SPACE-F รุ่น 7 กับภารกิจผลักดัน FoodTech ไทยสู่เวทีโลก

SPACE-F รุ่น 7 กับภารกิจผลักดัน FoodTech ไทยสู่เวทีโลก

FoodTech ไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพ แต่คือยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดตัว SPACE-F Year 7 โครงการ Incubator และ Accelerator ด้าน FoodTech แห่งแรกของไทยที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 

สิ่งที่ทำให้ SPACE-F แตกต่างจากโครงการบ่มเพาะทั่วไปคือ การยกระดับขึ้นเป็นนโยบายระดับชาติ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า MHESI ตั้งใจจะนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารจากสตาร์ตอัปในรุ่นนี้ไปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ชิมและสร้างการรับรู้ว่า FoodTech คือ อนาคตใหม่ของประเทศ 

Wellness Economy: เครื่องยนต์การเติบโตใหม่

แนวคิดหลักของ SPACE-F รุ่น 7 คือการใช้องค์ประกอบ Wellness Economy เป็น New Growth Engine โดยไม่จำกัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น แต่รวมถึง AI, ICT และซอฟต์แวร์ เป้าหมายคือการผลักดันให้ไทยเป็น Wellness Tourism Hub ระดับโลก โดยมี BOI สนับสนุนการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุน 

Biodiversity & GI: จุดแข็งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ SPACE-F ผลักดันคือการให้สตาร์ตอัปใช้ ความหลากหลายทางชีวภาพ และ สินค้า GI (Geographical Indication) ของไทยเป็นวัตถุดิบทดแทนการนำเข้า  นี่ไม่ใช่แค่การลดต้นทุน แต่คือการสร้าง อัตลักษณ์เฉพาะตัว ที่คู่แข่งจากต่างประเทศไม่สามารถลอกเลียนได้

“Thinker” พบ “Doer”: โมเดลการเชื่อมโยงที่ได้ผล

ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน เน้นย้ำว่า SPACE-F ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง สตาร์ตอัปกับบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และนักลงทุน โดยแบ่งสตาร์ตอัปออกเป็นสองกลุ่ม:

  • Accelerator Group — สตาร์ตอัปที่พร้อมขยายขนาด จะได้รับการสนับสนุนให้เข้าถึง Series A หรือ B Funding
  • Incubator Group — สตาร์ตอัปที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จะได้เรียนรู้จากรุ่นพี่และผ่าน “Death Valley” ของธุรกิจ 

SPACE-F ในตัวเลข

SPACE-F รุ่น 7 มีสตาร์ตอัปเข้าร่วม 20 รายจาก 10 ประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ Proof of Concept (POC) เพื่อให้มั่นใจว่าสตาร์ตอัปสามารถเติบโตสู่ระดับสากลได้จริง  ที่น่าสนใจคือโครงการนี้ได้บ่มเพาะสตาร์ตอัปไปแล้ว กว่า 100 รายจาก 18 ประเทศ สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะ ศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารระดับภูมิภาค 

Food Security ในยุคสงคราม: ภารกิจที่ใหญ่กว่าธุรกิจ

ในบริบทของความไม่แน่นอนทั่วโลกจากสถานการณ์สงคราม ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน ระบุว่า Food Security และ Nutrition Security มีความสำคัญอย่างยิ่ง โครงการนี้จึงเป็นโอกาสให้สตาร์ตอัปสร้างนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาสำหรับ ทั้งโลก ไม่ใช่แค่ตลาดไทย 

Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *