวคิด “The Paradigm Shift” ที่ล่าสุดพา 2 พรีเซ็นเตอร์คู่รัก ครอบครัวอบอุ่น “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์” และ “แมทธิว ดีน” บินลัดฟ้าสวีตไกลถึงเมืองแห่งเทคโนโลยี ประเทศจีน เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในการเข้าเยี่ยมชม 3 โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศยักษ์ใหญ่ของ TCL ณ นครกว่างโจว จงซาน และ เซินเจิ้น พร้อมเจาะลึก TCL Smart Factory โรงงานอัจฉริยะ ต้นแบบที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบ อัตโนมัติมาใช้ในไลน์การผลิตเครื่องปรับอากาศแบบ 100% เต็มรูปแบบ ตอกย้ำความมั่นใจในมาตรฐานความพรีเมียม ระดับโลกที่การันตีด้วย ยอดขายพุ่งทะยานสู่อันดับ 1

    บรรยากาศการเยี่ยมชมโรงงานเต็มไปด้วยความประทับใจและ ความหวานของคู่รักพรีเซ็นเตอร์ โดยทั้งคู่ได้ร่วมเจาะลึกทุกขั้นตอน การผลิตเครื่องปรับอากาศ TCL ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการประกอบชิ้นส่วน การทดสอบประสิทธิภาพ จนถึงขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งทุก กระบวนการถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประณีตสูงสุด

    เมื่อถามถึงความประทับใจและขั้นตอนการผลิตที่ทำให้ต้องร้องว้าวมากที่สุด ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ เผยความรู้สึกว่า “เดียกับพี่แมทธิวว้าวมากกับโรงงาน TCL ที่นี่ค่ะ เพิ่งเคยเห็นไลน์ การผลิตแอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบ AI ควบคุมและผลิตแบบ 100% เต็มพื้นที่ โดยหลายพื้นที่ในโรงงานแทบไม่ใช้คนอยู่ในไลน์ผลิต เลย ทุกอย่างทำงานประสานกันอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเป็นระเบียบ นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เดียประทับใจสุด ๆ คือเรื่องระบบ QC ตรวจสอบ คุณภาพที่พิถีพิถันมีการตรวจเช็กซ้ำหลายขั้นตอนอย่างเข้มงวดก่อนที่ แอร์ 1 เครื่องจะถูกปล่อยออกมาวางจำหน่าย ทำให้เรามั่นใจจริง ๆ ว่าแอร์ TCL ที่เราเลือกใช้ในบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ พรีเมียมเต็มร้อยค่ะ”

    ด้าน แมทธิว ดีน กล่าวเสริมว่า “การได้มาเห็นโรงงาน TCL Smart Factory ด้วยตัวเองในครั้งนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไมยอดขาย เครื่องปรับอากาศ TCL ถึงได้พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 เพราะนอกจากเรื่อง เทคโนโลยี AI สุดล้ำแล้ว TCL ยังใส่ใจในการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมียม ที่มีความทนทาน ปลอดภัย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม บวกกับกระบวน การผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกครอบครัว ที่ใช้แอร์ TCL จะได้รับทั้งความเย็นสบาย ความคุ้มค่า และอากาศบริสุทธิ์ในทุก ๆ วันครับ”

    การเดินทางเยี่ยมชม TCL AC Intelligent Manufacturing Industrial Park ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็น การเปิดประสบการณ์ใหม่ ของพรีเซ็นเตอร์แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำ ศักยภาพความเป็นผู้นำนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของ TCL ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่าง ไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว ปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเสร็จสมบูรณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย”

    ยกระดับการเข้าพักด้วยคลับเลานจ์ สระว่ายน้ำในสวน และเทปันยากิเนื้อโกเบ

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว (Okinawa Harborview Hotel) ประกาศเสร็จสิ้นการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั้งโรงแรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ และพร้อมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูร้อนปี 2026

    รายละเอียดเพิ่มเติม:https://oka-hvh.com.e.asa.hp.transer.com/anniversary/

    ในการปรับปรุงครั้งนี้ ห้องพักได้รับการยกระดับเพื่อเพิ่มทั้งความสะดวกสบายและประโยชน์ใช้สอย พร้อมรองรับความต้องการของผู้เข้าพักระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

    คลับเลานจ์ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักห้องคลับรูมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ พร้อมนำเสนอเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมอาหารของโอกินาว่าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ โดยนอกจากเนื้อโกเบแล้ว ยังมีเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าให้บริการอีกด้วย อาหารแต่ละจานเสิร์ฟบนภาชนะเซรามิกที่ผลิตด้วยงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิม สร้างสรรค์ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาว่าเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว

    ขณะเดียวกัน สระว่ายน้ำในสวนซึ่งเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 หลังการปรับปรุง ได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ต แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองนาฮะก็ตาม

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวจะสืบสานประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับที่สั่งสมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ พร้อมนำเสนอภาพของ “โอกินาว่าในมิติร่วมสมัย” และก้าวสู่ 50 ปีต่อไป

    ■ ห้องพัก

    ห้องพักได้รับการออกแบบใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก “สีครามริวกิว” (Ryukyu Indigo) ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของโอกินาว่า เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ทั้งความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น

    หนึ่งในห้องพักที่ได้รับการออกแบบให้รองรับการเข้าพักระยะยาวคือ “Club Executive Twin” ซึ่งติดตั้งเครื่องซักและอบผ้าในเครื่องเดียว เตาไมโครเวฟ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ

    ด้วยการผสานประโยชน์ใช้สอยเข้ากับความสะดวกสบาย ห้องพักจึงเหมาะสำหรับการเข้าพักในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ

    ■ คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    คลับเลานจ์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมได้รับการขยายพื้นที่ และปัจจุบันเป็น คลับเลานจ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนาฮะ

    จากพื้นที่อันกว้างขวาง ผู้เข้าพักสามารถชมวิวเมืองนาฮะแบบเปิดกว้าง พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน

    ตั้งแต่อาหารเช้า ช่วงน้ำชายามบ่าย มื้อค่ำ ไปจนถึงอาหารและเครื่องดื่มในช่วงดึก โรงแรมได้จัดเตรียมเมนูสำหรับแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและจังหวะชีวิตอันผ่อนคลายอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่า

    คลับเลานจ์เปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน ทำให้ผู้เข้าพักยังสามารถใช้เวลาผ่อนคลายและดื่มด่ำกับบรรยากาศของโอกินาว่าได้แม้หลังจากสิ้นสุดการท่องเที่ยวตลอดทั้งวัน

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมสิทธิ์ใช้บริการคลับเลานจ์:https://bit.ly/4579JeX

    ■ สระว่ายน้ำในสวน

    สระว่ายน้ำในสวนได้รับการปรับโฉมใหม่ให้เป็นพื้นที่ที่มอบบรรยากาศแบบรีสอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ

