กรุงเทพฯ, 2569 – ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในนาม “ครัวของโลก” แต่น่าเศร้าที่ครัวนั้นมักขาด “เชื้อเพลิง” ในรูปของเงินทุนหมุนเวียน อุตสาหกรรมการผลิตอาหารซึ่งถูกครอบงำโดยผู้จัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรและผู้ประกอบการแปรรูประดับกลาง กำลังเผชิญกับช่องว่างสินเชื่อที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาภาคการผลิตย่อยทั้งหมด ธนาคารแบบดั้งเดิมมักไม่เต็มใจปล่อยกู้เพราะสินทรัพย์ของพวกเขาคือเครื่องทำความเย็นและที่ดินเช่า ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ถาวร
การพลิกโฉมโดยแพลตฟอร์มดิจิทัล
ในปี 2569 แพลตฟอร์มการจัดหาเงินทุนในห่วงโซ่อุปทานที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Fintech SCF) ประสบความสำเร็จในการเติมเต็มช่องว่างที่ธนาคารแบบดั้งเดิมทิ้งไว้ แพลตฟอร์มอย่าง Supply Chain Finance จากธนาคารดิจิทัลและสตาร์ทอัพอิสระใช้ข้อมูลธุรกรรมการขายรายวันเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือทางเครดิต แทนที่จะพึ่งพางบการเงินรายปีเพียงอย่างเดียว
สิ่งนี้ทำงานอย่างไรสำหรับโรงงานอาหาร? ตัวอย่างเช่น โรงงานสับปะรดกระป๋องในประจวบคีรีขันธ์มีสัญญาจัดหาวัตถุดิบประจำกับผู้ส่งออกรายใหญ่ เพียงอัปโหลดสัญญาและประวัติการส่งมอบขึ้นแพลตฟอร์ม ระบบ AI ก็สามารถกำหนดวงเงินสินเชื่อได้ทันที เงินสามารถอนุมัติได้ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อนำไปซื้อสับปะรดสดจากเกษตรกรในท้องถิ่น
บล็อกเชนเพื่อความไว้วางใจ
การใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน เป็นตัวสร้างความแตกต่างหลักในปี 2569 หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดในการจัดหาเงินทุนห่วงโซ่อุปทานคือการปลอมแปลงใบแจ้งหนี้หรือข้อพิพาทด้านข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ด้วยบล็อกเชน ใบแจ้งหนี้ทุกฉบับที่ออกไม่สามารถแก้ไขได้ (immutable) และผู้ให้กู้สามารถตรวจสอบได้ทันที
สิ่งนี้ลดต้นทุนการตรวจสอบบัญชีและเร่งกระบวนการ due diligence ลงอย่างมาก รายงานจาก ธนาคารโลก (World Bank) เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของห่วงโซ่อุปทานอาเซียนระบุว่า การนำเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์มาใช้สามารถลดต้นทุนธุรกรรมการจัดหาเงินทุนได้มากถึง 30% อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.worldbank.org/en/region/eap
รักษาอัตรากำไรท่ามกลางความผันผวนของราคา
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อาหารโลกในปี 2569 ยังคงผันผวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญและวิกฤตปุ๋ย ผู้ผลิตอาหารต้องสามารถซื้อวัตถุดิบจำนวนมากได้เมื่อราคากำลังตก หากไม่มีสินเชื่อที่รวดเร็ว พวกเขาจะแพ้คู่แข่งจากประเทศอื่น
Fintech SCF มอบความยืดหยุ่นในการเบิกใช้ตามความต้องการ โรงงานไม่จำเป็นต้องกู้เงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว พวกเขาสามารถถอนเงินได้เฉพาะเมื่อมีความต้องการส่งออกเพิ่มขึ้นหรือเมื่อมีข้อเสนอราคาวัตถุดิบถูก นี่คือรูปแบบการบริหารเงินสดที่แม่นยำกว่าและสอดคล้องกับธรรมชาติของภาคการผลิตอาหารที่มีฤดูกาลสูง

Leave a Reply