    ในช่วงกลางวัน ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายใต้ท้องฟ้าสีครามบนเก้าอี้เลานจ์ในน้ำหรือเก้าอี้พักผ่อนริมสระ ขณะที่ในช่วงกลางคืน แสงไฟอันงดงามจะส่องสะท้อนบนผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างและมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

    พูลบาร์ที่เปิดให้บริการใหม่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่รังสรรค์โดยเชฟและบาร์เทนเดอร์ของโรงแรม โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น

    ผู้เข้าพักจึงสามารถเพลิดเพลินกับวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างเป็นกันเองท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งริมสระว่ายน้ำ

    ■ เทปันยากิ อิซุมิซากิ

    “เทปันยากิ อิซุมิซากิ” นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารภายใต้แนวคิด “การผสานอดีตและปัจจุบันของริวกิว”

    นอกจากเนื้อวัวจากจังหวัดโอกินาว่าแล้ว ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็น ร้านอาหารภายในโรงแรมแห่งแรกในจังหวัดโอกินาว่าที่ได้รับการรับรองให้เสิร์ฟเนื้อโกเบ

    ผู้เข้าพักสามารถชมเชฟปรุงวัตถุดิบบนเตาเทปันยากิตรงหน้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมสัมผัสทั้งเสียง กลิ่น และบรรยากาศของการปรุงอาหาร เป็นประสบการณ์เทปันยากิที่เปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าอย่างเต็มที่

    【โปรโมชั่นพิเศษฉลองการปรับโฉม】แพ็กเกจห้องพักพร้อมมื้อค่ำสำหรับชิมเปรียบเทียบเนื้อวากิวขนดำจากจังหวัดโอกินาว่ากับเนื้อโกเบ:https://bit.ly/4xeGTFg

    ■ โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว

    โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิว เปิดให้บริการในปี 1975 เนื่องในโอกาสการจัดงานมหกรรมทางทะเลนานาชาติโอกินาว่า

    นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โรงแรมได้ทำหน้าที่ในฐานะหนึ่งในโรงแรมใจกลางเมืองชั้นนำของโอกินาว่า และให้การต้อนรับแขกจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญจากญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ

    ในปี 2025 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของการเปิดให้บริการ โรงแรมได้ดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับยุคต่อไป

    พื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นห้องพัก ห้องอาหาร คลับเลานจ์ ล็อบบี้ สระว่ายน้ำในสวน และพื้นที่อื่น ๆ ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวครั้งใหญ่ในโฉมใหม่

    ด้วยการผสานการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าเข้ากับพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความประณีตและทันสมัยยิ่งขึ้น โรงแรมโอกินาว่า ฮาร์เบอร์วิวพร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการเข้าพักที่เปี่ยมด้วยความสุขและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    ที่อยู่:2-46 อิซุมิซากิ เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า 900-0021 ประเทศญี่ปุ่น

    Website:https://oka-hvh.com/

    Facebook:https://www.facebook.com/okinawa.harborview.hotel/

    Instagram:https://www.instagram.com/okinawa_harborview_hotel/

    LINE:https://page.line.me/700vuqbr?oat_content=url&openQrModal=true

    ■ ข้อมูลบริษัท Hotel Management Japan Co., Ltd.

    Hotel Management Japan Co., Ltd. บริหารโรงแรมทั้งหมด 27 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมจำนวนห้องพัก 9,051 ห้อง และมีพนักงาน 4,018 คน

    นอกจากแบรนด์ของบริษัทเอง ได้แก่ Oriental Hotels และ Hotel Oriental Express แล้ว บริษัทยังบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง เช่น Hilton, Hyatt, Sheraton และ Hotel Nikko

    Website:https://www.oriental-hotels.com/en/

    YouTube:https://www.youtube.com/@orientalhotelsandresorts

    X:https://twitter.com/Oriental_HR

    TikTok:https://www.tiktok.com/@orientalhotelsandresorts

    Instagram:https://www.instagram.com/oriental_hotelsandresorts

    Facebook:https://www.facebook.com/profile.php?id=100070068335069

    CLUB ORIENTAL:https://www.oriental-hotels.com/club-oriental/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • กลยุทธ์จัดพอร์ตหุ้นไทยรับมือความผันผวนของเงินบาทในปี 2026: หุ้นตัวไหนควรถือ ตัวไหนควรเลี่ยง

    กลยุทธ์จัดพอร์ตหุ้นไทยรับมือความผันผวนของเงินบาทในปี 2026: หุ้นตัวไหนควรถือ ตัวไหนควรเลี่ยง

    นักลงทุนระยะยาวมักมองข้ามความผันผวนของค่าเงินบาท แต่ในปี 2026 ที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง การจัดพอร์ตโดยคำนึงถึงทิศทางค่าเงินจึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ทำความเข้าใจความสัมพันธ์บาทกับดัชนีหุ้น

    เงินทุนต่างชาติและทิศทางดัชนี SET

    เมื่อเงินบาทแข็งค่า นักลงทุนต่างชาติมักมีแรงจูงใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้กำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน แต่ในทางกลับกัน หากบาทแข็งค่าเร็วเกินไป อาจกระทบกำไรของผู้ส่งออกและกดดันดัชนีโดยรวม ความสัมพันธ์นี้จึงไม่เป็นเส้นตรงเสมอไป นักลงทุนจึงต้องแยกแยะระหว่างผลกระทบระยะสั้นและระยะยาว

    การส่งผ่านไปยังกำไรบริษัทจดทะเบียน

    ผลกระทบของค่าเงินต่อหุ้นแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน หุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทแข็งคือกลุ่มนำเข้าและธุรกิจที่ต้นทุนสกุลต่างประเทศต่ำ ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนคือกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว การเข้าใจการส่งผ่านนี้ช่วยให้นักลงทุนปรับพอร์ตได้ตรงจังหวะ

    Sector Rotation เมื่อบาทแข็งและอ่อน

    กลยุทธ์ช่วงบาทแข็งค่า

    นักลงทุนควรเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ค้าปลีกสินค้านำเข้า และขนส่งที่ใช้ต้นทุนดอลลาร์ลดลง หลีกเลี่ยงหุ้นส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และยานยนต์ที่มีรายได้ต่างประเทศสูง

    กลยุทธ์ช่วงบาทอ่อนค่า

    ตรงข้าม ช่วงบาทอ่อน นักลงทุนควรหันไปหาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และหุ้นส่งออกที่ได้เปรียบด้านราคาแข่งขัน รวมถึงหุ้นที่มีรายได้ต่างประเทศสูง เช่น DELTA, CPF และ TU

    หุ้นที่ควรจับตาในปี 2026

    จากการสำรวจบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์หลายแห่ง หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทย ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนที่มีต้นทุนนำเข้าแผงโซลาร์และอุปกรณ์จากจีนก็มีต้นทุนที่อ่อนไหวต่อค่าเงินเช่นกัน นักลงทุนควรติดตามหุ้นที่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ

    ข้อมูลเชิงสถิติจากตลาดหลักทรัพย์

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยแพร่ข้อมูลดัชนีและสถิติการซื้อขายรายวัน ผู้ลงทุนสามารถติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของดัชนี SET และมูลค่าซื้อขายรายกลุ่มอุตสาหกรรมได้ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจจัดพอร์ตตามวัฏจักรค่าเงิน

    การติดตามสัญญาณเศรษฐกิจมหภาค

    การคาดการณ์ทิศทางค่าเงินบาทต้องอาศัยการติดตามนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ตัวเลขดุลการค้าไทย และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว นักลงทุนอาจใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคประกอบกับข้อมูลพื้นฐานเพื่อจับจังหวะปรับพอร์ตได้แม่นยำขึ้น

  • เครดิตบูโรไทย 2569 กับข้อมูลทางเลือก: เมื่อค่าไฟและพฤติกรรมดิจิทัลช่วยคนไม่มีเครดิตเข้าถึงสินเชื่อ

    เครดิตบูโรไทย 2569 กับข้อมูลทางเลือก: เมื่อค่าไฟและพฤติกรรมดิจิทัลช่วยคนไม่มีเครดิตเข้าถึงสินเชื่อ

    คนไทยจำนวนไม่น้อยยังไม่มีประวัติสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือที่เรียกว่า “Thin File” ทำให้เมื่อยื่นขอสินเชื่อธนาคารมักถูกปฏิเสธเพราะไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับประเมินความเสี่ยง ปี 2569 เครดิตบูโรและธนาคารแห่งประเทศไทยเดินหน้าผลักดันการใช้ “ข้อมูลทางเลือก” (Alternative Data) เช่น ค่าสาธารณูปโภค การใช้จ่ายผ่านโมบายล์แบงก์กิ้ง และข้อมูลจากแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างเป็นธรรม

    ข้อจำกัดของข้อมูลเครดิตแบบดั้งเดิม

    ใครคือกลุ่ม Thin File และทำไมถูกปฏิเสธ

    กลุ่ม Thin File ได้แก่ นักศึกษาจบใหม่ ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และแรงงานนอกระบบที่ไม่เคยขอสินเชื่อหรือบัตรเครดิต เมื่อไม่มีข้อมูลในเครดิตบูโร สถาบันการเงินจะไม่สามารถคำนวณคะแนนเครดิตหรือประเมินพฤติกรรมชำระหนี้ได้ ส่งผลให้ผู้กู้กลุ่มนี้ถูกผลักไปยังสินเชื่อนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงเกินจริง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ภาครัฐพยายามแก้ไขผ่านนโยบายการเงินฐานข้อมูล

    ทำไมข้อมูลรายได้อย่างเดียวไม่เพียงพอ

    แม้ผู้กู้จะมีรายได้สม่ำเสมอจากการขายของออนไลน์และมีบัญชีธนาคาร แต่หากไม่เคยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อในระบบ ธนาคารก็ไม่สามารถยืนยันวินัยการเงินได้ เพราะสลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชีไม่ใช่ฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลทางเลือกจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้

    ทิศทางข้อมูลทางเลือกในไทยปี 2569

    ค่าไฟ ค่าน้ำ และข้อมูลดิจิทัลที่เริ่มถูกใช้

    ในปี 2569 มีโครงการนำร่องจาก NCB ร่วมกับผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและแพลตฟอร์มฟินเทค เพื่อใช้ข้อมูลการชำระค่าไฟ ค่าน้ำประปา และค่างวดโทรศัพท์มือถือ มาเป็นองค์ประกอบเสริมในการประเมินความเสี่ยง โดยหากผู้กู้ชำระค่าสาธารณูปโภคตรงเวลาต่อเนื่อง 12 เดือน จะถูกแปลงเป็นคะแนนพฤติกรรมที่ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อรายย่อยได้ง่ายขึ้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ NCB: https://www.ncb.co.th/ ระบุว่าการใช้ข้อมูลทางเลือกช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อให้กลุ่ม Thin File ได้ร้อยละ 15-20

    บทบาทของฟินเทคและแอปพลิเคชันสินเชื่อ

    ผู้ให้บริการฟินเทคหลายรายเริ่มใช้ข้อมูลธุรกรรมผ่านโมบายล์แบงก์กิ้ง เช่น ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ ความถี่ในการเติมเงิน และพฤติกรรมการออม มาประกอบการปล่อยสินเชื่อนาโนหรือสินเชื่อรายย่อยโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ตัวอย่างผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดขอนแก่นที่ขายเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ไม่มีบัตรเครดิต แต่ใช้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลต่อเนื่อง 3 ปี ได้รับอนุมัติสินเชื่อ 100,000 บาท จากฟินเทคที่ใช้ข้อมูลทางเลือกเป็นหลัก เนื่องจากระบบเห็นยอดขายสม่ำเสมอและไม่เคยผิดนัดชำระค่าบริการ

    ความท้าทายและโอกาสของการใช้ข้อมูลทางเลือก

    การนำข้อมูลทางเลือกมาใช้ยังต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA หน่วยงานกำกับต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและความยินยอมจากผู้ใช้บริการอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากระบบนี้พัฒนาอย่างรอบคอบ จะช่วยลดการพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนกลุ่มฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

  • ฤดูหนาวของเฮาส์เทนบอชโฉมใหม่! “The Starlight Million” และ “European Holy Christmas”

    ฤดูหนาวของเฮาส์เทนบอชโฉมใหม่! “The Starlight Million” และ “European Holy Christmas”

    การแสดงไฟประดับอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการยอมรับต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ปี ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด แสงดาวระยิบระยับนับล้านดวงโอบล้อมทิวทัศน์เมืองยุโรป รังสรรค์ประสบการณ์ใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ

    ฮาส์เทนบอช (Huis Ten Bosch) รีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัว The Starlight Million ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมอย่างสมบูรณ์ และนับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 16 ปีของการแสดงไฟประดับที่ได้รับรางวัลของรีสอร์ต โดยการแสดงไฟประดับดังกล่าวได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี

    ในวันเดียวกัน European Holy Christmas เทศกาลเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่รีสอร์ตเคยจัดขึ้น จะเปิดฉากขึ้นเช่นกัน และด้วยการเปิดตัว The Starlight Million คริสต์มาสปีนี้จึงพร้อมมอบความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เคย

    ท่ามกลางแสงไฟอันตระการตาที่ส่องสว่างทั่วทั้งรีสอร์ต เฮาส์เทนบอชขอเชิญทุกท่านมาสัมผัส “Excitement Non-Stop!” และฤดูหนาวสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาอันน่าจดจำไม่รู้ลืม

    ■เว็บไซต์พิเศษ: https://english.huistenbosch.co.jp/event/illumination/

    The Starlight Million คือประสบการณ์การแสดงไฟประดับรูปแบบใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่นำดวงดาวเปล่งประกายซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและคำอธิษฐาน มาผสานเข้ากับทัศนียภาพเมืองยุโรปภายในรีสอร์ตได้อย่างกลมกลืนและงดงาม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน ด้วยขนาดอันยิ่งใหญ่ ประสบการณ์นี้จึงก้าวไปไกลกว่าการเพียงชมไฟประดับ และเปลี่ยนให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์และเดินอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว

    ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน European Holy Christmas จะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ทั่วทั้งรีสอร์ตจะได้รับการตกแต่งในบรรยากาศแห่งคริสต์มาสอย่างตระการตายิ่งขึ้น พร้อมเครื่องประดับระยิบระยับที่ทอดยาวสุดสายตา รังสรรค์บรรยากาศคริสต์มาสอันน่าหลงใหล

    ผู้มาเยือนจะได้พบกับ Grand Chandelier Tree ต้นคริสต์มาสอันเป็นสัญลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งประดับด้วยคริสตัลและมีเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นในรูปแบบนี้ ส่องประกายระยิบระยับอย่างงดงาม เมื่อผสานกับประกายของ The Starlight Million และการตกแต่งเทศกาลทั่วทั้งรีสอร์ต จะยิ่งรังสรรค์โลกแห่งฤ

    ดูหนาวอันมหัศจรรย์ที่สามารถสัมผัสได้เฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเท่านั้น

    ภายใต้คำมั่นสัญญา “Excitement Non-Stop!” เฮาส์เทนบอชยังคงนำเสนอกิจกรรมและความบันเทิงอันน่าประทับใจตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวนี้ การแสดงไฟประดับอันเป็นเอกลักษณ์ของรีสอร์ต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเพณีประจำฤดูกาลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความตื่นเต้นและความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

    [ภาพรวมกิจกรรม]
    “The Starlight Million”
    ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน 2026 – 25 กุมภาพันธ์ 2027
    “European Holy Christmas”
    ระยะเวลา: 6 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2026

    [เกี่ยวกับเฮาส์เทนบอช]
    เฮาส์เทนบอชคือรีสอร์ตธีมพาร์กในจังหวัดนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่เทียบเท่ากับโตเกียวโดมประมาณ 33 แห่ง
    ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมระดับโลกที่โดดเด่นทั้งในด้านขนาดและคุณภาพ ไปจนถึงความบันเทิงตามฤดูกาลอันมีชีวิตชีวาที่เปลี่ยนบรรยากาศทั่วทั้งรีสอร์ตตลอดทั้งปี รวมถึงการแสดงไฟประดับที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี เฮาส์เทนบอชมอบ “Excitement Non-Stop!” ผ่านประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น

    【สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน】
    Huis Ten Bosch PR Team
    อีเมล: htb-int@htb-j.com
    เว็บไซต์: https://english.huistenbosch.co.jp/

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • VIETNAM WEDDING WEEK 2026 รวม 7 รันเวย์โชว์และศิลปิน เพื่อสร้างประสบการณ์รันเวย์ที่เต็มอิ่มและมีส่วนร่วม

    VIETNAM WEDDING WEEK 2026 รวม 7 รันเวย์โชว์และศิลปิน เพื่อสร้างประสบการณ์รันเวย์ที่เต็มอิ่มและมีส่วนร่วม

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu รวบรวม 7 รันเวย์โชว์ โดยแต่ละโชว์มีภาษาความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นเป็นของตนเอง พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่การผลิตดนตรีไปจนถึงการแสดงสดบนรันเวย์

    ไลน์อัปของ Bridal Fashion Show 2026 ประกอบด้วย DO LONG BRIDAL, LAM BRIDAL, MINH TUAN COUTURE, LE HOA BRIDAL, FALVAON by Luu Viet Anh, ADAM STORE และ LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ขณะที่นอกเหนือจากการนำเสนอแฟชั่นแล้ว 2PILLZ, NAOMI และ THƠM จะเข้ามาขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านดนตรีและการแสดงพิเศษ

    ภายใต้ธีม The Love City นั้น Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มงานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก ที่นี่ รันเวย์ แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และคู่รักที่กำลังเตรียมตัวสำหรับวันสำคัญจะมารวมกันภายในเส้นทางแห่งการค้นพบและประสบการณ์ร่วมกัน

    รันเวย์แต่ละโชว์ พื้นที่เชิงประสบการณ์ เวิร์กช็อป และแบรนด์แต่ละรายจะกลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ภายในเมืองแห่งความรัก ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นจึงก้าวข้ามการเป็นเพียงดีไซน์ที่ชื่นชมได้ด้วยสายตา และกลายเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวได้ค้นพบสไตล์ของตนเอง พบกับแบรนด์และบุคคลที่ใช่ และค่อย ๆ เปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงสำหรับวันแต่งงาน

    7 RUNWAYS – 7 CREATIVE LANGUAGES

    การรวมตัวของดีไซเนอร์และแบรนด์ทั้ง 7 นำเสนอภาพที่หลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวร่วมสมัย ตลอดจนภาพของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวยุคใหม่

    DO LONG BRIDAL นำเสนอจิตวิญญาณที่เย้ายวน เฉียบคม และเต็มไปด้วยความเป็นละครบนรันเวย์ ซิลูเอตที่เน้นสรีระ โครงสร้างคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต สร้างภาพลักษณ์ของเจ้าสาวที่มั่นใจและโดดเด่น ขณะเดียวกันยังคงรักษาความสง่างามของวันแต่งงานไว้

    LAM BRIDAL ภายใต้ทิศทางสร้างสรรค์ของ Designer Lâm Lâm ถ่ายทอดความงามของเจ้าสาวผ่านอารมณ์ เส้นสายที่ประณีต และรายละเอียดที่ออกแบบเฉพาะบุคคล โดยมุ่งช่วยให้เจ้าสาวทุกคนค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่เหมาะสมและงดงามที่สุดสำหรับตนเอง

    MINH TUAN COUTURE นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และความงามที่มีความเป็นละครอย่างชัดเจนเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ภาษาการออกแบบที่หรูหราและเฉียบคมมองภาพเจ้าสาวในฐานะตัวละครเอกที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่เปล่งประกายที่สุดในชีวิตของเธอ

    LE HOA BRIDAL ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ “Not every presence needs a voice” — ดีไซน์ที่โดดเด่นมากพอจะบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ซิลูเอตที่พลิ้วไหว เนื้อผ้าที่สะท้อนแสง รายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต โครงสร้างคอร์เซ็ต และการตัดเย็บเฉพาะบุคคล หลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพเจ้าสาวที่สง่างามและเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอไว้

    FALVAON by Luu Viet Anh นำเสนอภาษาทางแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ โดยได้รับการสร้างสรรค์ในรูปแบบบันทึกแฟชั่นโดย Designer Luu Viet Anh FALVAON สำรวจวัสดุ ซิลูเอต และเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความทรงจำ และมิติที่หลากหลายของความเป็นผู้หญิง

    LOVINE BRIDAL by Thanh Ho ยังคงขยายขอบเขตทางสุนทรียภาพของ Bridal Fashion Show ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่มีต่อความงามของเจ้าสาว พร้อมนำเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้หญิงที่มองหาภาษาทางแฟชั่นซึ่งสะท้อนบุคลิกและเรื่องราวของตนเอง

    ควบคู่ไปกับดีไซน์สำหรับเจ้าสาว ADAM STORE นำแฟชั่นสำหรับเจ้าบ่าวเข้ามาเติมเต็มภาพรวมของ Bridal Fashion Show ขยายขอบเขตของรันเวย์จาก “bridal fashion” ไปสู่บทสนทนาที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสไตล์ของตัวละครเอกทั้งสองในวันแต่งงาน

    7 รันเวย์ 7 อัตลักษณ์ที่แตกต่าง แต่ทั้งหมดมาบรรจบกันที่จุดเดียว นั่นคือการนำแฟชั่นจากรันเวย์เข้าใกล้งานแต่งงานจริงมากยิ่งขึ้น

    WHEN MUSIC BECOMES PART OF THE RUNWAY

    Bridal Fashion Show 2026 ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยเพียงดีไซน์และการเคลื่อนไหวของเหล่านางแบบและนายแบบเท่านั้น ดนตรีและการแสดงสดยังกลายเป็นองค์ประกอบสร้างสรรค์อีกชั้นหนึ่งภายในประสบการณ์บนรันเวย์

    2PILLZ เข้าร่วม Bridal Fashion Show ในฐานะ Music Producer for the runway โดยมีส่วนโดยตรงในการสร้างบรรยากาศทางดนตรี จังหวะ และอารมณ์ของโชว์ พร้อมนำเสนอ special performance ภายในงาน

    ขณะเดียวกัน NAOMI และ THƠM จะปรากฏตัวพร้อม special performances on the runway นำดนตรีก้าวข้ามบทบาทขององค์ประกอบสนับสนุน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในการแสดงอย่างเต็มรูปแบบ

    การผสมผสานระหว่างดีไซเนอร์ นางแบบและนายแบบ ดนตรี และศิลปิน สะท้อนแนวทางของ Bridal Fashion Show 2026 ที่แต่ละโชว์ไม่ได้เป็นเพียงลำดับของลุคแฟชั่น แต่คือประสบการณ์ที่สร้างขึ้นจากจังหวะ อารมณ์ และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละโชว์

    FROM RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY

    Bridal Fashion Show คือหนึ่งในเสาหลักของ Vietnam Wedding Week 2026 แต่เส้นทางของผู้เข้าชมไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อไฟบนรันเวย์ดับลง

    ที่ The Love City คู่รักสามารถสำรวจชุดแต่งงาน ชุดสูท เครื่องประดับ ความงาม การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน และบริการอื่น ๆ อีกหลากหลาย พร้อมพบปะแบรนด์ต่าง ๆ โดยตรง ทดลองผลิตภัณฑ์ รับคำปรึกษา และเข้าถึงข้อเสนอพิเศษที่มีให้ตลอดงาน

    แนวทางนี้สะท้อนจิตวิญญาณของคำว่า “เข้าถึงได้” ของ Vietnam Wedding Week นั่นคือการเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ให้กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวที่เข้าใกล้การตัดสินใจจริงสำหรับวันสำคัญ

    ด้วย 7 รันเวย์โชว์ ภาษาทางแฟชั่นที่หลากหลาย และจุดตัดระหว่างดีไซน์ ดนตรี และการแสดงสด Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบแห่งใหม่สำหรับอุตสาหกรรมงานแต่งงาน ที่ซึ่งแฟชั่นไม่ได้แยกตัวออกจากตลาด แต่กลายเป็นประตูที่เปิดให้คู่รักก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศที่กว้างขึ้นของการเตรียมงานแต่งงาน

    Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน ก้าวเข้าสู่ The Love City — พื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และทุกแรงบันดาลใจเกี่ยวกับงานแต่งงานสามารถขยับเข้าใกล้การเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงได้อีกหนึ่งก้าว

    EVENT INFORMATION

    Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City

    Date: 22–23 August 2026

    Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh City

    Positioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่เข้าถึงได้และครบถ้วน โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลัก

    Vietnam Wedding Week: เข้าชมฟรีเมื่อทำการลงทะเบียน

    Bridal Fashion Show: ต้องใช้บัตร/QR สำหรับเข้าชมแยกตามแต่ละโชว์

    Registration and updates: vietnamweddingweek.vn

    เกี่ยวกับพันธมิตรด้านการประชาสัมพันธ์

    Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์โดย Italian Atelier Asia-Pacific (IA) และ CjC Marketing Agency โดย Italian Atelier Asia-Pacific เป็นแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ขณะที่ CjC Marketing Agency เป็นเอเจนซีการตลาดที่ตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์ ผ่านความร่วมมือนี้ ทั้งสองฝ่ายมีส่วนช่วยขยายการเข้าถึงด้านการสื่อสารของงาน และเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • IoT และ Blockchain พลิกโฉมการขนส่งสินค้าเกษตรแช่เย็นไทย-ลาว-กัมพูชา: สตาร์ทอัพปี 2026

    IoT และ Blockchain พลิกโฉมการขนส่งสินค้าเกษตรแช่เย็นไทย-ลาว-กัมพูชา: สตาร์ทอัพปี 2026

    ปัญหาห่วงโซ่ความเย็นชายแดน

    การส่งออกสินค้าเกษตรแช่เย็นของไทยไปลาวและกัมพูชาเติบโตต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญคือสินค้าเน่าเสียระหว่างทางจากการควบคุมอุณหภูมิที่ขาดประสิทธิภาพ ข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่าปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรแช่เย็นผ่านด่านหนองคายและอรัญประเทศเพิ่มขึ้น 18% ในไตรมาสแรกของปี 2026 ดูสถิติศุลกากร

    สตาร์ทอัพลอจิสติกส์ไทยที่เชี่ยวชาญด้าน Agri-logistics เริ่มนำระบบ IoT มาใช้กับตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ผู้ส่งออกเห็นข้อมูลความเย็นแบบเรียลไทม์ตลอดเส้นทาง

    การใช้ IoT ติดตามอุณหภูมิเรียลไทม์

    เซนเซอร์ IoT ติดตั้งภายในตู้คอนเทนเนอร์จะส่งข้อมูลอุณหภูมิ ความชื้น และแรงสั่นสะเทือนทุก 5 นาทีผ่านเครือข่าย 5G ไปยังแพลตฟอร์มกลาง หากอุณหภูมิสูงเกิน 4 องศาเซลเซียส ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับรถและศูนย์ควบคุมทันที

    ผลการทดลองขนส่งทุเรียนและมังคุดจากจันทบุรีไปเวียงจันทน์ พบว่าอัตราการเน่าเสียลดลงจาก 12% เหลือ 2.5% และผู้รับปลายทางมั่นใจในคุณภาพสินค้ามากขึ้น

    Blockchain สร้างความโปร่งใสศุลกากร

    การประยุกต์ใช้ Blockchain ช่วยให้เอกสารศุลกากร ใบรับรองสุขอนามัย และบันทึกอุณหภูมิถูกจัดเก็บในระบบที่ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้ หน่วยงานศุลกากรไทยและประเทศเพื่อนบ้านสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้แบบเรียลไทม์ ลดเวลาตรวจปล่อยสินค้าที่ด่านจาก 4 ชั่วโมงเหลือ 45 นาที

    สตาร์ทอัพรายหนึ่งเปิดเผยว่าระบบ Blockchain ช่วยลดข้อพิพาทเรื่องสินค้าเสียหายระหว่างผู้ส่งออก ผู้ขนส่ง และผู้รับปลายทางได้ 70% เพราะสามารถตรวจสอบได้ว่าความเสียหายเกิดในช่วงใด

    โอกาสขยายเส้นทาง CLMV

    ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นในกลุ่มประเทศ CLMV ตลาดขนส่งสินค้าเกษตรแช่เย็นยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก สตาร์ทอัพลอจิสติกส์ไทยที่ใช้ IoT และ Blockchain จึงมีโอกาสเป็นผู้เล่นหลักในเส้นทางไทย-ลาว-กัมพูชา และต่อยอดไปเมียนมา-เวียดนามในอนาคต

    การลดความเสียหายไม่เพียงช่วยรักษารายได้ของเกษตรกร แต่ยังยกระดับความเชื่อมั่นของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกในปี 2026

  • ทางแพร่งของตระกูลแช่: บททดสอบ Good Corporate Governance ในธุรกิจครอบครัวไทยยุคเปลี่ยนผ่านรุ่นที่ 3

    ทางแพร่งของตระกูลแช่: บททดสอบ Good Corporate Governance ในธุรกิจครอบครัวไทยยุคเปลี่ยนผ่านรุ่นที่ 3

    เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนด้วยธุรกิจครอบครัว (Family Business) จำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด จุดอ่อนที่มักนำไปสู่วิกฤตธรรมาภิบาลครั้งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การฉ้อโกงจากภายนอก แต่คือ “การวางแผนสืบทอดอำนาจ” (Succession Planning) ที่ล้มเหลวหรือปล่อยปละละเลย

    ต้นตอของความขัดแย้งในบอร์ด

    ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดในประเทศไทยช่วงปี 2025-2026 คือการแตกหักของเครือธุรกิจครอบครัวเก่าแก่หลายแห่ง สาเหตุหลักไม่ได้มาจากผลประกอบการตกต่ำ แต่เกิดจากสงครามแย่งชิงเก้าอี้ผู้บริหารระหว่างทายาทรุ่นที่สองและรุ่นที่สาม เมื่อผู้ก่อตั้งซึ่งเปรียบเสมือน “ผู้นำสูงสุด” หมดอำนาจลง คณะกรรมการบริษัทที่ประกอบด้วยญาติพี่น้อง มักไม่สามารถทำหน้าที่ “ตรวจสอบถ่วงดุล” ได้ เนื่องจากมีความเกรงใจหรือผลประโยชน์ทางสายเลือดเข้ามาเกี่ยวข้อง

    ตัวอย่างที่มักถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาในคลาสเรียนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) คือ ความวุ่นวายในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ย่านสุขุมวิทแห่งหนึ่ง ที่ทายาทรุ่นหลานเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องจากบริษัทมหาชน (Backdoor Listing) โดยไม่ผ่านการทำ Due Diligence อย่างรอบคอบ สุดท้ายเกิดการยักยอกทรัพย์และหนี้สินมหาศาล สะท้อนให้เห็นว่า “สายเลือด” ไม่สามารถทดแทน “หลักบรรษัทภิบาล” ได้

    โมเดล Family Governance

    ท่ามกลางความเสี่ยงดังกล่าว กลุ่มธุรกิจครอบครัวชั้นนำของไทย เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้แสดงให้เห็นถึงแนวคิด “Family Governance” ที่แยกออกจาก “Corporate Governance” อย่างชัดเจน ในปี 2026 ตระกูลธุรกิจขนาดใหญ่หลายตระกูลได้ว่าจ้างที่ปรึกษาจากภายนอกเข้ามาจัดทำ “ธรรมนูญครอบครัว” (Family Constitution) โดยมีข้อกำหนดว่า ทายาทที่จะเข้ามาทำงานในบริษัทต้องผ่านการทำงานกับองค์กรภายนอกมาไม่น้อยกว่า 3-5 ปี และต้องผ่านการประเมินผลงานโดยกรรมการอิสระ ไม่ใช่โดยผู้เป็นบิดามารดา

    การแยกบทบาท “เจ้าของ” (Owner) ออกจาก “ผู้บริหาร” (Manager) คือหัวใจสำคัญของ Good Corporate Governance ในบริษัทครอบครัว การมีกรรมการอิสระ (Independent Director) ที่เข้มแข็งพอจะคัดค้านผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เป็นสิ่งที่จำเป็น ในประเทศไทย สัดส่วนกรรมการอิสระต่อกรรมการทั้งหมดถูกกำหนดไว้ที่อย่างน้อยหนึ่งในสาม แต่ในทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจครอบครัว สัดส่วนที่เหมาะสมควรเกินครึ่งหนึ่งของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร เพื่อสร้างสมดุลอำนาจที่แท้จริง

    การแต่งตั้ง CEO มืออาชีพ

    เทรนด์ที่มาแรงอย่างมากในปี 2026 คือการที่ตระกูลธุรกิจไทยยินยอม “สละบัลลังก์” ให้กับ CEO มืออาชีพ (Professional CEO) ที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า บริษัทจดทะเบียนกลุ่ม Family Business ที่มี CEO ภายนอก มีค่าเฉลี่ย ROE (อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น) สูงกว่ากลุ่มที่ใช้ทายาทสายตรงบริหารเองถึง 2.5% ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าการเปิดกว้างเรื่องคนเก่ง ส่งผลดีต่อราคาหุ้นและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

  • VIETNAM WEDDING WEEK 2026 เปิด “THE LOVE CITY” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ศิลปิน และระบบนิเวศของธุรกิจงานแต่งงานไว้ในกรุงโฮจิมินห์

    VIETNAM WEDDING WEEK 2026 เปิด “THE LOVE CITY” รวมแฟชั่นเจ้าสาว ศิลปิน และระบบนิเวศของธุรกิจงานแต่งงานไว้ในกรุงโฮจิมินห์

    นครโฮจิมินห์, สิงหาคม 2026 – Vietnam Wedding Week 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026 ณ White Palace Hoang Van Thu เปิดพื้นที่ The Love City — “เมืองแห่งความรัก” ที่รวบรวมแฟชั่นเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ และประสบการณ์สำหรับคู่รักไว้ในพื้นที่เดียว

    ด้วยแนวคิดของสัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง Vietnam Wedding Week 2026 ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างแรงบันดาลใจสำหรับวันสำคัญเท่านั้น แต่ยังสร้างเส้นทางที่เปิดโอกาสให้คู่รักได้สำรวจ สัมผัสประสบการณ์ พบปะผู้เชี่ยวชาญ และเข้าใกล้ทางเลือกที่เหมาะสมกับงานแต่งงานของตนเองมากยิ่งขึ้น

    หัวใจสำคัญของงานคือ Bridal Fashion Show 2026 หนึ่งในไฮไลต์หลักของงาน ซึ่งรวบรวมดีไซเนอร์และแบรนด์แฟชั่นเจ้าสาวจากเวียดนามจำนวนมาก พร้อมด้วยศิลปินที่เข้ามารับบทบาทพิเศษบนรันเวย์

    THE LOVE CITY – เมื่อทุกความต้องการของงานแต่งงานกลายเป็นจุดหมายปลายทาง

    ด้วยแรงบันดาลใจจากจังหวะของเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่เสมอ The Love City เปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมดของ Vietnam Wedding Week ให้กลายเป็นเส้นทางแห่งการค้นพบ

    ตั้งแต่พื้นที่เช็กอิน รันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว โซนประสบการณ์ของแบรนด์ เวิร์กช็อป การให้คำปรึกษา ไปจนถึงกิจกรรมเชิงโต้ตอบ แต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่แตกต่างกันภายในเมืองแห่งนี้

    ผู้เข้าชมสามารถสำรวจทุกสิ่งตั้งแต่ชุดแต่งงาน ชุดสูท ความงาม เครื่องประดับ สถานที่จัดงาน การตกแต่ง และการถ่ายภาพ ไปจนถึงการวางแผนงานแต่งงาน รวมถึงบริการและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางของคู่รักหลังจากวันแต่งงาน

    แทนที่จะเพียงชมภาพสวยงามหรือค้นหาแรงบันดาลใจผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่แยกออกจากกัน คู่รักสามารถดู ทดลอง สอบถาม เปรียบเทียบ รับคำแนะนำ และพบปะแบรนด์ต่าง ๆ ได้ภายในเส้นทางเดียว

    นี่คือจิตวิญญาณของการสร้างประสบการณ์ที่เน้นการใช้งานจริง ซึ่ง Vietnam Wedding Week 2026 ต้องการนำเสนอ นั่นคือการนำแรงบันดาลใจด้านงานแต่งงานเข้าใกล้ทางเลือกที่เกิดขึ้นจริงมากยิ่งขึ้น

    BRIDAL FASHION SHOW 2026 – เมื่อแฟชั่นเจ้าสาวกลายเป็นจังหวะหัวใจของ THE LOVE CITY

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Vietnam Wedding Week ในปีนี้คือ Bridal Fashion Show 2026 ซึ่งนำเสนอความหลากหลายของแฟชั่นเจ้าสาวบนรันเวย์เดียวกัน

    รายชื่อที่เข้าร่วมในปีนี้ ได้แก่ Do Long Bridal, Lam Bridal, Minh Tuan Couture, Le Hoa Bridal, LOVINE Bridal, FALVAON Bridal, ADAM STORE รวมถึงแบรนด์และดีไซเนอร์อื่น ๆ ในระบบนิเวศของแฟชั่นเจ้าสาว

    แต่ละแบรนด์นำเสนอมุมมองของตนเองที่มีต่อเจ้าสาวและเจ้าบ่าวร่วมสมัย

    Do Long Bridal ถ่ายทอดจิตวิญญาณที่เย้ายวน ซับซ้อน และเปี่ยมด้วยพลังแห่งการนำเสนอ โดดเด่นด้วยซิลูเอตที่เน้นสรีระ เทคนิคการสร้างโครงคอร์เซ็ต และรายละเอียดการประดับตกแต่งอันประณีต

    Lam Bridal ภายใต้การกำกับดูแลของดีไซเนอร์ Tam Lam เดินหน้าด้วยภาษาการออกแบบที่มินิมอลและร่วมสมัย ผสานโครงสร้างคอร์เซ็ตเข้ากับความเย้ายวนอย่างพอดี เพื่อเฉลิมฉลองความงามตามธรรมชาติของผู้สวมใส่

    Minh Tuan Couture นำจิตวิญญาณของโอต์กูตูร์และเสน่ห์แบบพรมแดงเข้าสู่บริบทของงานแต่งงาน ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่น ซับซ้อน และเต็มไปด้วยความเป็นละคร

    Le Hoa Bridal นำเสนอการสำรวจซิลูเอต โครงสร้าง และวัสดุอย่างหลากหลาย พร้อมขยายทางเลือกด้านสุนทรียภาพสำหรับเจ้าสาวยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่ FALVAON Bridal โดยดีไซเนอร์ Luu Viet Anh นำเสนอคอลเลกชัน VÀNG ẢNH VÀNG ANH ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเวียดนาม Tam Cam โดยนำวัสดุและรายละเอียดแบบดั้งเดิมของเวียดนามมาผสานเข้ากับภาษาการออกแบบร่วมสมัย

    การปรากฏตัวของ LOVINE Bridal, ADAM STORE และแบรนด์อื่น ๆ ยังช่วยขยายภูมิทัศน์ของแฟชั่นเจ้าสาวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่บรidal couture ไปจนถึง menswear จากจิตวิญญาณอันโรแมนติกไปจนถึงแนวทางใหม่ ๆ ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าสาวและเจ้าบ่าวในยุคปัจจุบัน

    โชว์ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสอารมณ์ของ The Love City โดยรันเวย์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับนำเสนอแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์งานแต่งงานโดยรวมสำหรับผู้เข้าชม

    WHEN MUSIC TAKES THE RUNWAY

    นอกเหนือจากการรวบรวมแฟชั่นเจ้าสาวแล้ว Bridal Fashion Show 2026 ยังขยายประสบการณ์บนรันเวย์ผ่านการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ดนตรี และการแสดง

    2PILLZ เข้าร่วมในฐานะ Music Producer for the Runway พร้อมนำเสนอ Special Performance ใน Bridal Fashion Show 2026 โดยดนตรีจะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดการแสดง ช่วยกำหนดจังหวะและอารมณ์ของรันเวย์

    ในวันที่ 22 สิงหาคม THƠM (Da LAB) จะปรากฏตัวในฐานะ Special Runway Performance นำดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของแฟชั่น และสร้างจุดเชื่อมต่อที่โดดเด่นระหว่างการแสดงและรันเวย์แฟชั่นเจ้าสาว

    ในวันที่ 23 สิงหาคม NAOMI จะนำเสนอ Special Runway Performance อีกหนึ่งชุด เติมเต็มประสบการณ์ที่เสียง แฟชั่น และเวทีหลอมรวมเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว

    การผสมผสานดังกล่าวทำให้ Bridal Fashion Show ก้าวข้ามรูปแบบของแฟชั่นโชว์แบบดั้งเดิม ไปสู่ประสบการณ์การแสดงที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละคอลเลกชันสามารถถ่ายทอดผ่านการออกแบบ การเคลื่อนไหว แสง และดนตรี

    FROM THE RUNWAY TO REAL CHOICES FOR THE WEDDING DAY

    จุดเด่นของ Vietnam Wedding Week คือเส้นทางของประสบการณ์ไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเหล่านางแบบและนายแบบออกจากรันเวย์

    หลังจากการชมคอลเลกชัน ผู้เข้าชมสามารถสำรวจแบรนด์ต่าง ๆ ต่อผ่านการลองชุด การให้คำปรึกษาด้านสไตล์ ความงามและการจัดแต่งลุค เครื่องประดับ การถ่ายภาพ การวางแผนงานแต่งงาน สถานที่จัดงาน การตกแต่ง F&B การท่องเที่ยว และบริการอื่น ๆ ที่หลากหลายสำหรับเส้นทางของงานแต่งงาน

    ควบคู่ไปกับรันเวย์ ยังมีเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงประสบการณ์อีกหลายรายการ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะมาแบ่งปันความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับการเตรียมงานแต่งงาน ตั้งแต่การเลือกสไตล์เจ้าสาว ความงามและแฟชั่นสำหรับเจ้าสาว ไปจนถึงงานแต่งงานปลายทาง การวางแผนงานแต่งงาน และการตัดสินใจสำคัญด้านอื่น ๆ

    บูธจัดแสดงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง รับคำปรึกษา ค้นพบข้อเสนอ และเชื่อมต่อกับแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง

    ด้วยแนวทางนี้ Vietnam Wedding Week มุ่งเชื่อมโยงสองโลกที่มักถูกแยกออกจากกัน นั่นคือแรงบันดาลใจและการตัดสินใจ

    A NEW MEETING POINT FOR VIETNAMESE FASHION AND THE WEDDING INDUSTRY

    ด้วยการมีส่วนร่วมของดีไซเนอร์ ห้องเสื้อเจ้าสาว แบรนด์ ผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม Vietnam Wedding Week 2026 มุ่งสร้างจุดนัดพบระหว่างแฟชั่น อุตสาหกรรมงานแต่งงาน และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

    สำหรับคู่รัก The Love City คือพื้นที่ที่พวกเขาสามารถเดินทางเข้ามาพร้อมคำถามมากมาย และกลับออกไปพร้อมทางเลือกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับวันแต่งงาน

    สำหรับแบรนด์และผู้ให้บริการ นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการปรากฏตัวต่อหน้าผู้เข้าชม แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการตัดสินใจของคู่รักที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตสมรสอย่างจริงจัง

    และสำหรับแฟชั่นเจ้าสาวของเวียดนาม Bridal Fashion Show ได้สร้างพื้นที่อีกแห่งที่เปิดโอกาสให้ภาษาการออกแบบที่หลากหลายได้รับการนำเสนอ พบปะกับสาธารณชน และก้าวจากรันเวย์เข้าสู่ชีวิตจริง

    Vietnam Wedding Week 2026 ขอเชิญคู่รัก ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และผู้ที่ชื่นชอบแฟชั่นทุกท่าน เข้าสู่ The Love City ในวันที่ 22–23 สิงหาคม 2026

    EVENT INFORMATION

    Vietnam Wedding Week 2026 – The Love City

    Date: 22–23 August 2026Venue: White Palace Hoang Van Thu, Ho Chi Minh CityPositioning: สัปดาห์งานแต่งงานที่ครบถ้วนและเน้นการใช้งานจริง โดยมีแฟชั่นเจ้าสาวเป็นแกนหลักAdmission: เข้าชมฟรีRegistration: vietnamweddingweek.vn

    Bridal Fashion Show 2026 – Special Appearances

    2PILLZMusic Producer for the Runway & Special Performance

    THƠM (Da LAB)Special Runway Performance – 22 August 2026

    NAOMISpecial Runway Performance – 23 August 2026

    PROMOTIONAL PARTNERS

    Vietnam Wedding Week 2026 ได้รับการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์จาก Italian Atelier Asia-Pacific (IA) แพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์และกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นด้านลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมฮอสพิทาลิตี้ ร่วมกับ CjC Marketing Agency เอเจนซีการตลาดในเวียดนามที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คอนเทนต์ และการพัฒนาประสบการณ์สำหรับกลุ่มลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ โดยความร่วมมือนี้มีส่วนช่วยขยายการสื่อสารของงานและเชื่อมโยง Vietnam Wedding Week 2026 เข้ากับเครือข่ายด้านความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาค

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES

  • Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Presents First Marriott Bonvoy Moment With an Unforgettable Night of Music and Stay Experience

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Presents First Marriott Bonvoy Moment With an Unforgettable Night of Music and Stay Experience

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 Invites Marriott Bonvoy Members to Bid on an Exclusive Marriott Bonvoy Moments Experience Featuring DJ Ironik

    Bangkok, Thailand – Get ready to turn up the energy with Live@Aloft as Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 invites Marriott Bonvoy members to bid for an exclusive One Night Experience with DJ Ironik on 11 September 2026.

    This one-of-a-kind Marriott Bonvoy Moments experience invites members to bid for an unforgettable night at Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11, combining a stay in one of the hotel’s newly renovated Breezy Rooms with an exclusive music experience featuring internationally renowned DJ Ironik at W XYZ Bar.

    Bidding starts at just 20,000 Marriott Bonvoy Points, allowing members to transform their points into a memorable evening filled with live music, signature cocktails, and Aloft’s vibrant social atmosphere.

    The winning bidder will enjoy a one-night stay in a newly renovated Breezy Room featuring panoramic views of Bangkok’s dynamic skyline, plus breakfast for two at Crave Restaurant and a late check-out until 2:00 PM. The experience also includes an exclusive photo session with DJ Ironik, access to a special live performance at W XYZ Bar, and two Aloft Signature Cocktails per person.

    Bidding is open now through 24 August 2026. Marriott Bonvoy members are encouraged to place their bids early for the chance to experience an unforgettable night with DJ Ironik at Aloft Bangkok.

    Explore more: https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/22152/auction/116445

    On 11 September 2026, get ready to Stay, Sip and Feel the Beat as Live@Aloft brings together music, cocktails and a newly renovated stay experience for an evening designed to be anything but ordinary.

    Aloft by Marriott Bangkok Sukhumvit 11 continues to bring its “Different. By Design.” spirit to life through Live@Aloft, connecting guests with music, creative experiences and Bangkok’s vibrant social scene.

    *Terms and conditions apply. Marriott Bonvoy membership and sufficient points are required to participate in the auction.

    ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ได้รับการเผยแพร่บน ด้วยเช่นกัน VRITIMES